“Kizaru” อิซากายะเปิดใหม่ย่านสุรวงศ์ ความอภิรมย์ยามค่ำ มื้อที่ทำให้คำว่า “อร่อย” ถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง
ในฐานะนักรีวิว HappeningBKK ก็มีบ้าง กับบางร้านอาหารที่เราจะใช้คำว่า “อร่อย” ได้อย่างประหยัด เพราะรู้ดีว่าควรเก็บคำนี้ไว้ใช้กับจานอาหารที่คู่ควรจริงๆ
แต่กับ “Kizaru” ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่ตรงกันข้าม
เพราะแทบทุกจานที่ทยอยออกมาจากครัว มีเหตุผลให้คำว่า “อร่อย” ถูกหยิบมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ก่อนจะได้ลิ้มชิมรสจริงๆ แต่ละจานมักมีเสียง “ว้าว” ดังขึ้นพร้อมกับการลั่นชัตเตอร์รัวๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าร้านนี้ คำว่า “รูปสวย รวยรส” ใช้ได้ไม่เกินจริง

สำหรับ “Kizaru” เป็นร้านอิซากายะเปิดใหม่ในมณเฑียรมอลล์ ถนนสุรวงศ์ ที่หยิบเอาบรรยากาศค่ำคืนของโตเกียวมาเล่าใหม่ในแบบที่เป็นกันเองขึ้น ไวบ์สนุกสนาน มีความอบอุ่น และชวนให้นั่งได้ยาวๆ
ยิ่งถ้ามากับแก๊งเพื่อนสนิท ที่นี่ไม่ใช่ร้านที่จะเข้ามากินแล้วรีบกลับ แต่เป็นร้านที่มีแนวโน้มจะทำให้เราพูดว่า “อีกแก้วไหม?” ได้ง่ายกว่าที่คิด

ค่ำคืนในสุรวงศ์ ที่มีโตเกียวซ่อนอยู่
ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน เราจะสัมผัสได้ถึงความเป็นอิซากายะที่ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นร้านญี่ปุ่นแบบพิพิธภัณฑ์ แต่เลือกหยิบจังหวะของการสังสรรค์มาเป็นหัวใจ

ครัวเปิดขนาดกะทัดรัดอยู่ตรงหน้า เสียงจากครัว เสียงพูดคุย เสียงแก้วกระทบกัน และกลิ่นอาหารที่ลอยออกมาเป็นระยะ กลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศโดยไม่ต้องตกแต่งอะไรให้มากความ มันมีความญี่ปุ่นอยู่ในรายละเอียด แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกผ่อนคลายมากพอที่จะนั่งคุยกับเพื่อนจนเผลอลืมเวลา

นี่คือเสน่ห์ของอิซากายะที่น่าสนใจ
เพราะสำหรับเรา “อิซากายะ” ไม่ใช่เพียงประเภทของร้านอาหาร แต่เป็นวัฒนธรรมการกินดื่มที่ให้อาหาร เครื่องดื่ม และบทสนทนาเดินไปด้วยกัน
เมื่ออาหารญี่ปุ่นที่คุ้นเคย ถูกเล่าใหม่โดยเชฟ Shun
เบื้องหลังอาหารของ Kizaru คือเชฟ Shun Sato ผู้เติบโตมากับครอบครัวร้านอิซากายะในเซนได และผ่านประสบการณ์ทำงานในครัวทั้งโตเกียว ซิดนีย์ ลอนดอน และฮ่องกง

ประสบการณ์ที่เดินทางข้ามหลายเมืองทำให้เมนูของเขายังคงมีรากเป็นอาหารญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย แต่มีรายละเอียดบางอย่างที่ทำให้แต่ละจานน่าสนใจขึ้น เริ่มตั้งแต่จานเล็กๆ สำหรับเปิดมื้ออย่าง เต้าหู้เย็นสไตล์ญี่ปุ่น ทาโกะวาซาบิ หรือมิโซะครีมชีส ก่อนขยับไปสู่ซาชิมิ ฮามาจิ แซลมอน และชูโทโร่ แล้วค่อยๆ เดินทางต่อไปยังยากิโทริ เทมปุระ และสเต๊กเนื้อวากิว






ความสนุกอยู่ตรงที่อาหารเหล่านี้ไม่ได้ถูกวางไว้เพื่อให้เรานั่งชิมอย่างจริงจังเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบมาให้ “แชร์กันบนโต๊ะ” พร้อมเครื่องดื่ม และค่อยๆ กินไป คุยไป
จานหนึ่งหมด อีกจานมา
แก้วหนึ่งหมด อีกแก้วถูกเติม
จนเวลาผ่านไปโดยไม่ทันรู้ตัว

Fire Scallop จานที่ทำให้โต๊ะหยิบกล้องพร้อมกัน
ถ้ามีหนึ่งจานที่ทำหน้าที่เรียกเสียงฮือฮาได้ดีมาก น่าจะเป็น Fire Scallop เพราะนี่ไม่ใช่จานที่วางลงบนโต๊ะแล้วจบ แต่เป็นจานที่มี “การแสดง” น่าตื่นตาตื่นใจมาด้วย

เมื่อหอยเชลล์ถูกนำมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ เปลวไฟสีฟ้าก็ลุกขึ้นเหนือจาน กลายเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทุกคนพร้อมใจกันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย และหลังจากหมดช่วงว้าว สิ่งสำคัญกว่าภาพสวย ๆ ก็คือ “รสชาติ” จานนี้ทำให้เห็นวิธีคิดของ Kizaru ได้ดี เพราะที่นี่อาหารต้องอร่อย แต่ความสนุกระหว่างมื้อก็สำคัญไม่แพ้กัน

อาหารญี่ปุ่นกับสาเก คู่ที่ทำให้มื้ออาหารเดินต่อ
อีกส่วนที่ทำให้ค่ำคืนที่ Kizaru แตกต่างจากการมานั่งกินอาหารญี่ปุ่นทั่วไป คือเรื่องของเครื่องดื่ม ทางร้านหยิบวัฒนธรรม “ทาจิโนมิ” หรือการยืนดื่มของญี่ปุ่นมาเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งหัวใจของวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่การดื่มอย่างเดียว แต่คือการกินของเล็ก ไปพร้อมกับเครื่องดื่มและบทสนทนา



จากเบียร์เย็นๆ หรือไฮบอลสำหรับเริ่มต้นค่ำคืน จึงค่อยขยับไปสู่สาเกจากหลากหลายพื้นที่ในญี่ปุ่น รวมถึงสาเกสดแบบ Unpasteurised Sake ที่ไม่ได้พบได้ง่ายนักนอกญี่ปุ่น และเมื่อสาเกถูกเลือกมาให้จับคู่กับอาหารของเชฟ Shun มื้ออาหารก็เหมือนมีอีกหนึ่งเลเยอร์เพิ่มขึ้นมา


รสชาติของอาหารเปลี่ยนไปเมื่อมีเครื่องดื่มเข้ามาอยู่ด้วย บางจานเด่นขึ้นเมื่อจับคู่กับสาเกบางแบบ ขณะที่บางแก้วก็ทำให้เราอยากกลับไปลองอาหารจานเดิมอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่ทำให้การแพร์ริ่งน่าสนใจ เพราะไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าอะไรเข้าคู่กับอะไรที่สุด แต่เป็นการค้นหาว่าอาหารและเครื่องดื่มจะพากันไปทางไหน

ร้านที่ตั้งใจให้มื้อค่ำไม่ต้องมีเวลาจบ
Kizaru เป็นผลงานของ Christopher Mark และ Vidur Yadav สองผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารและการบริการจากฮ่องกง ร่วมกับเชฟ Shun Sato พวกเขาเลือกสุรวงศ์เป็นที่ตั้ง เพราะเป็นย่านที่มีทั้งกลิ่นอายเก่าและความร่วมสมัยอยู่ด้วยกัน
และนั่นก็สะท้อนออกมาในร้าน Kizaru ที่เลือกหยิบเอาความรู้สึกของร้านกินดื่มในตรอกยามค่ำคืนมาเป็นแรงบันดาลใจ ร้านที่คนเลิกงานแวะมา ร้านที่เพื่อนนัดเจอกัน ร้านที่เริ่มจากอาหารไม่กี่จานและเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว ก่อนจะกลายเป็นค่ำคืนที่ยาวกว่าที่วางแผนไว้
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่บรรยากาศของ Kizaru รู้สึกดี ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กินหรือดื่มอะไร

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาร้านอาหารอร่อย สาเกดี เพลงสียงเคล้าคลอสนทนาแบบกำลังดี ในบรรยากาศก็ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ ก็ปักหมุดกันมาที่ “Kizaru” มณเฑียรมอลล์ ติดกับโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์
เชื่อเถอะว่า...จากที่คิดว่าจะมานั่งกินข้าว กลายเป็นนั่งต่อ
จากที่ว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว กลายเป็นถามว่า... “ต่ออีกแก้วไหม?”
สำรองที่นั่ง ดูเมนูอาหารและเครื่องดื่ม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kizarubangkok.com หรือโทร 083 113 8618
