HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เปิดโลกแฟชั่นไร้พรมแดนของ Vivienne Westwood ผ่านเครื่องประดับกว่า 600 ชิ้น ในนิทรรศการครั้งแรกที่กรุงเทพฯ
by HappBKK
17 ก.ย. 2569, 12:22
  74 views

Vivienne Westwood & Jewellery Exhibition จากพังก์และวัสดุใกล้ตัวถึงศิลปะศตวรรษที่ 18 ซูมผลงานพิเศษและ The Galaxy Room ที่เซ็นทรัลชิดลม ถึง 23 ตุลาคมนี้

 

ยังคงขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานแห่งวงการแฟชั่น แม้วันนี้ Vivienne Westwood (วิเวียน เวสต์วูด) ไม่อยู่แล้ว แต่ศิลปะ ความคิด และแรงบันดาลใจของเธอยังคงทำงานต่อไป และอาจไม่มีอะไรบอกเล่าเกี่ยวกับเธอได้ดีไปกว่าผลงานกว่า 600 ชิ้นในนิทรรศการ Vivienne Westwood & Jewellery ซึ่งเดินทางมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ  ณ The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม

 

 

ทุกผลงานที่จัดแสดงไว้ในนิทรรศการ Vivienne Westwood & Jewellery จะพาทุกคนย้อนเส้นทางหลายทศวรรษของดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนหมุด เข็มกลัดซ่อนปลาย กระป๋องเครื่องดื่ม และศิลปะศตวรรษที่ 18 ให้กลายเป็นภาษาของ "แฟชั่น" พร้อมชื่นชมผลงานพิเศษ และ The Galaxy Room พื้นที่จัดแสดงแบบอิมเมอร์ซีฟ ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

Vivienne Westwood ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์ระดับโลก ขณะที่ตัว Westwood เองได้รับการจดจำในฐานะหนึ่งในดีไซเนอร์แฟชั่นและนักเคลื่อนไหวที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และ 21

 

 

8 ห้องจัดแสดงฉายเส้นทางความคิดสร้างสรรค์ 4 ทศวรรษ

การจัดแสดง เครื่องประดับ เสื้อผ้าจากรันเวย์ ภาพถ่าย วิดีโอ เสียง และกราฟิกบนผนังทั้ง 8 ห้อง เล่าเส้นทางความคิดสร้างสรรค์กว่า 4 ทศวรรษของ Vivienne Westwood ตั้งแต่รากเหง้าวัฒนธรรมพังก์ งานที่เต็มไปด้วยจินตนาการ การตั้งคำถามต่อลัทธิบริโภคนิยม ไปจนถึงการกลับไปหาศิลปะคลาสสิคและงานฝีมือในอดีต

นิทรรศการนี้จึงไม่ได้พาเราไปดูเพียงวิวัฒนาการของเครื่องประดับ แต่ยังชวนมองว่าแฟชั่นเปลี่ยนแปลงไปตามสังคม วัฒนธรรม และความคิดของผู้ออกแบบอย่างไร

 

 

ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางการออกแบบ Vivienne Westwood ไม่ได้มองเครื่องประดับเป็นเพียงส่วนเสริมของเสื้อผ้า แต่ใช้มันเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มความหมาย ถ่ายทอดความคิด และเปิดพื้นที่ให้ร่างกายแสดงตัวตนของแต่ละคน นิทรรศการนี้จึงเลือกใช้เครื่องประดับเป็นเหมือนเลนส์ พาเรามองย้อนกลับไปยังภาษาการออกแบบและจิตวิญญาณที่ชอบท้าทายขนบของแฟชั่นเฮาส์อังกฤษแห่งนี้

 

 

Andreas Kronthaler ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Vivienne Westwood อธิบายความสำคัญของเครื่องประดับไว้ว่า

เครื่องประดับช่วยให้คนมองเห็นเรา ไม่มีสิ่งใดช่วยขับเน้นใบหน้า ทำให้ร่างกายแสดงออก และเน้นบุคลิกของเราได้มากไปกว่านี้

 

ทุกสิ่งรอบตัวกลายเป็นเครื่องประดับ

การไม่ได้ผ่านการศึกษาด้านแฟชั่นตามระบบทำให้ Vivienne Westwood มองงานออกแบบกว้างกว่าขอบเขตของศิลปะแขนงใดแขนงหนึ่ง วัสดุธรรมดา ของใช้ในชีวิตประจำวัน ประวัติศาสตร์การแต่งกาย งานจิตรกรรม เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องกระเบื้อง จึงสามารถเข้ามาอยู่ในโลกการออกแบบเดียวกันได้

 

จุดหนึ่งที่สะดุดตา HappeningBKK คือพื้นที่จัดแสดงเครื่องประดับและแอกเซสซอรีที่สร้างจากสิ่งของใกล้ตัว โดยแทบไม่ได้พยายามเปลี่ยนรูปลักษณ์เดิมของวัสดุเหล่านั้นมากนัก ไม่ว่าจะเป็นหมุดโลหะ เข็มกลัดซ่อนปลาย โซ่ กระดูก กระป๋องน้ำอัดลม หรือกระป๋องเบียร์ Asahi

เมื่อถูกย้ายจากชีวิตประจำวันมาอยู่บนร่างกาย สิ่งของธรรมดาเหล่านี้เปลี่ยนสถานะและความหมายทันที บางชิ้นดูขบถ บางชิ้นเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน และบางชิ้นทำให้เราตั้งคำถามว่า อะไรคือเครื่องประดับ อะไรคือแฟชั่น และใครล่ะเป็นผู้กำหนดคุณค่าของวัตถุหนึ่งชิ้น

สำหรับ Vivienne Westwood เครื่องประดับจึงไม่น่าใช่ของตกแต่งที่ตามมาทีหลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตัวตน เป็นเครื่องมือบอกเล่าอารมณ์ ความเชื่อ และจุดยืนของผู้สวมใส่

 

จากพังก์สู่ห้องศิลปะศตวรรษที่ 18

นิทรรศการใช้พื้นที่ 8 ห้องพาผู้ชมเดินผ่านช่วงเวลาสำคัญในงานออกแบบของดีไซน์เนอร์อังกฤษคนนี้ ตั้งแต่รากของวัฒนธรรมพังก์ จินตนาการเหนือจริง แนวคิด DIY และสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงศิลปะศตวรรษที่ 18 และสัญลักษณ์ Orb ประจำแบรนด์ ผ่านทั้งกราฟฟิกตระการตาของแต่ละห้อง วีดีโอสัมภาษณ์ และจากรันเวย์

สิ่งที่เราประทับใจคือการเดินจากห้องหนึ่งไปสู่อีกห้องทำให้เห็นว่า Vivienne Westwood ไม่เคยวาง “ของสูง” และ “ของธรรมดา” ไว้คนละโลก เธอสามารถหยิบกระป๋องหรือเข็มกลัดซ่อนปลายมาเป็นเครื่องประดับ ขณะเดียวกันก็ศึกษาองค์ประกอบ สีสัน และเทคนิคจากศิลปะคลาสสิกอย่างจริงจัง สำหรับเธอดูเหมือนโลกทั้งสองอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม ไร้รอยต่อ

 

 

อิสระทางความคิดที่ยังยึดโยงกับรากของศิลปะ

แม้ Vivienne Westwood จะเป็นที่จดจำในฐานะดีไซเนอร์ผู้ขบถต่อกฎเกณฑ์ แต่สิ่งที่ปรากฏชัดในวิดีโอภายในนิทรรศการคือความเคารพที่เธอมีต่อศิลปะคลาสสิก โดยเฉพาะผลงานศตวรรษที่ 18 ใน Wallace Collection กรุงลอนดอน ซึ่งเธอเคยเรียกว่าเป็น “โรงเรียนศิลปะที่ดีที่สุดในประเทศนี้”

Westwood สนใจทุกอย่างตั้งแต่จิตรกรรม เฟอร์นิเจอร์ กล่องใส่ยานัตถุ์ ไปจนถึงเครื่องกระเบื้อง Sèvres เธอมองว่าวัตถุเหล่านี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นหลักฐานที่ทำให้เราเข้าใจว่าผู้คนในแต่ละยุคมีชีวิต คิด และมองโลกอย่างไร

ผลงานของ François Boucher และ Jean-Honoré Fragonard คือแรงบันดาลใจสำคัญ ภาพของ Boucher ถูกนำมาพิมพ์ลงบนคอร์เซ็ตในคอลเลกชัน Portrait ขณะที่โทนสีและลวดลายจากเครื่องกระเบื้อง Sèvres ถูกถอดออกมาเป็นสีและรูปทรงของเสื้อผ้า

 

การหันกลับไปหาประวัติศาสตร์ของ Westwood จึงไม่ใช่การทำซ้ำอดีต แต่เป็นการนำอดีตมาใช้เป็นวัตถุดิบ เพื่อตั้งคำถามและสร้างความหมายใหม่ในโลกปัจจุบัน

ฉันเชื่อว่าการแสวงหาศิลปะมอบหลักยึดที่ยอดเยี่ยมให้กับเรา คุณสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง มองเห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้น และรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองกำลังก้าวหน้า”

เธอยังมองว่า “ศิลปะคือกระจกสะท้อนชีวิต” ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าผู้คนในอดีตเคยใช้ชีวิตอย่างไร และนั่นคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงงานของเธอมาตลอดเส้นทางอาชีพ

 



ถ้าใครไปชมนิทรรศการ ขอแนะนำให้นั่งชมและซึมซับกับแนวคิดส่วนนี้ของเธอ วีดีโอนี้เพราะทุกสิ่งที่เธอถ่ายทอดมีข้อคิดและไอเดียที่เลอค่าสำหรับผู้รักงานออกแบบและแฟชั่น ถึงเธอจะขบถแต่เธอไม่เคยปฏิเสธรากของวัฒนธรรม

 

ไฮไลต์ที่มีเฉพาะกรุงเทพฯ

หลังจากจัดแสดงมาแล้วในเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และมาเก๊า นิทรรศการเวอร์ชันกรุงเทพฯ เพิ่มผลงานและประสบการณ์เฉพาะสำหรับจุดหมายนี้ โดยมีชุดที่ออกแบบโดย Vivienne Westwood จำนวน 3 ชุด ซึ่งไม่เคยนำไปจัดแสดงในเมืองอื่นมาก่อน

อีกหนึ่งส่วนที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกคือ The Galaxy Room พื้นที่อินเทอร์แอ็กทีฟซึ่งพัฒนาร่วมกับ Microsoft ผู้ชมสามารถเลือกสแกนเครื่องประดับที่ตนเองสนใจระหว่างชมนิทรรศการได้สูงสุด 40 ดีไซน์ ก่อนที่ผลงานเหล่านั้นจะถูกนำมาสร้างเป็นกลุ่มดาวและสมุดบันทึกดิจิทัลเฉพาะบุคคล ซึ่งสามารถบันทึกกลับไปเป็นที่ระลึกได้

 

เทคโนโลยีในห้องนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพิ่มความตื่นตา แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเป็นผู้คัดเลือกและเรียบเรียงนิทรรศการในแบบของตนเอง จากผลงานชุดเดียวกัน แต่ละคนอาจมองเห็น “จักรวาลของ Vivienne Westwood” แตกต่างกันออกไป
 

เมื่อแฟชั่นไม่หยุดอยู่ที่การตามกระแส

Vivienne Westwood ใช้งานออกแบบเป็นพื้นที่พูดถึงการเมือง สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านบริโภคนิยม แต่ขณะเดียวกัน เธอก็ย้ำอยู่เสมอว่าเสรีภาพทางความคิดไม่จำเป็นต้องหมายถึงการละทิ้งพื้นฐานของศิลปะ ในทางกลับกัน ยิ่งรู้จักประวัติศาสตร์และเข้าใจฝีมือของคนรุ่นก่อนมากเท่าไร นักออกแบบก็ยิ่งมีคลังความรู้สำหรับตั้งคำถาม พลิกความหมาย และสร้างสิ่งใหม่ได้มากขึ้นเท่านั้น

Vivienne Westwood & Jewellery จึงเป็นนิทรรศการที่น่าจะสนุกทั้งสำหรับผู้ที่ติดตามแฟชั่น ผู้สนใจศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนคนที่อาจรู้จัก Vivienne Westwood เพียงจากโลโก้ Orb เพราะผลงานกว่า 600 ชิ้นในพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เล่าเพียงว่าเธอออกแบบอะไร แต่ค่อยๆ เผยให้เห็นว่าเธอมองโลกอย่างไร

เทรนด์อาจผ่านไปตามเวลา

ต่ศิลปะที่มีราก มีความคิด และกล้าตั้งคำถาม

...ยังคงอยู่ได้นานกว่านั้น
 

 

นิทรรศการ: Vivienne Westwood & Jewellery
จัดแสดง: 11 กันยายน–23 ตุลาคม 2569
เวลา: ทุกวัน 10.00–22.00 น.
สถานที่: The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม
บัตรเข้าชม: ราคา 200 บาท
จำหน่ายบัตร: บริเวณหน้าทางเข้านิทรรศการ, Ticketmelon และ Trip.com




#VivienneWestwood #VivienneWestwoodAndJewellery

#VivienneWestwoodExhibition #HappeningBKK

ABOUT THE AUTHOR
HappBKK

HappBKK

Live Every Day

ALL POSTS