Thai Aesthetics ในมุมมอง Vertier จากอีสานสู่มหานคร ผ่านงานออกแบบไฮเอนด์
เมื่อเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่แค่ของแต่งบ้าน แต่คือ “ภาษาของวัฒนธรรม” ที่เล่าเรื่องตัวตนผ่านรูปทรง วัสดุ และจินตนาการ
ปีนี้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ของไทย Vertier (เวอร์เทียร์) เปิดบ้านหลังใหม่อย่างเป็นทางการกับ Vertier Flagship Gallery ใจกลางราชดำริ พร้อมร่วมงาน Bangkok Design Week 2026 ด้วยการเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น Creative Space ที่ศิลปะร่วมสมัย นวัตกรรม และงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ หลอมรวมเป็นประสบการณ์เดียวกันอย่างมีชั้นเชิง
ภายใต้แนวคิด “Celebrate Innovation” Vertier ชวนผู้ชม “นิยามจุดเริ่มต้นใหม่” ผ่านการ Re-imagine เฟอร์นิเจอร์คลาสสิกของแบรนด์ ด้วยการปรับเปลี่ยนวัสดุ (Materials) และโทนสี (Color Palette) ให้เกิดบทสนทนาระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผลลัพธ์คือรูปทรง Contemporary อันเป็นลายเซ็นของแบรนด์ ที่ทั้งคมชัด อ่อนโยน และเปี่ยมจิตวิญญาณ
Thai Aesthetics: เมื่อ 4 ภูมิภาคถูกถ่ายทอดผ่านงานออกแบบ
นิทรรศการครั้งนี้คือการตีความอัตลักษณ์ไทยผ่าน “ภาษาแห่งวัสดุ สี และพื้นผิว” แบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ที่พาผู้ชมเดินทางจากอีสานสู่มหานคร จากท้องทะเลสู่วิถีล้านนา

สีเหลืองทอง ISAN TEXTURE & SPIRIT
จังหวะชีวิตที่ครื้นเครงและเปี่ยมมิตรภาพ ถูกถ่ายทอดผ่านแรงบันดาลใจจากเสียงแคนและดอกราชพฤกษ์ ไฮไลต์อยู่ที่การ “ถอดรหัส” ลวดลายผ้าพื้นถิ่น สู่เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยที่ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล เป็นการแปลความ “ความบ้าน ๆ” ให้กลายเป็นความงามระดับสากลอย่างสง่างาม

สีแดง LIFE & URBANITY
พลังของมหานครอย่างกรุงเทพฯ และเสน่ห์ย่านเยาวราช ถูกย่อส่วนลงในเส้นสาย (Silhouette) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตึกระฟ้าและโครงสร้างสถาปัตยกรรมเมือง รูปลักษณ์โมเดิร์น โฉบเฉี่ยว และหรูหรา สะท้อนไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา

สีฟ้าน้ำทะเล ANDAMAN RHYTHM
ภายใต้คอนเซปต์ “Pearl of the Andaman” โซนนี้โดดเด่นด้วยการเชื่อมโยงดีไซน์กับความยั่งยืน หินลวดลายคลื่นทะเลถูกจับคู่กับโต๊ะกระจกที่สะท้อนฟองคลื่น ขณะที่เก้าอี้คอลเลกชันใหม่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3D Printing จากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล สะท้อนแนวคิด Design S.O.S. ที่ตอบรับวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบ และทำให้นวัตกรรมไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือจริยธรรมของนักออกแบบยุคใหม่

สีม่วง LANNA LEGACY
ความสง่างาม สุขุม และประณีตของภาคเหนือ ถูกถ่ายทอดผ่านลวดลายผ้าไทยและงานดีไซน์ “V Lamp Shade” โคมไฟซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่คว้ารางวัล Design Excellence Award (DEmark) 2025 ด้วยการจัดวางรูปทรงอย่างมีชั้นเชิง จนเกิดโครงสร้างคล้ายโคมล้านนาดั้งเดิม แต่ถูกตีความใหม่ในสไตล์มินิมอล อบอุ่น และร่วมสมัย

Immersive Arts Experience เมื่อดีไซน์กลายเป็นประสบการณ์
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Immersive Arts Experience ที่ร้อยเรียงแสง สี และเสียง เพื่อพาผู้ชมดำดิ่งสู่รากวัฒนธรรมไทย ผ่านเลนส์ของนวัตกรรมร่วมสมัย พื้นที่จัดแสดงไม่ได้เป็นเพียงโชว์รูม แต่คือพื้นที่สนทนาระหว่างงานออกแบบกับความทรงจำ
นอกจากนี้ Vertier ยังเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “Reimagination” ร่วมกับ Design & Object Thailand (D/Objects) จัดแสดงที่ Thailand Creative & Design Center (TCDC) อาคารไปรษณีย์กลาง ภายใต้แนวคิด “REINVENT THE ORIGIN” ที่เชื่อว่าการย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้น ไม่ใช่การถอยหลัง หากคือการ “มอบชีวิตใหม่” (Giving New Life) ให้งานออกแบบ เพื่อกำหนดความหมายของวันนี้และวันพรุ่งนี้
คอลเลกชันนี้สะท้อน DNA ของ Vertier ผ่านการตีความวัสดุด้วยสีสันเฉพาะตัว ผสานดีไซน์ดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ จนเกิดเป็น Masterpiece ที่ยืนยันศักยภาพงานออกแบบไทยในเวทีสากล
ปิดท้ายด้วยการเป็นผู้สนับสนุนการตกแต่งโซน “D/Club” พื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดียของนักออกแบบและผู้หลงใหลในงานดีไซน์ ซึ่ง Vertier คัดสรรเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกมาสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสนทนา ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจ เพราะสำหรับ Vertier แล้ว เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่แค่ “วัตถุ” หากคือจุดเริ่มต้นของความหมายใหม่ ที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เข้าไว้ด้วยกันอย่างมีรสนิยม
