HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ก่อนสิ้นเดือนกันยายน ชวนเข้าไปชมอดีตพระตำหนักใหญ่ วังปากคลองผดุงกรุงเกษม อีกสักครั้ง
by Veen T.
1 ก.ย. 2569, 17:16
  49 views

ก่อน Deva Manor ปิดปลายกันยายน ชวนสำรวจอดีตพระตำหนักใหญ่ วังปากคลองผดุงกรุงเกษม ผ่านสถาปัตยกรรม ศิลปะ และเรื่องราวกว่าร้อยปี

Deva Manor ปิดกันยายน 2026

 

ปลายเดือนกันยายนนี้ Deva Manor คาเฟ่ที่เปิดอยู่บริเวณชั้นล่างของอดีตพระตำหนักใหญ่ วังปากคลองผดุงกรุงเกษม จะยุติการให้บริการ หลังเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามานั่งกินอาหาร ดื่มกาแฟ และในเวลาเดียวกันก็ได้ทำความรู้จักกับอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้มาตลอด 6 ปี

แต่สิ่งที่กำลังจะปิดลงไม่ใช่แค่คาเฟ่ เพราะสำหรับคนที่สนใจศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ นี่อาจเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่จะได้เข้าไปสำรวจอาคารหลังนี้อย่างใกล้ชิด ก่อนมีการเตรียมส่งมอบอดีตพระตำหนักใหญ่อยู่ในความดูแลของราชเลขานุการในพระองค์ ตามประกาศของ Deva Manor

อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เคยเป็นที่ประทับของต้นราชสกุลกิติยากร ซึ่งเป็นราชสกุลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยังเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์ในอดีต ทั้งรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 เคยเสด็จมาพักผ่อนพระอิริยาบถ

 

Deva Manor วังเทเวศน์

 

Deva Manor ยังเปิดทุกวัน เวลา 10.00–22.00 น. จนถึงสิ้นเดือนกันยายน และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการบรรยายพิเศษโดย พ.อ.เฟื่องวิชญ์ อนิรุธเทวา ผู้ดูแลอาคาร นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับจองมื้อกลางวันและมื้อค่ำพิเศษ สำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาทำความรู้จักเรื่องราว ศิลปะ และสถาปัตยกรรมของวังปากคลองผดุงกรุงเกษมให้มากขึ้น

 

"บ้าน"ที่ผ่านเรื่องราวมากว่าร้อยปี

อดีตพระตำหนักใหญ่สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2439 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นที่ประทับของพระราชโอรสพระองค์ที่ 12 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ต้นราชสกุลกิติยากร ซึ่งประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2474

 

 

ต่อมาอาคารถูกขายให้แก่เจ้าพระยาอนิรุทธเทวา และตกทอดมาอยู่ในความดูแลของตระกูลอนิรุธเทวา หลังเจ้าพระยาอนิรุทธเทวาถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2494 พระตำหนักใหญ่ถูกปิดไว้นานถึง 56 ปี

กระทั่ง พ.อ.เฟื่องวิชญ์ อนิรุธเทวา ผู้เป็นหลาน ตัดสินใจบูรณะอาคารอีกครั้ง โดยพยายามรักษารายละเอียดดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด ตั้งแต่ค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงรื้อส่วนที่ถูกต่อเติมขึ้นในภายหลัง เพื่อให้อาคารกลับมาใกล้เคียงกับรูปแบบเดิม การบูรณะครั้งใหญ่นี้กินเวลาถึง 12 ปี

 

Deva Manor

ใครที่ชอบประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้ เรายินดีต้อนรับ” พ.อ.เฟื่องวิชญ์ กล่าวระหว่างพาชมอาคาร

 

เขาเล่าว่า การบูรณะไม่ใช่เพียงการซ่อมสิ่งที่ชำรุด แต่ต้องศึกษาหลักฐานเก่าอย่างละเอียด เพื่อแยกให้ออกว่าอะไรคือส่วนดั้งเดิม และอะไรคือสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในยุคหลัง

นั่นทำให้การเดินชมบ้านหลังนี้ไม่ต่างจากการค่อยๆ อ่านประวัติศาสตร์ผ่านตัวอาคาร ทั้งข้าวของ เครื่องเรือน ภาพถ่าย และรายละเอียดเล็กๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่

 

Deva Manor

 

กระจกสี ห้องพระสำราญ และร่องรอยของยุคสมัย

อดีตพระตำหนักใหญ่เป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อิทธิพลตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทกับสถาปัตยกรรมของสยามมากขึ้น โดยมีองค์ประกอบแบบยุโรปผสมกับรายละเอียดที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อน

 

กระจกสีจากอิตาลี deva manor

 

หนึ่งในสิ่งที่สะดุดตาที่สุดอยู่บริเวณโถงชั้นสอง คือกระจกสีจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งยังคงเป็นของดั้งเดิม

กระจกสีเดิมยังอยู่ครบ มีเพียงกระจกใสบางส่วนที่ต้องเปลี่ยนเพื่อรักษาความสวยงามเอาไว้” พ.อ. เฟื่องวิชญ์ เล่า

เมื่อแสงลอดผ่านกระจกสีเข้ามาในโถงกว้างที่มีเสาแบบไอโอนิกอยู่สองข้าง บรรยากาศทำให้พอจินตนาการได้ว่า พื้นที่แห่งนี้เมื่อกว่าร้อยปีก่อนเคยมีผู้คนเดินผ่าน พูดคุย และใช้ชีวิตกันอย่างไร

รายละเอียดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ อาคารถูกออกแบบขึ้นในยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้า การระบายอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญ งานไม้ฉลุแบบขนมปังขิงที่เห็นอยู่ตามส่วนต่างๆ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประดับอาคาร แต่ยังช่วยให้อากาศไหลเวียนผ่านห้องต่างๆ ได้ดีขึ้น

 

Deva Manor

 

ภายในพระตำหนักใหญ่มีทั้งหมด 14 ห้อง ปัจจุบันชั้นล่างเป็นพื้นที่ของ Deva Manor ส่วนชั้นบนประกอบด้วยห้องนอนหลายห้องที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป

บริเวณด้านหลังมีห้องนอนทรงแปดเหลี่ยมซึ่งเดิมใช้เป็นห้องรับรองแขก จากหน้าต่างสามารถมองไปยังเขตพระตำหนักของราชสกุลกิติยากร ซึ่งเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยประทับเมื่อทรงพระเยาว์

 

Kitiyakara Family

 

ส่วนห้องที่ใหญ่และสำคัญที่สุดอยู่ด้านหน้า เรียกว่า “ห้องพระสำราญ” เดิมใช้สำหรับรับรองแขก เป็นทั้งพื้นที่พบปะและเสวยพระกระยาหารอย่างไม่เป็นทางการของพระมหากษัตริย์ในอดีต

บนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ยังจัดแสดงเก้าอี้ที่รัชกาลที่ 6 เคยประทับ รวมถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่มีตราเจ้าพระยาอนิรุทธเทวา ขณะที่อีกด้านของห้องเปิดออกไปเห็นสวนด้านนอก

แต่เสน่ห์ของบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่เพียงสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่หรือห้องสำคัญเท่านั้น

 

PHOTO by Wittaya Phenpakkul

 

ตามผนังยังมีภาพเขียนและภาพถ่ายบุคคลในอดีต เฟอร์นิเจอร์เก่า เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และของตกแต่งจากช่วงเวลาที่ศิลปะตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลในสยามมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีศิลปวัตถุไทยอยู่ร่วมกัน แต่ละชิ้นจึงช่วยเติมรายละเอียดให้เราเห็นทั้งรสนิยม วิถีชีวิต และความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

สำหรับ พ.อ.เฟื่องวิชญ์ การเปิด Deva Manor จึงไม่เคยมีเป้าหมายเพียงการทำคาเฟ่

อาหารและเครื่องดื่มอาจเป็นเหตุผลแรกที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเดินเข้ามา แต่เมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้ว สิ่งที่เขาอยากให้ผู้คนได้กลับไปด้วย คือโอกาสในการมองเห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรม ศิลปะ และประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังนี้ โดยเฉพาะในสายตาของคนรุ่นใหม่และเมื่อ Deva Manor กำลังจะปิดให้บริการในปลายเดือนกันยายน ช่วงเวลาที่จะได้เดินเข้ามาทำความรู้จักบ้านหลังนี้อย่างใกล้ชิด จึงเหลืออีกไม่มากแล้ว



MAIN PHOTO by Wittaya Phenpakkul


#DevaManor #DevesPalace #วังปากคลองผดุงกรุงเกษม   #BangkokHeritage #HappeningBKK #วังเทเวศร์

ABOUT THE AUTHOR
Veen T.

Veen T.

Ex-lifestyle editor who's all about the slow-life vibe and still trying to nail it

ALL POSTS