HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
“Kizaru” อิซากายะเปิดใหม่ย่านสุรวงศ์ ความอภิรมย์ยามค่ำ มื้อที่ทำให้คำว่า “อร่อย” ถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง
by Dae Warunee
21 ก.ย. 2569, 10:44
  106 views

ในฐานะนักรีวิว HappeningBKK ก็มีบ้าง กับบางร้านอาหารที่เราจะใช้คำว่า “อร่อย” ได้อย่างประหยัด เพราะรู้ดีว่าควรเก็บคำนี้ไว้ใช้กับจานอาหารที่คู่ควรจริงๆ

แต่กับ “Kizaru” ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่ตรงกันข้าม

เพราะแทบทุกจานที่ทยอยออกมาจากครัว มีเหตุผลให้คำว่า “อร่อย” ถูกหยิบมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ก่อนจะได้ลิ้มชิมรสจริงๆ แต่ละจานมักมีเสียง “ว้าว” ดังขึ้นพร้อมกับการลั่นชัตเตอร์รัวๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าร้านนี้ คำว่า “รูปสวย รวยรส” ใช้ได้ไม่เกินจริง

 

สำหรับ “Kizaru” เป็นร้านอิซากายะเปิดใหม่ในมณเฑียรมอลล์ ถนนสุรวงศ์ ที่หยิบเอาบรรยากาศค่ำคืนของโตเกียวมาเล่าใหม่ในแบบที่เป็นกันเองขึ้น ไวบ์สนุกสนาน มีความอบอุ่น และชวนให้นั่งได้ยาวๆ

ยิ่งถ้ามากับแก๊งเพื่อนสนิท ที่นี่ไม่ใช่ร้านที่จะเข้ามากินแล้วรีบกลับ แต่เป็นร้านที่มีแนวโน้มจะทำให้เราพูดว่า “อีกแก้วไหม?” ได้ง่ายกว่าที่คิด

 

 

ค่ำคืนในสุรวงศ์ ที่มีโตเกียวซ่อนอยู่

ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน เราจะสัมผัสได้ถึงความเป็นอิซากายะที่ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นร้านญี่ปุ่นแบบพิพิธภัณฑ์ แต่เลือกหยิบจังหวะของการสังสรรค์มาเป็นหัวใจ

 

 

ครัวเปิดขนาดกะทัดรัดอยู่ตรงหน้า เสียงจากครัว เสียงพูดคุย เสียงแก้วกระทบกัน และกลิ่นอาหารที่ลอยออกมาเป็นระยะ กลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศโดยไม่ต้องตกแต่งอะไรให้มากความ มันมีความญี่ปุ่นอยู่ในรายละเอียด แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกผ่อนคลายมากพอที่จะนั่งคุยกับเพื่อนจนเผลอลืมเวลา

 

นี่คือเสน่ห์ของอิซากายะที่น่าสนใจ

เพราะสำหรับเรา “อิซากายะ” ไม่ใช่เพียงประเภทของร้านอาหาร แต่เป็นวัฒนธรรมการกินดื่มที่ให้อาหาร เครื่องดื่ม และบทสนทนาเดินไปด้วยกัน

 

เมื่ออาหารญี่ปุ่นที่คุ้นเคย ถูกเล่าใหม่โดยเชฟ Shun

เบื้องหลังอาหารของ Kizaru คือเชฟ Shun Sato ผู้เติบโตมากับครอบครัวร้านอิซากายะในเซนได และผ่านประสบการณ์ทำงานในครัวทั้งโตเกียว ซิดนีย์ ลอนดอน และฮ่องกง

 

 

ประสบการณ์ที่เดินทางข้ามหลายเมืองทำให้เมนูของเขายังคงมีรากเป็นอาหารญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย แต่มีรายละเอียดบางอย่างที่ทำให้แต่ละจานน่าสนใจขึ้น เริ่มตั้งแต่จานเล็กๆ สำหรับเปิดมื้ออย่าง เต้าหู้เย็นสไตล์ญี่ปุ่น ทาโกะวาซาบิ หรือมิโซะครีมชีส ก่อนขยับไปสู่ซาชิมิ ฮามาจิ แซลมอน และชูโทโร่ แล้วค่อยๆ เดินทางต่อไปยังยากิโทริ เทมปุระ และสเต๊กเนื้อวากิว

 

 

ความสนุกอยู่ตรงที่อาหารเหล่านี้ไม่ได้ถูกวางไว้เพื่อให้เรานั่งชิมอย่างจริงจังเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบมาให้ “แชร์กันบนโต๊ะ” พร้อมเครื่องดื่ม และค่อยๆ กินไป คุยไป

จานหนึ่งหมด อีกจานมา

แก้วหนึ่งหมด อีกแก้วถูกเติม

จนเวลาผ่านไปโดยไม่ทันรู้ตัว

 

Fire Scallop จานที่ทำให้โต๊ะหยิบกล้องพร้อมกัน

ถ้ามีหนึ่งจานที่ทำหน้าที่เรียกเสียงฮือฮาได้ดีมาก น่าจะเป็น Fire Scallop เพราะนี่ไม่ใช่จานที่วางลงบนโต๊ะแล้วจบ แต่เป็นจานที่มี “การแสดง” น่าตื่นตาตื่นใจมาด้วย

 

เมื่อหอยเชลล์ถูกนำมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ เปลวไฟสีฟ้าก็ลุกขึ้นเหนือจาน กลายเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทุกคนพร้อมใจกันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย และหลังจากหมดช่วงว้าว สิ่งสำคัญกว่าภาพสวย ๆ ก็คือ “รสชาติ” จานนี้ทำให้เห็นวิธีคิดของ Kizaru ได้ดี เพราะที่นี่อาหารต้องอร่อย แต่ความสนุกระหว่างมื้อก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

 

อาหารญี่ปุ่นกับสาเก คู่ที่ทำให้มื้ออาหารเดินต่อ

อีกส่วนที่ทำให้ค่ำคืนที่ Kizaru แตกต่างจากการมานั่งกินอาหารญี่ปุ่นทั่วไป คือเรื่องของเครื่องดื่ม ทางร้านหยิบวัฒนธรรม “ทาจิโนมิ” หรือการยืนดื่มของญี่ปุ่นมาเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งหัวใจของวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่การดื่มอย่างเดียว แต่คือการกินของเล็ก  ไปพร้อมกับเครื่องดื่มและบทสนทนา

 

 

จากเบียร์เย็นๆ หรือไฮบอลสำหรับเริ่มต้นค่ำคืน จึงค่อยขยับไปสู่สาเกจากหลากหลายพื้นที่ในญี่ปุ่น รวมถึงสาเกสดแบบ Unpasteurised Sake ที่ไม่ได้พบได้ง่ายนักนอกญี่ปุ่น และเมื่อสาเกถูกเลือกมาให้จับคู่กับอาหารของเชฟ Shun มื้ออาหารก็เหมือนมีอีกหนึ่งเลเยอร์เพิ่มขึ้นมา

 

 

รสชาติของอาหารเปลี่ยนไปเมื่อมีเครื่องดื่มเข้ามาอยู่ด้วย บางจานเด่นขึ้นเมื่อจับคู่กับสาเกบางแบบ ขณะที่บางแก้วก็ทำให้เราอยากกลับไปลองอาหารจานเดิมอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่ทำให้การแพร์ริ่งน่าสนใจ เพราะไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าอะไรเข้าคู่กับอะไรที่สุด แต่เป็นการค้นหาว่าอาหารและเครื่องดื่มจะพากันไปทางไหน

 

ร้านที่ตั้งใจให้มื้อค่ำไม่ต้องมีเวลาจบ

Kizaru เป็นผลงานของ Christopher Mark และ Vidur Yadav สองผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารและการบริการจากฮ่องกง ร่วมกับเชฟ Shun Sato พวกเขาเลือกสุรวงศ์เป็นที่ตั้ง เพราะเป็นย่านที่มีทั้งกลิ่นอายเก่าและความร่วมสมัยอยู่ด้วยกัน

และนั่นก็สะท้อนออกมาในร้าน Kizaru ที่เลือกหยิบเอาความรู้สึกของร้านกินดื่มในตรอกยามค่ำคืนมาเป็นแรงบันดาลใจ ร้านที่คนเลิกงานแวะมา ร้านที่เพื่อนนัดเจอกัน ร้านที่เริ่มจากอาหารไม่กี่จานและเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว ก่อนจะกลายเป็นค่ำคืนที่ยาวกว่าที่วางแผนไว้

บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่บรรยากาศของ Kizaru รู้สึกดี ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กินหรือดื่มอะไร

 

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาร้านอาหารอร่อย สาเกดี เพลงสียงเคล้าคลอสนทนาแบบกำลังดี ในบรรยากาศก็ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ ก็ปักหมุดกันมาที่ “Kizaru” มณเฑียรมอลล์ ติดกับโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์

 

เชื่อเถอะว่า...จากที่คิดว่าจะมานั่งกินข้าว กลายเป็นนั่งต่อ

จากที่ว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว กลายเป็นถามว่า... “ต่ออีกแก้วไหม?”

 

สำรองที่นั่ง ดูเมนูอาหารและเครื่องดื่ม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kizarubangkok.com หรือโทร 083 113 8618

 

ABOUT THE AUTHOR
Dae Warunee

Dae Warunee

นักกฎหมายที่หยั่งรากบนเส้นทางสายนักเขียน เซียนเรื่องกินเที่ยว หวังเก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์

ALL POSTS