เปิดกล่องข้าวแม่แต้ว "อัฒณีพร บุญรัตน์' จากเบนโตของลูก สู่เส้นทางที่แม่ค้นพบตัวเอง
สัมภาษณ์ ‘แม่แต้ว’ อัฒณีพร บุญรัตน์ แห่ง Asobi Cocoro จากเบนโตทำเล่นๆ สู่เส้นทางมืออาชีพ Certified Instructor คนไทยคนแรกจาก The Japan Deco Sushi Association
"ซูชิธรรมดา...อาจจะหารับประทานได้ทั่วไป แต่ซูชิที่ทั้งน่ารักและทำเองได้ ความภูมิใจมันต่างกัน"
OFF THE RADAR ชวน ‘คุณแม่แต้ว’ อัฒณีพร บุญรัตน์ เจ้าของเพจ Asobi Cocoro เบนโตแม่แต้ว มาเล่าถึงที่มาของข้าวกล่องสุดคิ้วท์กลยุทธในการชวนให้ลูกน้อยกินข้าว งานศิลปะในกล่องข่าวที่ค่อยๆเติบโตไปพร้อมกับลูกน้อย จนกลายเป็นงานอดิเรกที่ต่อยอดให้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นจนได้เป็น Certified Instructor จาก The Japan Deco Sushi Association คนไทยคนแรก

-
ทำยังไงดีเมื่อลูกน้อยของแม่ไม่ชอบกินข้าว
จุดเริ่มต้นของข้าวกล่องน่ารักมาจากการค้นหากลวิธีดึงดูดความสนใจให้ลูกที่ชอบกินอาหารประเภทเส้น หันมาสนใจและคุ้นเคยกับ “ข้าว”ให้มากขึ้น
แม่แต้ว - อัฒณีพร บุญรัตน์ เล่าถึงลูกสาวคนแรก (ปัจจุบันอายุ 18 ปี) ผู้จุดประกายให้คุณแม่ลุกขึ้นมาทำเบนโตน่ารักๆที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณแม่และคุณพ่อหลายคนที่ประสบปัญหาเดียวกันให้ฟังว่า
“ลูกคนแรกเป็นคนกินยากค่ะ ทำให้เราพยายามลองทำอาหารที่มีหน้าตาน่ารักเพื่อให้เขากินได้ง่ายขึ้น และเป็นการฝึกก่อนที่จะไปโรงเรียน เพราะว่าตอนเล็กๆเขาชอบกินอาหารที่เป็นเส้น เช่น สปาเก็ตตี อุด้ง พอจะไปโรงเรียน เราคาดว่าเขาจะต้องเจออาหารตระกูลข้าวเยอะ ถ้าไม่หัดให้กินข้าวได้ง่ายขึ้นไปโรงเรียนก็จะลำบาก
เลยลองหัดทำข้าวกล่องเป็นตัวการ์ตูนที่เขารู้จักเพื่อให้ลูกชินกับการกินข้าว พอทำแล้วลูกกินง่ายขึ้นตัวเราก็ไม่ต้องหงุดหงิดกับการที่เขากินข้าวช้าหรือไม่ยอมกิน เราอาจใช้เวลาไปกับการตกแต่งอาหารเพิ่มขึ้นแต่เราไม่ต้องเสียอารมณ์กับการที่ต้องมานั่งคุมลูกกินข้าว”
-
เบนโตทำให้ได้คุยกับลูกและอยู่กับตัวเอง
เบนโตแม่แต้ว เริ่มต้นจากแบบง่ายๆด้วยการลองทำตามตำราอาหารญี่ปุ่นและ Instagram คุณแม่ญี่ปุ่น พอเริ่มเชี่ยวชาญมากขึ้นจึงนำตัวการ์ตูนที่ลูกสนใจในขณะนั้นมาสร้างสรรค์ในเมนูข้าวกล่อง
“เราใช้ตรงนี้เป็นเครื่องมือสื่อสารที่จะคุยกับลูก ทำเบนโตเรื่อยมาจนเหมือนเป็นนิสัยไปแล้วค่ะ เวลาเห็นวัตถุดิบในการทำอาหารก็จะมีภาพผุดขึ้นในหัวว่าเอาไปทำอย่างนู้นอย่างนี้ดีกว่า
บางทีสิ่งที่เราคิดไว้ในหัวก็เป็นการ Challenge ตัวเองเหมือนกันว่าเราจะทำออกมาในแบบที่เราคิดได้หรือไม่ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาเสาร์อาทิตย์ก่อนที่ลูกตื่นมาลองทำดูว่ามันได้ตามแบบที่เราต้องการหรือเปล่า เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองได้ฝึกสมาธิในแบบของเราด้วย”
แก้ปัญหาลูกคนโตให้กินข้าวได้สำเร็จแล้ว มาถึงลูกสาวคนที่สอง (ปัจจุบันอายุ 7 ขวบ) เบนโตยังคงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างแม่กับลูกอยู่เหมือนเคย
“น้องคนเล็กเป็นคนกินไม่ยากค่ะ ยังคุยกันเลยว่าถ้าลูกคนโตเกิดมาแล้วกินง่ายแม่คงไม่มีวันนี้” แม่แต้วบอกยิ้มๆ
“เบนโตก็ยังเป็นการ Challenge ของน้องคนเล็กอีกแบบหนึ่งค่ะ เช่น ถ้าเราใส่พวกมะเขือเทศสีสันมันก็จะสดใสขึ้น ตอนแรกน้องไม่กินเลยแต่เขาเห็นพี่กินเลยลองกินบ้าง เขาก็รู้สึกภูมิใจบอกแม่ว่าหนูกินได้แล้วนะ
เบนโตทำให้เรามีหัวข้อในการคุยกับลูกด้วย
ก่อนหน้านี้ลูกชอบนิทานเรื่อง เจ้าหนวดพ็อนจัง แต้วอ่านให้เขาฟังก่อนนอน เข้าขึ้นมาแต้วทำพ็อนจังในเบนโต เขาก็จะบอกว่าหนูรู้จัก เราก็จะคุยกันว่าพ็อนจังทำอะไร เป็นยังไง ทำอะไรมาบ้าง บางเรื่องที่คุณพ่อไม่รู้จัก ลูกก็จะเล่าให้ปะป๊าฟัง เราก็จะจับเรื่องที่ลูกสนใจตอนนั้นมาคุยกัน”
-
ความท้าทายไม่มีที่สิ้นสุด
เบนโตทำหน้าที่ชวนลูกกินข้าว เป็นสื่อกลางในการสนทนาระหว่างครอบครัวแล้ว เบนโตยังพาคุณแม่แต้วให้ไปต่อด้วยการท้าทายความสามารถให้ก้าวต่อไปอีกขั้น โดยการสมัครเรียนอย่างจริงจัง
“พอทำมาได้ระยะหนึ่ง เราเห็น Instagram ของญี่ปุ่นว่ามันมี Decoration Sushi หรือซูชิแฟนซี เห็นแล้วลองทำดูเหมือนตอนหัดทำเบนโตใหม่ๆแต่ทำไม่ได้ ตอนนั้นรู้สึกมุ่งมั่นมากอยากทำเป็นเลยไปลงเรียนคอร์สออนไลน์ขั้นเบสิกก่อน พอไปถึงขั้นสูงขึ้นต้องไปเรียนกับครูที่ญี่ปุ่นตอนนั้นท้องลูกคนเล็กอยู่ก็บินไปเรียนจนได้ Certified Instructor จาก The Japan Deco Sushi Association คนไทยคนแรก”
แม่แต้วบอกว่าพอเรียนแล้วก็อยากไปให้สุด จึงเป็นที่มาของการเปิดเวิร์คช้อปทำเบนโต และ Deco Sushi ในเวลาต่อมา
-
บันทึกผลงานไว้ในเพจ Asobi Cocoro เบนโตแม่แต้ว
เพจ Asobi Cocoro เบนโตแม่แต้ว เป็นเสมือนสมุดบันทึกของแม่แต้วที่ได้เก็บภาพเบนโตและความสุขที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ตลอดจนเป็นการสื่อสารระหว่างลูกศิษย์ที่เคยเข้ามาเรียน รวมถึงผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันได้เข้ามาสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
เราจึงได้เห็นตัวละครในเบนโตที่เดินออกมาจากหนังสือนิทานแปลของแม่แต้ว เรื่อง ร้านดอกไม้ในป่าใหญ่ (ผู้เขียน ฟุคุซาวะ ยูมิโกะ ผู้แปล อัฒณีพร บุญรัตน์) ที่คว้าอันดับที่ 1 รางวัลที่สุดของหนังสือภาพสำหรับเด็กแห่งปี NAIIN READERS AWARDS 2025
และนิทานแปลอีกหลายเรื่อง ได้แก่ ห้องสมุดในป่าใหญ่ (ฟุคาซาวะ ยูมิโกะ เรื่องและภาพ) กับ ร้านหมวกแห่งหมู่บ้านลูกโอ๊ก ( นากายะ มิวะเรื่องและภาพ) และโม่ชะ เรื่องของช้างที่ใส่ขาเทียม ที่เป็นผลงานแปลของแม่แต้วด้วยเช่นกัน
“งานแปลหนังสือ เป็นความฝันอีกอย่างหนึ่งของสาวอักษรค่ะ เราฝันว่าอยากจะแปลนิทานให้ลูกอ่าน งานแปลถือได้ว่าได้เติมเต็มความฝันของแม่ด้วย” แม่แต้วบอกกับเรา
นอกจากตัวละครในนิทานแปลของแม่แต้วแล้ว น้องมิจังลูกสาวคนเล็กยังนำตัวละครใหม่ๆมาท้าทายความสามารถคุณแม่อยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กระต่ายห้าตัวในป่าหิมะ (มัตสึโอะ ริคาโกะ เรื่องและภาพ ณิชยา รักเกียรติงาม แปล) ที่แม่แต้วถอดแบบหน้าตาของอาหารในหนังสือได้ออกมาได้เหมือนจนน่ากิน นิทานเรื่อง ต้องดีขึ้น (อีกนิดหนึ่ง) เรื่องและภาพ โดย ทวีวัฒน์ โพธิรัชต์ ที่ลูกสาวมีข้อมูลให้เพียง keyword สั้นๆ
“เรื่องนี้ลูกสาวกลับมาจากโรงเรียนอนุบาลแล้วเล่าให้ฟังบอกว่าจำชื่อเรื่องไม่ได้ มี keyword ว่าอีกนิดนึง เราก็ใช้ AI ช่วยถามว่ามันคือเรื่องอะไรคะ จนหาเจอแล้วก็ไปตามหาซื้อมาทำเป็นเบนโตให้เขา ตอนหลังคุณพ่อที่แต่งเรื่องนี้ทักมาในเพจว่า ผมเป็นคนแต่งเรื่องนี้เองครับมีคนแคปรูปเบนโตมาให้ผมดู วันนั้นเราก็ใจฟูมากค่ะ
การทำเบนโตทำให้แต้วได้พบกับประสบการณ์น่ารักๆหลายเรื่อง ได้เจอคุณพ่อที่แต่งนิทาน อินฟลูเอนเซอร์ญี่ปุ่นที่เราชอบเขามากๆมากดไลค์ให้เบนโตของเราใน IG มีโอกาสได้รับเชิญไปออกรายการ ดูให้รู้ (ออกอากาศทางสถานี Thai PBS) ไปสาธิตร่วมกับคุณแม่ญี่ปุ่นอีกท่านหนึ่ง ทำเบนโต 30 กล่อง ไปมอบให้กับเด็กในชุมชนที่ขาดแคลน ทำให้เรารู้สึกว่าการทำเบนโตนำพาเราไปสู่กิจกรรมที่ดีๆมากมาย”

-
กล่องข้าวแห่งความทรงจำ
หากมองย้อนกลับไปในวันที่ลงมือทำเบนโตอย่างจริงจัง แม่แต้วบอกกับเราว่า ต้องขอบคุณบุคคลสำคัญ 2 คน ที่ทำให้ค้นพบความสามารถในสิ่งนี้ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น คือ ลูกสาวคนโตที่กินข้าวยากจัง กับอีกท่านหนึ่ง คือ คุณแม่ชาวญี่ปุ่นที่แม่แต้วเคยไปพักอยู่ในตอนที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
“แต่ก่อนไม่รู้เลยว่าเราชอบสิ่งนี้ หลายคนสงสัยว่าเรียนมาตอนอยู่ญี่ปุ่นหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย แต่อาจเป็นความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมในการกินข้าวกล่องตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมปลาย คุณแม่จะทำข้าวใส่กล่องให้ไปกินที่โรงเรียนทุกวัน มื้อกลางวันเพื่อนทุกคนก็จะนำข้าวกล่องจากบ้านมากินด้วยกัน ตรงนั้นอาจทำให้เราได้รู้ว่าโครงสร้างการจัดอาหารในกล่องมันเป็นลักษณะไหน เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่ได้น่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่ด้วยความคุ้นชินทำให้เราต่อยอดได้ง่ายขึ้น”
แม่แต้วเล่าต่อว่า “เคยส่งผลงานเข้าประกวดทางสถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่น ได้รับรางวัลที่ 1 ป็อบปูลาร์โหวต เป็นงานที่ให้คนต่างชาติส่งผลงานเข้าไปประกวด ทางสถานีโทรทัศน์ก็มาขอสัมภาษณ์ เราก็ได้ส่งข่าวไปให้คุณแม่ญี่ปุ่นที่เคยทำข้าวกล่องให้ตอนเด็กๆให้ท่านทราบว่าเรามาถึงตรงนี้ได้จากข้าวกล่องของคุณแม่นะคะ ท่านก็ดูปลื้มปริ่มมากค่ะ”
ต้องขอบคุณคุณแม่ชาวญี่ปุ่นและลูกสาวคนโตที่ชอบกินข้าวมากกว่ากินเส้น รวมทั้งลูกสาวคนเล็กที่มาพร้อมโจทย์นิทานน่ารักให้แม่แต้ว - อัฒณีพร บุญรัตน์ ได้ท้าท้ายความสามารถแบบไม่ยอมพัก
เปิดกล่องข้าวแม่แต้ววันนี้เราได้พบกับความรักและความน่ารักระหว่างแม่กับลูกล้นกล่องกันเลยทีเดียว
ติดตามผลงานของแม่แต้ว – อัฒณีพร บุญรัตน์ ได้ตามนี้เลยค่ะ
Facebook : https://www.facebook.com/asobicocoro
IG: https://www.instagram.com/asobicocorobento
Tiktok: https://www.tiktok.com/@asobi.cocoro
#HappeningBKK #OffTheRadar #วันแม่ #Bento #เบนโตแม่แต้ว #AsobiCocoro #อัฒณีพรบุญรัตน์
