5 บาร์เก่าที่ยังเก๋า
ความสนุกอย่างหนึ่งของการท่องราตรีคือการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ หาที่นั่งคุยที่ยังไม่เคยไป ไปฟังเพลงที่ไม่คุ้นหู หรือลองเครื่องดื่มไม่คุ้นลิ้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่สปลอย์นักดื่มและคนกลางคืนด้วยตัวเลือกใหม่ๆ ที่เปิดตัวกันถี่ยิบ เรียกว่าตามเช็คอินกันแทบไม่ทัน แต่เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของชีวิตกลางคืนในเมืองหลวงแห่งนี้คือผับบาร์บางแห่งที่ยังอยู่ยั้งยืนยง ท้าทายโลกยุคใหม่ด้วยความเก่าที่ยังเก๋า กับคอนเซ็ปต์แนวๆ คือ “ความไม่มีคอนเซ็ปต์” ขาย “ปัจจัยสี่” ของคนกลางคืนซึ่งก็คือเครื่องดื่มดีราคาน่ารัก บริการประทับใจ สถานที่นั่งสบายไม่ต้องตะเกียกตะกาย และบุคลิกของร้านที่ถือได้ว่าเป็นตัวละครเอก ในบรรดาห้าร้านที่ยกมานี้ แนวไหนจะโดนใจใครคงบอกยาก ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง
Old Other Office
พัฒน์พงศ์ ซอย 2 ถึงขณะนี้ เรายังเชื่อกันว่า “โอลด์ อาเธอร์” คือร้านขายเหล้าที่ยังเปิดกิจการอยู่ที่เก่าแก่ที่สุด หลังจากเปิดกิจการต่อเนื่องแบบไม่มีช่วงหยุดมาเกือบ 40 ปีแล้ว พี่ทุม ผู้เช่าสิทธิ์จัดการบาร์คนปัจจุบันเล่าว่าบาร์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวในซอกกลีบของบาร์อะโกโก ร้านนวดที่มีลับลมคมในและแสงสีวิบวับวาบหวามของย่านพัฒน์พงศ์แต่ก่อนคือส่วนนึ่งของลอบบี้ของโรงแรม พาวิลเลียนพาลเลซ (ที่ปัจจุบันก็ยังเปิดบริการ) ที่ขายเบียร์เอาใจแขกทหารจีไอในยุคที่ถนนพัฒน์พงศ์เปลี่ยนจากทุ่งกล้วยโล่งๆ เป็นย่านบันเทิงในยามราตรี บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในหนังสมัยสงครามเวียดนาม อากาศจะอับๆ นิดหน่อยเพราะมีทางเข้าออกทางเดียว แต่มีที่นั่งกว้างขวาง มีพูลและดาร์ทให้เล่น ขอเพลงได้ดีเจ (สามีพี่ทุม) ไม่ดุ แถมมีเครื่องดื่มแบบง่ายๆ เอย่างเบียร์หรือสปิริตผสมมิกเซอร์ในราคาสบายกระเป๋า ที่สำคัญคือไม่มีสาวๆ นุ่งสั้นจากพัฒน์พงศ์มาเว้าวอนกวนใจแน่นอน
The Rock Pub
สถานีรถไฟฟ้าราชเทวี“โรงเรียนเพลงร็อค” ของนักฟังเพลงสายโยกหัวยังคงเป็นสถาบันอันดับหนึ่งของกรุงเทพฯ ในยุคที่ดนตรีสดคุณภาพดีหาฟังได้ยากเต็มทน ผับขนาดใหญ่กลางๆ ที่กลายเป็นเวทีคอนเสิร์ตร็อคสุดมันในช่วงดึกเปิดบริการมาแล้ว 30 ปีเต็ม ต้อนรับนักดนตรีและวงร็อคแถวหน้าทั้งไทยและเทศมานับไม่ถ้วน ทั้งยังเป็นที่บ่มเพาะนักดนตรีร็อครุ่นใหม่ๆ เปิดโอกาสให้ได้แสดงฝีมือ และแลกเปลี่ยนความรู้กับรุ่นใหญ่ ที่ยังคงแวะเวียนมาที่ผับแห่งนี้ ขาร็อครีบไปกดไลค์เพจเฟซบุคของ ร็อคผับให้ไว จะได้ไม่พลาดคอนเสิร์ตวาระพิเศษรำลึกถึงวงร็อคระดับตำนานให้ได้ดื่มด่ำจนน้ำตารื้น ที่ผ่านมาแล้วก็อย่างเช่นคืนพิเศษสำหรับยุค 90, พังค์ยุค 80 จากฝั่งอังกฤษ, คืนรำลึกถึงเวนเฮเลน, กันส์แอนด์โรสเซส, เนอร์วานา และอื่นๆ
Shades of Retro
ซอยธารารมณ์ 2 ทองหล่อ เยื้องโรงพยาบาลคามิลเลียนบ้านเก่าที่อัดแน่นไปด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจ (จากยุโรปเชียวนะ) เพิ่งจะฉลองครอบรอบ 16 ปีไปหมาดๆ ห้องแถวสองชั้นที่ดูภายนอกเหมือนร้านขายเฟอร์นิเจอร์มือสองนี้ แรกเริ่มก็คือร้านขายเฟอร์นิเจอร์มือสองนี่แหละ แต่ไหนๆ จะต้องจ่ายค่าเช่า 24 ชั่วโมงแล้ว ก็ขายเบียร์หาเงินเข้าร้านด้วยเลยแล้วกัน จุดเริ่มต้นของบาร์เล็กๆ แต่อบอุ่นและฮิปโดยไม่ต้องพยายามก็เริ่มต้นขึ้น จากแรกเริ่มที่ขายแต่เบียร์ขวดเล็กและค็อกเทลเหล้าสองอย่างง่ายๆ ตอนนี้มีค็อกเทลกิ๊บเก๋ เบียร์ลาวและเบียร์ยุโรป แถมอาหารที่กินจริงจังแบบอิ่มท้องได้ในราคาที่ยังน่ารักเหมือนเดิม จุดเด่นคือเพลงชิลที่ฟังดูเก๋ (แก่นิดๆ) และแพง ส่วนความฟินอมตะนิรันดร์กาลของร้านนี้คือได้นั่งอยู่ท่ามกลางคอลเล็กชั่นของวินเทจคูลๆ แบบใกล้ชิด
Adhere the 13th Blues Bar
ถนนสามเสน (ใกล้ซอย 1) ตีนสะพานบางลำพูเมื่อก่อนร้อนมาก เสียงตีกันงงงวยมาก แต่หลังจากปรับโฉมครั้งใหญ่ไปเมื่อสามสี่ปีก่อน บ้านเพลงบลูส์เลขที่ 13 ก็กลายเป็นคอนเสิร์ตฮอลเล็กๆ ที่มีนักร้องนักดนตรีทั้งไทยและเทศ ทั้งมือสมัครเล่นและอาชีพแวะเวียนมาปล่อยของทุกคืน 16 ปีที่ผ่านมา “แอดเฮียร์” ยังไม่ทิ้งความตั้งใจเดิมที่อยากเป็นที่รวมตัวของนักดนตรีและคนที่ชอบฟังเพลง ไม่แมส ไม่อิงกระแส ไม่สนการเมือง ไม่มีดีเจคั่น ไม่คาดคั้นให้สั่งดริ้งค์ ความดีงามคืออาหารอร่อย เครื่องดื่มไม่แพง (แต่อย่าคาดหวังมากกับค็อกเทล) ข้อจำกัดคือมีห้องน้ำห้องเดียวและร้านเล็กมากๆ อยากได้โต๊ะต้องรีบไปจับจองแต่หัวค่ำก่อนวงแรกขึ้นเล่นตอนสามทุ่ม ไม่งั้นต้องไปยืนหน้าห้องน้ำ หรือไปขอสิงตามโต๊ะคนอื่น
Wong’s Place
ซอยศรีบำเพ็ญ ติดกับโรงแรมไอบิสห้องแถวประตูเกรอะที่ดูเหมือนถูกทิ้งร้างในตอนกลางวันจะเปิดไฟสีแดงสว่างพรึบหลังสี่ทุ่ม ข้างใน (ที่เกรอะพอกัน) คือบาร์ทึมๆ ที่มีโต๊ะไม่กี่ตัว กับที่นั่งรอบบาร์ และภาพถ่ายลูกค้าที่เคยแวะเข้ามาในร้านติดเต็มผนังทั้งสองข้างจนไม่มีที่ว่าง เฮียแซม หว่อง รับช่วงกิจการ หว่องส์ เพลส จากพี่ชายที่เปิดร้านนี้ไว้เมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้วให้เป็นที่นั่งจิบเบียร์ชิลๆ ดูมิวสิควิดิโอเพลงเก่า (ที่ย้อนไปได้ถึงปี 60 จากเทปวิดิโอวีเอชเอส) ลูกค้ายุคแรกๆ เล่าว่าถึงร้านจะดูง่ายๆ แต่ขาประจำไม่ธรรมดา มีทั้งนักการทูต ผู้สร้างหนัง นักดนตรี นักเขียน และคนฮิปๆ คูลๆ มาถึงตอนนี้ที่ทีวีรุ่นกล่องจอโค้งจะเปลี่ยนเป็นแอลซีดีจอแบนขนาดยักษ์ เครื่องเล่นวิดีโอกลายเป็นเครื่องเล่นดีวีดี และลูกค้าหน้าใหม่ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนโดยสิ้นเชิง หว่อง ก็ยังเป็น “สเปเชียลทรีต” ของคนทุกยุคที่อยากหายตัวไปจากปัจจุบัน ไปสนุกกับบรรยากาศเก่าๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
STORY BY Manta
