HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
The Spirit of Sculptors ชมผลงานหาดูยากของศิลป์ พีระศรี ผ่านบทสนทนาของประติมากรสามรุ่น
by Veen T.
10 ก.ย. 2569, 12:31
  74 views

ชมเหรียญ ภาพร่าง และภาพถ่ายหาดูยากของศิลป์ พีระศรี พร้อมผลงานประติมากรสามรุ่น ในนิทรรศการ The Spirit of Sculptors

ศิลป์ พีระศรี งานนิทรรศการชมเหรียญ ภาพร่าง และภาพถ่ายส่วนตัวจากช่วงชีวิตในอิตาลีของศิลป์ พีระศรี พร้อมสำรวจการส่งต่อองค์ความรู้ด้านประติมากรรมผ่านผลงานของวัชระ ประยูรคำ และวายุพัด รัตนเพชร

ผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือคอร์ราโด เฟโรชิ อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน โดยเฉพาะอนุสาวรีย์และประติมากรรมสาธารณะสำคัญทั่วประเทศ จนบางครั้งเราอาจเผลอคิดว่าเส้นทางศิลปะของท่านเริ่มต้นขึ้นหลังเดินทางมาถึงสยาม

แต่อันที่จริง ก่อนจะเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย คอร์ราโด เฟโรชิ สร้างผลงานและชื่อเสียงในฐานะประติมากรมาตั้งแต่ยังใช้ชีวิตอยู่ในอิตาลี

นิทรรศการ The Spirit of Sculptors ที่ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) เปิดให้เราได้เห็นชีวิตการทำงานในช่วงนั้น ผ่านเหรียญ ภาพร่าง และภาพถ่ายส่วนตัวหาดูยาก หลายชิ้นไม่เคยนำออกจัดแสดงต่อสาธารณชนในไทยมาก่อน

The Spirit of Sculptors /Silp Bhirasri
เหรียญที่ออกแบบโดยศิลป์ พีระศรี ก่อนมารับราชการที่สยาม

ก่อนเป็นศิลป์ พีระศรี ผลงานในอิตาลีบอกอะไรเกี่ยวกับเขา

เหรียญที่จัดแสดงอยู่บนชั้น 3 ไม่ได้มีความหมายเพียงในฐานะของสะสม แต่ยังเป็นทั้งงานประติมากรรมขนาดย่อมและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีตั้งแต่เหรียญที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระสันตะปาปา ไปจนถึงเหรียญที่สร้างขึ้นในวาระซึ่งอิตาลีได้รับชัยชนะในสงคราม

พื้นที่เล็ก ๆ บนหน้าเหรียญเผยให้เห็นความสามารถของศิลป์ พีระศรีในการจัดวางบุคคล สัญลักษณ์ ตัวอักษร และรายละเอียดจำนวนมากเข้าด้วยกัน แต่ละชิ้นจึงมีลักษณะคล้ายผลงานศิลปะบนผืนผ้าใบขนาดจิ๋ว และสะท้อนทักษะด้านประติมากรรมของเขาตั้งแต่วัยหนุ่ม

อาจารย์ศิลป์ พีระศรี
จดหมายที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรีเขียนถึง นายเขียน ยิ้มศิริ ลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ส่งตรงจากฟลอเรนซ์

นอกจากเหรียญ ยังมีภาพสเก็ตช์และภาพถ่ายส่วนตัวที่ช่วยให้เราเห็นตัวตนของศิลป์ พีระศรีในมิติที่มากกว่า “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย” ที่คุ้นเคยจากตำรา

หนึ่งในผลงานที่ชวนให้หยุดดูคือภาพลายเส้นซึ่งรวมรูปปั้นเทพกรีก เทพฮินดู และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยไว้ในภาพเดียวกัน

“ชิ้นนี้เรากู้มาจากซาเล้ง” พิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้งท่าพิพิธภัณฑ์ เล่าถึงที่มาของภาพร่างซึ่งเกือบสูญหายไปพร้อมกาลเวลา
 

งานอาจารย์ศิลป์ พีระศรี
พิริยะ วัชจิตพันธ์ แห่งท่าพิพิธภัณฑ์ ด้านหลังคือภาพลายเส้นอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่กู้มาจากซาเล้ง

จากประติมากรชาวอิตาลีสู่ผู้วางรากฐานศิลปะสมัยใหม่ของไทย

เมื่อเดินทางมารับราชการในสยามใน พ.ศ. 2466 ขณะมีอายุเพียง 30 ต้น ๆ คอร์ราโด เฟโรชิ ต้องพิสูจน์ก่อนว่า ประติมากรชาวตะวันตกคนนี้สามารถถ่ายทอดรูปลักษณ์และสรีระของคนไทยผ่านงานปั้นได้อย่างถูกต้อง

ผลงานสำคัญในระยะแรกจึงรวมถึงประติมากรรมรูปเหมือนสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และต้นแบบพระเศียรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างขึ้นตามแนวทางสัจนิยม (Realism) ความสำเร็จของผลงานเหล่านี้นำไปสู่ความไว้วางใจให้เขาสร้างอนุสาวรีย์และประติมากรรมสาธารณะสำคัญอีกหลายแห่งในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม The Spirit of Sculptors ไม่ได้มองประติมากรรมเพียงในฐานะวัตถุที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ยังพาไปดูสิ่งที่อยู่เบื้องหลังศิลปะแขนงนี้ด้วย

การเป็นประติมากรไม่ได้อาศัยเพียงพรสวรรค์ ศิลปินต้องมีความรู้เรื่องกายวิภาค สัดส่วน มวล ปริมาตร พื้นที่ว่าง และคุณสมบัติของวัสดุ ผ่านการฝึกฝนอย่างยาวนาน ขณะที่การสร้างงานยังต้องใช้พื้นที่ อุปกรณ์ แรงงาน กำลังกาย และต้นทุนสูง รวมถึงต้องเผชิญกับฝุ่น สารเคมี และความเสี่ยงจากการทำงานกับวัสดุหนัก

งานของ วัชระ ประยูรคำ
งานประติกรรมที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจากวัชระ ประยูรคำ

วัชระ ประยูรคำ เมื่อความรู้สึกปรากฏอยู่บนพื้นผิว

นิทรรศการจัดวางผลงานของประติมากรสามรุ่นไว้ในอาคารเดียวกัน ได้แก่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี วัชระ ประยูรคำ ประติมากรรุ่นใหญ่ และวายุพัด รัตนเพชร ศิลปินรุ่นใหม่ สองคนหลังล้วนเติบโตจากระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมีรากฐานสำคัญจากสิ่งที่ศิลป์ พีระศรีวางไว้

บนชั้น 2 เป็นพื้นที่ของวัชระ ประยูรคำ ผู้ใช้พื้นฐานด้านกายวิภาคและการสร้างรูปทรงแบบสัจนิยม ถ่ายทอดบุคคลสำคัญผ่านภาษาประติมากรรมของตนเอง

ผลงานเด่นกลางห้องนำเสนอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขณะทรงโน้มพระวรกายเข้าหาประชาชน เพื่อถ่ายทอดพระราชกรณียกิจและความห่วงใยที่พระองค์มีต่อประชาชน ท่วงท่าและระยะห่างระหว่างบุคคลทำให้งานชิ้นนี้มีพลังทางอารมณ์ และเป็นหนึ่งในผลงานที่ทำให้เราขนลุกเมื่อได้เห็นของจริง

แม้มีพื้นฐานจากประติมากรรมแบบสัจนิยม แต่วัชระไม่ได้ยึดติดกับความเรียบเนียนสมบูรณ์แบบของอนุสาวรีย์ตามขนบ เขาจงใจเก็บรอยปั้น รอยเครื่องมือ และพื้นผิวที่หยาบไว้บนชิ้นงาน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และตัวตนภายในของบุคคลที่เป็นแบบ แนวทางนี้ทำให้นึกถึงอิทธิพลจากประติมากรรมตะวันตกยุคใหม่ โดยเฉพาะผลงานของโอกุสต์ รอแด็ง

งานของวัชระจัดแสดงท่ามกลางบรรยากาศสตูดิโอจำลอง พร้อมอุปกรณ์และร่องรอยจากกระบวนการทำงาน ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า ก่อนประติมากรรมชิ้นหนึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ ศิลปินต้องทำงานกับความคิด ร่างกาย และวัสดุอย่างไร

วายุพัด รัตนเพชร ศิลปินและประติมากรรุ่นใหม่
วายุพัด รัตนเพชร ศิลปินและประติมากรรุ่นใหม่ กำลังอธิบายขั้นตอนการทำงานประติมากรรม

วายุพัด รัตนเพชร เมื่อประติมากรรมเดินทางสู่ภาษาร่วมสมัย

บนชั้น 1 ผลงานของวายุพัด รัตนเพชร แสดงให้เห็นว่าองค์ความรู้ด้านประติมากรรมไม่ได้หยุดอยู่กับศิลป์ พีระศรี หรือจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบของสัจนิยม แต่ได้รับการส่งต่อ ตีความ และปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

วายุพัดคลี่คลายรูปทรงจากความเหมือนจริงไปสู่งานกึ่งนามธรรมและนามธรรม โดยยังอาศัยความเข้าใจเรื่องมวล ปริมาตร และพื้นที่ว่างเป็นพื้นฐาน ก่อนนำไปทดลองกับวัสดุและแนวคิดร่วมสมัย ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมและสภาวะของการดำรงชีวิต

ภายในพื้นที่ยังอธิบายขั้นตอนการสร้างประติมากรรม ตั้งแต่การสเก็ตช์แบบร่าง การพัฒนาความคิด ไปจนถึงการขึ้นรูป ช่วยให้คนที่อาจไม่คุ้นเคยกับประติมากรรมเข้าใจกระบวนการทำงานได้ง่ายขึ้น

งานของ วายุพัด
งานประติมากรรมเทวดาตกสวรรค์ จากวายุพัด

เมื่อมองผลงานของวัชระและวายุพัดควบคู่กัน สิ่งที่ศิลป์ พีระศรีส่งต่อให้ศิลปินรุ่นหลังจึงไม่ใช่รูปแบบตายตัวที่ทุกคนต้องทำตาม แต่เป็นพื้นฐานด้านทักษะ วิธีคิด และความเข้าใจในรูปทรงที่แข็งแรงพอให้ศิลปินแต่ละคนพัฒนาภาษาของตนเองได้

นั่นทำให้ The Spirit of Sculptors เป็นมากกว่านิทรรศการรำลึกถึงศิลปินคนสำคัญ แต่เป็นภาพของประติมากรรมไทยที่เดินทางผ่านศิลปินสามรุ่น—จากรากฐานทางวิชาการ สู่การแสดงออกเฉพาะตัว และการทดลองในบริบทร่วมสมัย

นิทรรศการจัดขึ้นในเดือนเกิดของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 และวันที่ 15 กันยายนของทุกปียังเป็น “วันศิลป์ พีระศรี” ท่าพิพิธภัณฑ์จึงลดราคาค่าเข้าชมเป็นพิเศษ เพื่อชวนผู้สนใจศิลปะและประวัติศาสตร์ศิลป์มาทำความรู้จักทั้งผลงาน ตัวตน และมรดกทางความคิดของเขาให้ใกล้ขึ้น

The Spirit of Sculptors

วันที่ 8 กันยายน–23 ตุลาคม 2569
เวลา 10.00–18.00 น.
สถานที่ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier)
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท นักเรียน นักศึกษา และเด็ก 100 บาท

ABOUT THE AUTHOR
Veen T.

Veen T.

Ex-lifestyle editor who's all about the slow-life vibe and still trying to nail it

ALL POSTS