HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ชวนบริจาคลมหายใจให้ช้างของ ‘สุธี คุณาวิชยานนท์’ จากงานยุคต้มยำกุ้งสู่ ‘ชีวิต ชีวา’ ที่ดิบ บางกอก
by Veen T.
25 ก.ย. 2569, 19:01
  67 views

ชวนรู้จักช้างเป่าลมของ สุธี คุณาวิชยานนท์ จากงานยุควิกฤตปี 2540 สู่ช้างตัวใหม่ที่รอผู้ชมบริจาคลมหายใจในนิทรรศการ ‘ชีวิต ชีวา’ ดิบ บางกอก

Sutee Kunavichayanont, Elephant (Breath Donation)

 

ช้างสีขาวขนาดเท่าตัวจริงนอนอยู่บนพื้น รอให้ผู้ชมช่วยกันเป่าลมเข้าไป ผลงานชิ้นใหม่ที่ สุธี คุณาวิชยานนท์ สร้างขึ้นจากแนวคิดของ Elephant (Breath Donation) พาเราย้อนกลับไปถึงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และชวนคิดอีกครั้งว่า เราจะช่วยกันต่อลมหายใจให้สิ่งที่กำลังอ่อนแรงได้อย่างไร

 

ถ้าเดินเข้าไปในนิทรรศการ ชีวิต ชีวา (Giving Life) ที่ดิบ บางกอก แล้วพบช้างสีขาวนอนราบอยู่บนพื้นที่แสดงงานชั้น 2 อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นประติมากรรมที่ตั้งใจให้ยืนมองเฉย ๆ เพราะช้างตัวนี้รอให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยการเป่าลมผ่านอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อช่วยให้ร่างซิลิโคนขนาดเท่าช้างจริงค่อย ๆ พองขึ้น ราวกับได้รับชีวิตกลับมา

ผลงานที่ดิบ บางกอกเป็นช้างตัวใหม่ซึ่งสุธีสร้างขึ้นจากแนวคิดของ Elephant (Breath Donation) งานที่เขาเริ่มทำในปี 2541 ภาพช้างที่ดูอ่อนแรงเมื่อไร้ลม และเปลี่ยนสภาพไปได้ด้วยแรงจากผู้ชมหลายคน ยังเป็นแกนสำคัญของผลงาน แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสองทศวรรษ

 

The White Elephant by Sutee
The White Elephant, 1999, สถานที่จัดแสดง หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

 

จากเสือตัวที่ห้าของเอเชีย สู่ช้างที่ต้องมีคนช่วยเป่า

เรื่องของช้างตัวนี้ย้อนกลับไปถึงปี 2540 ช่วงที่ไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง สุธีเริ่มทำประติมากรรมเสือเป่าลม เพื่อเสียดสีความฝันที่ว่าไทยจะเป็น “เสือตัวที่ห้าของเอเชีย” เสือในงานของเขาไม่ได้ยืนสง่าด้วยตัวเอง แต่เหี่ยวแฟบจนกว่าจะมีคนมาช่วยกันเป่าลม

ต่อมาเขาพัฒนาแนวคิดนี้ผ่านรูปสัตว์อื่น ทั้งควายที่โยงกับวิถีเกษตรกรรม และช้างซึ่งมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในสังคมไทย ช้างขนาดเท่าตัวจริงตัวแรกสร้างขึ้นในปี 2541 ด้วยยางพารา ก่อนที่สุธีจะทดลองใช้ซิลิโคนกับช้างรุ่นถัดมาในปี 2542 ภาพถ่ายจากการจัดแสดง The White Elephant ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากรในปีเดียวกัน ทำให้เห็นว่าช้างที่นอนรอแรงลมจากผู้ชมอยู่กับงานชุดนี้มาตั้งแต่ตอนนั้น

งานช้างยังเดินทางไปแสดงในต่างประเทศ รวมถึงแคนาดา

 

สุธี เล่าว่าบางครั้งเขาพับช้างซิลิโคนใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แล้วนำขึ้นเครื่องบินไปด้วย ภาพช้างตัวโตที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าได้ บอกถึงคุณสมบัติอีกด้านของงานชิ้นนี้ เมื่อไม่มีลม มันหดเล็กลงจนเคลื่อนย้ายได้ ก่อนจะกลับมามีรูปร่างอีกครั้งเมื่อมีคนช่วยกันเป่า

 

สุธี เจ้าของผลงาน Elephant ที่ Dib Bangkok

 

เมื่อมาจัดแสดงใน ชีวิต ชีวา (Giving Life) การเป่าลมจึงเชื่อมแนวคิดของนิทรรศการเข้ากับการกระทำของผู้ชมโดยตรง สำหรับสุธี การช่วยกันเป่าช้างมีความหมายมากกว่าการทำให้ประติมากรรมพองขึ้น

ประเทศไทยมีปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ที่อยู่ในสภาวะเสื่อมถอย ถ้าเรานำช้างเผือกมาเป็นสัญลักษณ์น่าจะสื่อสารได้ง่าย การที่เราช่วยบริจาคลมหายใจก็เหมือนเป็นการช่วยต่อลมหายใจ เป็นการสื่อความหมายถึงความร่วมมือร่วมใจกัน

 

ช้างตัวใหม่ ไม่ใช่เพียงการซ่อมตัวเก่า

เมื่อมีโอกาสนำแนวคิดนี้กลับมาแสดงอีกครั้ง สุธีเลือกสร้างผลงานขึ้นใหม่ เขาเล่าว่าได้ชวนทีมงานที่เคยร่วมทำงานกันตั้งแต่ช่วงแรกกลับมาทำช้างด้วยกันอีกครั้ง ในจำนวนนี้มี กิตติชัย วีรวิชา ผู้ปั้นต้นแบบ และ วงศธร โหยก้า ผู้ทำแม่พิมพ์

 

Dib Bangkok (Elephant by sutee)

 

วิธีสร้างเปลี่ยนไปตามเวลา ทีมงานใช้การพิมพ์สามมิติช่วยขึ้นโครงต้นแบบ ก่อนแต่งผิวและหล่อด้วยซิลิโคน ส่วนภายในติดตั้งบอลลูนเพื่อช่วยกักเก็บลม ช้างตัวใหม่นี้จึงไม่ได้เหมือนตัวเก่าทุกประการ ทั้งรูปทรง รายละเอียดผิว และระบบเป่าลมถูกคิดขึ้นใหม่จากประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดหลายปี

 

แต่สิ่งที่ศิลปินยังเก็บไว้คือช่วงเวลาระหว่างช้างที่นอนอยู่กับช้างที่ค่อย ๆ พองขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดไม่ได้หากไม่มีผู้ชมเข้ามาร่วมลงแรง

 

 

สุธียังมองว่าการเป่าลมชวนให้เรากลับมารับรู้ลมหายใจของตัวเอง คล้ายการกำหนดลมหายใจขณะทำสมาธิ งานชิ้นนี้จึงมีทั้งจังหวะของการช่วยกัน และจังหวะที่แต่ละคนได้หยุดอยู่กับปัจจุบัน

จากวิกฤตปี 2540 มาถึงวันนี้ ช้างที่รอให้คนหลายคนช่วยกันเป่าลมอาจชวนให้นึกถึงปัญหาคนละเรื่องกัน แต่คำถามของงานยังอยู่ตรงหน้าเราเหมือนเดิมว่า เมื่อเห็นบางสิ่งกำลังอ่อนแรง เราจะยืนมอง หรือจะช่วยกันต่อลมหายใจให้มัน

 

ข้อมูลเข้าชม

ชีวิต ชีวา (Giving Life) จัดแสดงวันที่ 26 กันยายน 2569 – 3 พฤษภาคม 2570 ที่ดิบ บางกอก ซอยสุขุมวิท 40 เปิดวันพฤหัสบดี–อังคาร เวลา 10.00–19.00 น. ปิดวันพุธ บัตรเข้าชมนิทรรศการ 550 บาทสำหรับผู้พำนักในไทย และ 700 บาทสำหรับบัตรทั่วไป ดูรายละเอียดและจองบัตรได้ที่ dibbangkok.org ทางพิพิธภัณฑ์มีอุปกรณ์เป่าชนิดใช้ครั้งเดียวจัดเตรียมไว้ให้ผู้ร่วมกิจกรรม

 

 

PHOTO Courtesy of DibBangkok and Sutee Kunavichayanont

 

#สุธีคุณาวิชยานนท์ #ชีวิตชีวา

#GivingLife #DibBangkok

#ดิบบางกอก #HappeningBKK

ABOUT THE AUTHOR
Veen T.

Veen T.

Ex-lifestyle editor who's all about the slow-life vibe and still trying to nail it

ALL POSTS