‘ช็อกโกแลต’ กินก็ได้ สปาก็ดี! บอกต่อประสบการณ์ ‘Chocolicious Journey’ ที่ทำให้วันพักผ่อนรื่นรมย์กว่าที่เคย
Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok ชวนเปลี่ยนภาพจำของช็อกโกแลต ผ่านกิจกรรมที่พาโกโก้ไทยมาอยู่ในทุกโมเมนต์ ตั้งแต่มื้อเช้า Chocolate Hour ไปจนถึงทรีตเมนต์สปา
ถ้าพูดถึง “ช็อกโกแลต” สายหวานคงยิ้ม ส่วนสายเฮลท์ตี้อาจมีความรู้สึกผิดนิดๆ “Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok” ทลายกรอบความคิดเดิมๆ พร้อมชวนมองช็อกโกแลตในอีกมุม เมื่อวัตถุดิบสุดโปรดของคนรักของหวานถูกนำมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การพักผ่อนแบบครบวันในชื่อ “Chocolicious Journey”
ช็อกโกแลตไม่ได้มีไว้แค่กิน!
ที่ Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok ความหวานกลับถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ ผ่าน Chocolicious Journey ประสบการณ์ที่ชวนให้แขกผู้เข้าพักได้ใช้ชีวิตอยู่กับช็อกโกแลตตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงเข้านอน
แนวคิดของ Chocolicious Journey เริ่มต้นจากความเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นมากกว่าของหวาน เพราะยังเป็นความสุขเล็กๆ ที่ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของการเดินทาง รีสอร์ตจึงนำความเชี่ยวชาญด้านช็อกโกแลตซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Mövenpick จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาผสมผสานกับเสน่ห์ของโกโก้ไทยที่กำลังได้รับความสนใจจากคนรักช็อกโกแลตทั่วโลก
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยช็อกโกแลตร้อนที่ชงจากเมล็ดโกโก้ไทยแบบ Single Origin ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสเอกลักษณ์ของโกโก้จากแต่ละแหล่งปลูก ซึ่งล้วนมีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ก่อนที่ความหอมหวานจะค่อย ๆ ปรากฏตลอดทั้งวันผ่านเมนูของหวานในห้องอาหาร เลานจ์ และชุดช็อกโกแลตต้อนรับภายในห้องสวีท
Chocolicious Chocolate Hour
ช่วงบ่ายไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ Chocolicious Chocolate Hour ธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mövenpick ที่จัดขึ้นทุกวัน เวลา 14.00-15.00 น. ซึ่ง Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok ได้นำมาตีความใหม่ โดยเลือกใช้เมล็ดโกโก้ไทยจาก 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน เลย พิษณุโลก และจันทบุรี ถ่ายทอดออกมาเป็นช็อกโกแลตหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่มิลก์ช็อกโกแลตและไวต์ช็อกโกแลตรสละมุน ไปจนถึงดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นที่มีปริมาณโกโก้สูงถึง 70%
ความน่าสนใจยังอยู่ที่การนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างพริก ข่า และตะไคร้ มาผสมผสานเข้ากับช็อกโกแลต เพิ่มมิติรสชาติแบบไทยๆ ให้แตกต่างจากที่อื่น ผู้เข้าพักสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับช็อกโกแลตแฮนด์เมด ฟองดู เครปและวาฟเฟิลที่ทำสดจาก Live Station รวมถึงไอศกรีมแท่งช็อกโกแลตที่ชวนให้นึกถึงวัยเด็ก หรือจะจับคู่กับแชมเปญและสปาร์กลิงไวน์เพื่อเพิ่มความพิเศษก็ได้เช่นกัน โดย Chocolate Hour เปิดให้บริการฟรีสำหรับแขกผู้เข้าพักทุกคนของรีสอร์ต
Chocolicious Sensory Retreat
อีกประสบการณ์ที่อาจคาดไม่ถึงคือ Chocolicious Sensory Retreat โปรแกรมสปาที่นำโกโก้มาต่อยอดเป็นศาสตร์แห่งการผ่อนคลาย ทั้งการขัดผิวด้วยช็อกโกแลตและการนวดด้วยเทียนโกโก้ออร์แกนิกอุ่นๆ ที่ผลิตขึ้นภายในรีสอร์ต ให้ช็อกโกแลตทำหน้าที่มากกว่าการสร้างความอร่อย แต่ยังช่วยปลุกประสาทสัมผัสและเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน
ก่อนหมดวัน ประสบการณ์ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะในช่วง Turndown Service แขกผู้เข้าพักจะได้รับบงบงหรือพราลีนแฮนด์เมดเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ก่อนเข้านอน ปิดท้ายวันด้วยความประทับใจที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด
“แม้เรื่องราวความหลงใหลในช็อกโกแลตของ Mövenpick จะเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ผู้ปลูกโกโก้ของไทยได้ร่วมสร้างบทใหม่ที่น่าตื่นเต้น พร้อมส่งต่อช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับนักเดินทางและผู้ที่รักการดูแลสุขภาพจากทั่วทุกมุมโลก” รูเบล มีอาห์ ผู้จัดการทั่วไปของ Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok กล่าว
สำหรับเราสิ่งที่ทำให้ Chocolicious Journey แตกต่าง ไม่ใช่เพราะมีช็อกโกแลตอยู่ทุกช่วงเวลาของวัน แต่คือการนำมรดกแห่งช็อกโกแลตจากสวิตเซอร์แลนด์ มาผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย แนวคิดด้านเวลเนส และการบริการแบบพรีเมียม จนกลายเป็นประสบการณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว
ใครกำลังมองหาช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่แตกต่างไปจากเดิม “Chocolicious Journey” ที่ Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกต้นๆ ที่คนอยากลองอะไรใหม่ๆ ต้องใส่ไว้ในลิสต์แล้วล่ะ!!!
