HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
3 ห้องอาหาร 3 อารมณ์ บนชั้น 33 ที่สายกินต้องลอง @Grand Nikko Bangkok Sathorn
by Dae Warunee
2 ก.ย. 2569, 05:03
  61 views

บนชั้น 33 ของอาคารสูงย่านสาทรมีอะไรให้ค้นพบ เมื่อ Grand Nikko เปิด 3 ห้องอาหาร 3 ประสบการณ์ญี่ปุ่น

ตั้งแต่เสียงกระทะเทปปันยากิ มื้อญี่ปุ่นสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง ไปจนถึงสาเกใต้แสงไฟเมืองกรุงเทพฯ HappeningBKK พาไปอิ่มเอมกับ 3 ประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ชั้น 33 ย่านสาทรน่าจับตาขึ้นมาทันที

 

ถ้าใครคิดว่าโรงแรมมีห้องอาหารญี่ปุ่นก็คงไม่ต่างกันมาก ลองเก็บความคิดนั้นไว้ก่อน เพราะที่ Grand Nikko Bangkok Sathorn กำลังทำให้ “อาหารญี่ปุ่น” บนชั้น 33 มีมากกว่าหนึ่งความหมาย

ที่นี่เปิดตัว 3 จุดหมายด้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ICHO, Benkay และ TENKU 33 แต่ละแห่งมีบุคลิกแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ความสนุกของเทปปันยากิ ความประณีตแบบไฟน์ไดนิ่ง ไปจนถึงบรรยากาศรูฟท็อปที่เหมาะกับการปล่อยให้ค่ำคืนค่อยๆ เดินไปพร้อมวิวกรุงเทพฯ

ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่เลือกได้ตามอารมณ์ของวัน

อยากดูเชฟปรุงอาหารตรงหน้า ก็ไป ICHO

อยากให้มื้ออาหารค่อยๆ เล่าเรื่องผ่านวัตถุดิบและเทคนิคการปรุง ก็เลือก Benkay

หรือถ้าอยากจิบอะไรดีๆ พร้อมมองเมืองจากมุมสูง TENKU 33 ก็น่าจะเป็นคำตอบ

และนี่คือ 3 ห้องอาหารที่อยากชวนให้ลองทำความรู้จัก

 

ICHO เทปปันยากิ “ศิลปะหน้าเตา” กับวิวเมือง

 

เริ่มกันที่ ICHO ห้องอาหารเทปปันยากิที่มีเรื่องราวย้อนไปถึงปี 1982 เมื่อเปิดตัวครั้งแรกที่โรงแรม นิกโก้ โอซาก้า ชื่อ ICHO มาจากต้นแปะก๊วยที่เรียงรายอยู่ริมถนนมิโดซูจิในโอซาก้า ก่อนจะเดินทางไปพร้อมกับแบรนด์ Nikko Hotels International ในอีกหลายจุดหมายทั่วโลก

สำหรับ ICHO ที่กรุงเทพฯ สิ่งที่น่าสนใจเริ่มตั้งแต่ที่นั่ง เพราะเคาน์เตอร์เทปปันยากิถูกออกแบบให้แขกได้อยู่แถวหน้า มองเห็นเชฟทำงานตรงหน้าแบบใกล้ชิด ตั้งแต่การหั่น พลิก จนถึงการย่างวัตถุดิบ

พื้นที่ใช้หินอ่อน ไม้สีอ่อนสลับไม้มะฮอกกานีสีเข้ม และผ้าโทนเอิร์ธโทน ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและร่วมสมัย ขณะที่ด้านหลังคือเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉากหลังของมื้ออาหาร

วัตถุดิบก็เลือกมาแบบจริงจัง ตั้งแต่หอยเป๋าฮื้อดำญี่ปุ่น ปลาแซลมอนแอตแลนติก หมูฮอกไกโด ไปจนถึงเนื้อวากิว A5 จากมิยาซากิและคาโกชิมะ

ใครอยากเลือกเองก็มีเมนูอะลาคาร์ตทั้งซาชิมิ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ และผักตามฤดูกาล ส่วนเมนูเซ็ตมี 3 แบบ ตั้งชื่อตามถนนสำคัญในเกียวโต ได้แก่ ฮาจิโจ สำหรับคนรักเนื้อวากิว นานาโจ สำหรับสายอาหารทะเล และ โรคุโจ สำหรับเมนูมังสวิรัติ เสิร์ฟพร้อมข้าวผัดกระเทียม ซุปมิโซะ ผักดอง และของหวาน

และถ้าอยากเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นโอกาสพิเศษ ICHO ยังมีห้องรับประทานอาหารส่วนตัวอีก 2 ห้อง เหมาะกับทั้งมื้อครอบครัว ดินเนอร์กับเพื่อน หรือมื้อธุรกิจที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ความน่าสนใจของ ICHO คือเรามาที่นี่ไม่ได้แค่กินเทปปันยากิ แต่ได้ดู “ศิลปะหน้าเตา” ไปพร้อมกับวิวเมือง

 

 

 

Benkay ไฟน์ไดนิ่งกับศาสตร์การปรุงอาหารญี่ปุ่น

 

ถ้า ICHO คือความสนุกตรงหน้า Benkay จะเป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่นิ่งและละเอียดกว่า

ห้องอาหารญี่ปุ่นสไตล์ไฟน์ไดนิ่งแห่งนี้นำเสนออาหารญี่ปุ่นผ่านการผสมผสานระหว่างเทคนิคดั้งเดิมกับแนวคิดร่วมสมัย ภายใต้การดูแลของเชฟใหญ่ชาวญี่ปุ่นที่นำประสบการณ์และศาสตร์การปรุงอาหารญี่ปุ่นมาถ่ายทอดผ่านแต่ละจาน

 

หัวใจสำคัญอยู่ที่วัตถุดิบตามฤดูกาล ความเป็นต้นตำรับ และการปรุงที่พิถีพิถัน ทำให้มื้ออาหารของ Benkay ไม่ได้เน้นเพียงความอร่อย แต่รวมถึงรายละเอียดตั้งแต่กระบวนการเตรียมอาหารไปจนถึงการนำเสนอ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับมื้อสำคัญ Benkay มีห้องรับประทานอาหารส่วนตัวถึง 3 ห้อง รองรับได้รวม 66 ท่าน จึงเหมาะตั้งแต่มื้อกลางวันทางธุรกิจแบบเป็นส่วนตัว ไปจนถึงดินเนอร์ในโอกาสพิเศษ

 

 

บรรยากาศของที่นี่จึงเหมาะกับวันที่เราอยากใช้เวลากับอาหารมากขึ้น ค่อยๆ กิน ค่อยๆ ชิม และปล่อยให้แต่ละจานทำหน้าที่เล่าเรื่องของตัวเอง

ความน่าสนใจของ Benkay สำหรับคนที่มองหาอาหารญี่ปุ่นในมุมที่ประณีตขึ้น ที่นี่คือมื้อที่เหมาะกับการให้เวลากับอาหารอย่างเต็มที่

 

 

 

TENKU 33 สาเกและแสงสีทองช่วงพระอาทิตย์ตก

 

ถ้ามื้ออาหารจบลง แต่ยังไม่อยากให้ค่ำคืนนี้จบ ก็ขึ้นไปต่อที่ TENKU 33 คำว่า TENKU ในภาษาญี่ปุ่นสื่อถึง “ท้องฟ้า” “สวรรค์” หรือ “แดนสวรรค์” ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นหัวใจของการออกแบบพื้นที่แห่งนี้ โดยหยิบแรงบันดาลใจจากภาพของขุนนางญี่ปุ่นในอดีตที่รวมตัวกันใต้แสงจันทร์ แต่งบทกวี และดื่มสาเก

บรรยากาศของ TENKU 33 จึงมาในโทนที่ต่างจากสองห้องอาหารอย่างชัดเจน ทั้งไม้จริง รายละเอียดของหินขัด และแสงนุ่มๆ ที่พาเราไปสู่กระจกบานสูงเต็มพื้นที่ มองเห็นทั้งแสงสีทองช่วงพระอาทิตย์ตกและแสงระยิบระยับของกรุงเทพฯ เมื่อค่ำคืนมาถึง

 

 

เครื่องดื่มของที่นี่จับคู่กับอาหารญี่ปุ่นจานเล็กที่จัดวางอย่างประณีต มีทั้งค็อกเทลสูตรพิเศษและสาเก เหมาะกับการเริ่มต้นค่ำคืนด้วยเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนมื้ออาหาร หรือจะนั่งยาวไปจนจบคืนก็ได้ และสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศกลางแจ้ง TENKU 33 ยังมีสวนเอาต์ดอร์ให้เปลี่ยนบรรยากาศอีกด้วย

ความน่าสนใจของ TENKU 33 อยู่ที่ไม่ว่าจะมาเพื่อชมพระอาทิตย์ตก จิบสาเกหลังมื้อค่ำ หรือมองกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน ที่นี่มีบรรยากาศที่ทำให้การดื่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง

 

 

สวรรค์ชั้น 33 ห้องอาหารที่เลือกได้ตามอารมณ์ของวัน

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกชอบมาก สำหรับ Grand Nikko Bangkok Sathorn ไม่ใช่แค่มีห้องอาหารใหม่ถึง 3 แห่งบนชั้นเดียวกัน แต่เราเห็นความพิถีพิถันทุกขั้นตอนแบบฉบับญี่ปุ่น ด้วยความตั้งใจในการออกแบบประสบการณ์สุดประทับใจให้ผู้มาเยือน

 

บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องรอให้มีโอกาสพิเศษถึงจะออกไปกินมื้อดีๆ แค่เลือกห้องอาหารให้ตรงกับสิ่งที่เรากำลังค้นหา ก็เพียงพอที่จะทำให้ค่ำคืนธรรมดาเปลี่ยนเป็นคืนพิเศษ ใครกำลังมองหามุมใหม่ของสาทรสำหรับมื้ออาหารครั้งต่อไป ลองจำชื่อทั้งสามแห่งนี้ไว้

...“ICHO”

...“Benkay”

...“TENKU 33”

บนชั้น 33 โรงแรม Grand Nikko Bangkok Sathorn ห่างจากสถานี BTS ช่องนนทรีประมาณ 10 นาที เชื่อมต่อย่านธุรกิจ สถานทูต แหล่งท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ ปักหมุดไว้แล้วมาได้เลย!!

 

ABOUT THE AUTHOR
Dae Warunee

Dae Warunee

นักกฎหมายที่หยั่งรากบนเส้นทางสายนักเขียน เซียนเรื่องกินเที่ยว หวังเก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์

ALL POSTS