HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
 ไบโอเทคเปิดเกม Plant Factory ปั้นสมุนไพรไทยเกรดพรีเมียมสู่ตลาดโลก
by L. Patt
2 ก.ค. 2569, 16:18
  62 views

ไบโอเทค สวทช. เปิดเทคโนโลยี Plant Factory พร้อมถ่ายทอดสู่เอกชน ผลิตสมุนไพรไทยเกรดพรีเมียม ควบคุมคุณภาพได้แม่นยำ สร้างโอกาสใหม่สู่ตลาดโลก

หลังจากเริ่มต้นวิจัยโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) มานานกว่า 7 ปี วันนี้ ไบโอเทค สวทช. ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการผลิตที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการเอกชนและเกษตรกร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการผลิตสารสำคัญจากสมุนไพรเกรดพรีเมียมที่มีมูลค่าสูง

Plant Factoryเมื่อเร็ว ๆ นี้ happeningBKK.com ได้มีโอกาสเยี่ยมชมโรงงานผลิตพืชของไบโอเทค บนพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นต้นแบบการผลิตพืชมูลค่าสูงในระบบควบคุมสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะฟ้าทะลายโจร บัวบก และกะเพรา ที่อยู่ในกลุ่ม Herbal Champion ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ดร.ประเดิม วนิชชนานันท์ หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร กล่าวว่า ไบโอเทคเป็นต้นน้ำในการพัฒนาโรงงานผลิตพืช โดยระยะแรกมุ่งวิจัยพืชสมุนไพรไทยที่เป็น Product Champion ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร บัวบก กะเพรา และขมิ้นชัน ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมไปจนถึงระดับการผลิต (Production Scale) ซึ่งขณะนี้พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนแล้ว

นอกจากพืชสมุนไพรที่เป็น Product Champion แล้ว ไบโอเทคยังมีผลงานเด่นในการปลูกเคล (คะน้าใบหยิก) คะน้าฮ่องกง ผักสลัดหลากหลายชนิด และมะเขือเทศเชอร์รีหลายสายพันธุ์ รวมถึงพืชอาหารเชิงฟังก์ชัน เช่น ไมโครกรีน

ปัจจุบัน ไบโอเทคกำลังก้าวสู่ระยะที่สองของการวิจัย โดยเริ่มศึกษาพืชจากต่างประเทศ ได้แก่ วาซาบิ หญ้าฝรั่น (Saffron) และชิโสะเขียว พืชล้มลุกในวงศ์เดียวกับกะเพรา โหระพา และสะระแหน่

ขณะเดียวกัน ไบโอเทคได้ปรับแนวทางการดำเนินโครงการ ด้วยการดึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพืชผักและผลไม้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่ต้น เพื่อให้การพัฒนาพืชตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และสามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น บริษัทถกลศรีฟาร์ม ผู้ผลิตและส่งออกผลไม้ไทยรายใหญ่ เตรียมวิจัยฟ้าทะลายโจรร่วมกับไบโอเทค ขณะที่ผู้ส่งออกหลายรายสนใจเข้าร่วมวิจัยกะเพรา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องศัตรูพืชและโรคแมลง

นอกจากนี้ ไบโอเทคและภาคเอกชนกำลังวางแผนนำพลังงานจากโซลาร์เซลล์มาทดแทนไฟ LED ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของโรงงานผลิตพืชได้อย่างมาก ปัจจุบัน โรงงานผลิตพืชขนาดเริ่มต้นประมาณ 100 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนราว 2-3 ล้านบาท

ทำไมต้องเปลี่ยนวิธีปลูกพืชมูลค่าสูง

แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศเกษตรกรรมที่สามารถปลูกพืชได้หลากหลาย แต่ปัจจุบันเกษตรกรต้องเผชิญกับความท้าทายเพิ่มขึ้น ทั้งจาก

  • สภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช
  • โรคและแมลงศัตรูพืช ทำให้ต้องใช้สารเคมีมากขึ้น เพิ่มทั้งต้นทุนและความเสี่ยงต่อสุขภาพ
  • คุณภาพและปริมาณสารสำคัญไม่สม่ำเสมอ แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และฤดูกาล
  • ความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารเคมี โลหะหนัก และจุลินทรีย์

plant factoryPlant Factory ควบคุมอะไรได้บ้าง

ไบโอเทคได้พัฒนางานวิจัยสู่แพลตฟอร์มการผลิตแบบครบวงจรที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ใกล้เคียงธรรมชาติ ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุกรรมพืช การสร้างโรงงานผลิตพืชและโรงเรือนอัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยี Plant Phenomics, AI, IoT ระบบเซ็นเซอร์ ระบบอัตโนมัติ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้ เพื่อให้ระบบสามารถติดตามและตอบสนองต่อความต้องการของพืชแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำ ทำให้ควบคุมปริมาณแสง อุณหภูมิ น้ำ ความชื้น และธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์มการผลิตยังสามารถออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้า หรือที่เรียกว่า On-demand Production ไม่ว่าจะเป็นชนิดและปริมาณสารสำคัญ สูตรการปลูก สายพันธุ์ สูตรแสง สูตรปุ๋ย รวมถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตและคุณภาพตามที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบโรงงานผลิตพืช

ปัจจุบัน ฟ้าทะลายโจรพันธุ์ราชบุรี บีที-1 ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรแล้ว โดยผลการทดลองพบว่าให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 6,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี เทียบกับการปลูกแบบทั่วไปที่ให้ผลผลิตประมาณ 2,500 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

ส่วนบัวบกมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ไบโอบก 143 และไบโอบก 296 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วเช่นกัน ขณะที่กะเพราพันธุ์เขียวไบโอเทค 1 และแดงไบโอเทค 2 อยู่ระหว่างการยื่นขอรับรองจากกรมวิชาการเกษตร โดยทุกสายพันธุ์ได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

plant  factoryเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ดร.ประเดิมยอมรับว่า นอกจากต้นทุนการลงทุนแล้ว ปลายน้ำหรือการตลาดเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะจูงใจให้เกิดการลงทุนโรงงานผลิตพืชในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ทีมวิจัยต้องเรียนรู้มิติด้านธุรกิจควบคู่ไปด้วย และทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้ปลูก ผู้ผลิต ผู้วิจัย และตลาด

ก่อนหน้านี้ ไบโอเทคได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางต่อยอดงานวิจัยขององค์กร รวมถึงการผลักดันสมุนไพรไทยเกรดพรีเมียมสู่ตลาดส่งออก ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีแผนเดินทางมาเยี่ยมชมงานวิจัยและพัฒนาของไบโอเทคในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยการผลิตสมุนไพรผ่านระบบ Plant Factory จะเป็นหนึ่งในข้อเสนอสำคัญในการส่งเสริมการตลาด เนื่องจากปัจจุบันผู้ผลิตยา เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยยังต้องนำเข้าสารสำคัญจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

ไบโอเทคเชื่อว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนแรงงาน และความต้องการสินค้าเกษตรคุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้น โรงงานผลิตพืชจะมีบทบาทมากขึ้นในระบบเกษตรไทย โดยเฉพาะการผลิตสมุนไพรและพืชมูลค่าสูงที่ต้องการคุณภาพสม่ำเสมอ ปลอดภัย และสามารถผลิตได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ขึ้นกับฤดูกาล

ผู้ประกอบการที่สนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการ สามารถติดต่อ ดร.ประเดิม วนิชชนานันท์ โทร. 02-564-6700 ต่อ 3979 หรืออีเมล praderm@biotec.or.th


#Plant Factory #ไบโอเทค #สมุนไพรไทย #สวทช #SmartAgriculture  #Biotechnology

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS