อัญชลี ธีระโคตร: จากนักบัญชีสู่วิถีคราฟต์ร่วมสมัย
อัญชลี ธีระโคตร ทายาทผ้าทอไทลื้อศรีดอนชัย จากนักบัญชีสู่วิถีคราฟต์ร่วมสมัย กับการต่อยอดงานหัตถกรรมดั้งเดิมสู่ดีไซน์ใหม่ที่เชื่อมอดีตและปัจจุบัน
จากโต๊ะบัญชีสู่กี่ทอผ้า
“วิชาบัญชีช่วยได้แต่ไม่ทั้งหมด...เพราะสินค้าที่ดีจะขายได้ด้วยตัวเอง ”
วรรคทองของ อัญชลี ธีระโคตร ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2566 ประเภทเครื่องทอ “ผ้าทอไทลื้อ” จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หลังจากโบกมือลางานในแผนกบัญชีของโรงแรมกลับมาบ้านเพื่อสานต่องานของแม่ “ครูดอกแก้ว” กูรูผ้าทอไทลื้อแห่งชุมชนบ้านศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย
“ถามว่าความรู้ด้านบัญชีสำคัญไหม ตอนแรกเรามองว่าเป็นเรื่องสำคัญนะ แต่พอมาลงมือทำแล้วพบว่าผลิตภัณฑ์ต่างหากที่สำคัญที่สุด ถ้าผลงานของเราโดดเด่น มีเอกลักษณ์ สินค้าจะขายได้ด้วยตัวเอง ต่อให้เราบริหารจัดการต้นทุนกำไรดียังไง ถ้าสินค้าเราไม่ดี มันก็ไม่โดนใจผู้บริโภค”
น้อง - อัญชลี ธีระโคตร ทอผ้าเป็นตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวแม่ครูดอกแก้ว ธีระโคตร ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น ครูช่างศิลปหัตถกรรม พ.ศ.2557 ประเภทเครื่องทอ “ผ้าทอไทลื้อ” จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ผู้ก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไทลื้อครูดอกแก้ว แหล่งเรียนรู้การทอผ้า ย้อมผ้าในชุมชนบ้านศรีดอนชัย
“น้องอยู่กับแม่มาตั้งแต่เด็ก พอเราโตขึ้นมีความคิดว่ามันน่าจะมีอะไรที่ทำให้ผ้าทอไทลื้อศรีดอนชัยไปได้ไกลกว่านี้ สิ่งที่แม่ทำมันดีอยู่แล้วเพราะว่าเป็นงานสืบทอดจากปู่ย่าตายาย แต่เราอยากจะทำอะไรที่มันดูว้าว ดูแปลกตาไปมากกว่าของดั้งเดิม”
น้องเริ่มต้นด้วยการปรับโทนสี ปรับลาย และนำผ้าทอมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋า และย่าม เพื่อให้คนรุ่นใหม่นำมาใช้งานในวิถีชีวิตประจำวันได้
“เดิมเราใช้สีย้อมผ้าจากธรรมชาติใช้งานไปได้ไม่นานสีซีดลง จนสินค้าจากจีนเข้ามาค้าขายในตลาดเชียงของ มีด้ายสีสดใสเข้ามามาก ความนิยมในการทอผ้าด้วยสีสันจัดจ้านจึงมีมากขึ้นเพราะใส่ได้นาน สีไม่จาง คราวนี้จัดเต็มเลยมีทั้งสีส้ม แดง ชมพู ตัดกันเต็มที่ชนิดไม่ต้องสนใจเรื่องการคุมโทน ใส่สีจัดกันไปให้สุดจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของศรีดอนชัยที่ใช้สีจัดๆ
ประกอบกับลูกค้าอยากได้สีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ลวดลายก็เริ่มเยอะขึ้น ละเอียดมากขึ้น บางผืนมีมากถึง 12 สี เช่น สีแดงเลือดนก แดงเลือดหมู สีเขียวอ่อน เขียวเข้ม สีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ชมพูบานเย็น สีดำสีกรม สีขาวแล้วก็มีขาวโอโม่ ขาวธรรมชาติ” น้องเล่าถึงความนิยมที่เกิดขึ้นในช่วงตอนกลางของรุ่นแม่ครูดอกแก้ว
เมื่อสีจัดกลายเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอไทลื้อศรีดอนชัย น้องจึงไปต่อด้วยการเพิ่มโทนสีพาสเทล ประยุกต์ลวดลายโบราณให้กลายเป็นงานที่ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น
โดยนำ ”ลายจก” สร้างสรรค์เป็นลายดอกแก้วผสมลายก้างปลา “ลายเกาะล้วง” เป็นลายเกาะเครือหลวงซ้อน แล้วย้อนกลับไปใช้ภูมิปัญญาในการย้อมสีธรรมชาติแบบดั้งเดิม แต่เพิ่มเทคนิคการทำให้สีติดทนนาน ซีดช้า ด้วยการนำไปแช่ในน้ำถั่วเหลืองบด รวมทั้งปรับสีแดงจากครั่งให้มีโทนอ่อนลง เป็นพาสเทลอมชมพูที่สาวหวานถูกใจ
“ปีที่ผ่านมา โครงการศรีดอนชัยใช้สร้างสรรค์ จากม.แม่ฟ้าหลวง เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาจารย์พลวัฒน์ ประพัฒน์ทอง ถามน้องว่าอยากจะทำอะไร น้องบอกว่าทำผ้าซิ่นมาเยอะแล้ว อยากทำกระเป๋าดีไซน์ใหม่ๆ
ทีมอาจารย์ช่วยออกแบบมาให้ คือ มันโดนใจมากเลยนะคะ เป็นแบบที่เราไม่เคยทอมาก่อนเลย ตอนแรกคิดอยู่เหมือนกันว่าเราจะทำได้เหรอ”
ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมกล่าวถึงกระเป๋าถือใบโตที่นักออกแบบนำลวดลายผ้าทอศรีดอนชัยมาขยายให้ใหญ่ขึ้น พร้อมให้สีที่สดใสดึงดูดสายตา
“กินยาแก้ปวดหมดไปหลายแผงเลยค่ะ” น้องเล่าอย่างอารมณ์ดีถึงเบื้องหลังการถอดงานออกแบบมาสู่ขั้นตอนการทอให้ได้ตรงตามแบบที่บอกได้เลยว่าไม่ง่าย
จากกระเป๋าต้นแบบโดนโจทย์ใหม่ของช่างทอ ทีมอาจารย์ ม.แม่ฟ้าหลวง ชวนน้องเดินหน้าต่อด้วยการให้ไปร่วมทำงานกับศิลปินเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย นำไปจัดแสดงในนิทรรศการทุ่งสามหมอน (จัดแสดงไปแล้วเมื่อปลายปี 2565 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร)
ลวดลายที่เกิดจากการทอผ้าส่วนใหญ่จะมีรูปทรงเรขาคณิต แต่ศิลปินต้องการนำเสนอเรื่องราวของก้อนหินแม่น้ำโขงซึ่งมีรูปร่างเป็นทรงกลม มีสีอ่อน สีเข้ม การทอลายเป็นรูปวงกลมเป็นงานที่ยากมากนะคะ ทางอาจารย์บอกว่าให้เราก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ไปให้ได้ ให้เป็นงานที่อัญชลีทอได้คนเดียว ตอนแรกกลัวว่าเราจะทำได้ไหม
"พอได้คุยกับคุณ ‘อุบัติสัตย์’ ศิลปิน และ อาจารย์ฉัตร์ณพัฒน์ ปัญญาเพชร ก็ได้เรียนรู้ถึงทฤษฎีสี การไล่โทนสี ศิลปินเขานั่งเรือไปดูหินในแม่น้ำโขง เขาวาดแบบจำลองรูปทรงหินในจินตนาการของเขาแล้วให้เราทดลองทอผ้าให้ออกมาตามนั้น
ทอไปแก้ไปกว่าจะได้รูปทรงที่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง แรกๆใช้เส้นฝ้ายแทรกเข้าไป ต่อมาลองใช้เศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บเสื้อผ้าทอเข้าไปผสมเพื่อให้ดูมีเท็กซ์เจอร์ ศิลปินเห็นแล้วบอกว่าผมอยากได้อารมณ์แบบนี้เลย จากนั้นเขาก็ปล่อยให้เราถ่ายทอดรูปทรงของก้อนหินแม่น้ำโขง คราวนี้เราก็รู้สึกสนุกและผ่อนคลายมากขึ้น”
น้องเล่าถึงการทำงานร่วมกับ ‘อุบัติสัตย์’ ศิลปินนักเคลื่อนไหวทางสังคม ในผลงานศิลปะสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม
“การทำงานกับศิลปินเรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลก เปิดไอเดียให้เราได้พบว่าเรายังไปต่อได้อีก ในเมื่อเราต่อยอดมาจากแม่แล้ว เราก็อยากให้ผ้าทอไทลื้อได้พัฒนาแนวทางที่มีความเป็นศิลปะร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น”
จากนักบัญชีสู่วิถีช่างทอร่วมสมัย น้อง - อัญชลี ธีระโคตร ให้ข้อคิดว่า “ต่อให้เราบริหารจัดการต้นทุนกำไรดียังไง ถ้าสินค้าเราไม่ดี ก็ยากที่จะโดนใจผู้บริโภค
ความรู้ทางบัญชีจึงช่วยได้แต่ไม่ทั้งหมด เพราะสินค้าที่ดีจะขายได้ด้วยตัวเอง
ภาพปก: อัญชลี ธีระโคตร กับกระเป๋าดีไซน์ใหม่ที่ทำงานร่วมกับทีมอาจารย์ ม.แม่ฟ้าหลวง
#OffTheRadar #อัญชลีธีระโคตร #ผ้าทอไทลื้อ #ThaiTextile #ThaiCraft #ChiangRaiCraft #sustainablecraft