HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
 ‘อุบัติสัตย์’ เด็กวัดในโลกธรรม ศิลปิน นักเคลื่อนไหวในโลกทำ
by ปิ่นอนงค์ ปานชื่น
10 ก.พ. 2569, 12:34
  65 views

จากลานวัดอุโมงค์ เชียงใหม่ สู่ป่าเขาใหญ่และลำน้ำโขง อุบัติสัตย์ ใช้ประติมากรรมเป็นพื้นที่เชื่อมศาสนา ธรรมชาติ และความจริงอันเจ็บปวดของสิ่งแวดล้อมร่วมสมัย

ใช้ชีวิตเป็นเด็กวัดอาศัยอยู่ที่วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่ ควบคู่ไปกับการทำงานศิลปิน นักเคลื่อนไหวที่ใส่ใจเรื่องธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสารปนเปื้อนในแม่น้ำโขงมานานับสิบปี ภายใต้ชื่อ อุบัติสัตย์ ที่บ่งบอกถึงความจริงจังและจริงใจ

“ผมใช้ชีวิตสองส่วน โลกธรรมส่วนหนึ่งตื่นเช้ามาไปกวาดลานวัด โลกทำงานก็อีกส่วนหนึ่ง ในการทำงานศิลปะทั้งสองโลกก็ตอบโต้กันนะ ส่วนที่ไม่ยอมก็คือไม่ยอม มันก็ลำบากอยู่นะ” 

จิรศักดิ์ แสงพลสิทธิ์ เด็กวัด ศิลปิน นักเคลื่อนไหว วัย 46 ปี (เกิด 2523) เล่าถึงตัวเองแบบย่อๆก่อนเฉลยที่มาของชื่อ อุบัติสัตย์ ที่ใช้เรียกขานกันในวงการศิลปะ

“ไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมครับ ระหว่างฟังธรรมะบรรยายจู่ๆคำนี้ผุดขึ้นมาในความคิด เหมือนกับการเกิดขึ้นของความจริง คือ ผมเรียบศิลปะ ปรัชญา และศาสนา ทุกวิชามีความเกี่ยวข้องกันหมด ศาสนาพุทธไม่ได้เป็นแค่ความเชื่อแต่เป็นวัฒนธรรมประเพณี และเป็นแก่นของวัฒนธรรมประเพณีที่อยู่ในความคิดของพวกเรา”

ผลงาน Thai Death Star ของอุบัติสัตย์ จัดแสดงในงาน Bangkok Art Biennale ปี 2520/ ขอบคุณภาพจาก BACC

เจ้าของปริญญาตรีด้านศิลปะจากคณะวิจิตรศิลป์ ปริญญาโทภาควิชาปรัชญาและศาสนาจากคณะมนุษยศาสตร์ภาควิชาปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาเอก หลักสูตรพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ บอกกับเรา

ในโลกธรรมเขาทำงานสร้างเจดีย์ เป็นพุทธบูชาในวัดวาอาราม ในโลกทำศิลปะเขาสร้างเจดีย์ในรูปแบบใหม่พร้อมตั้งคำถามถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างพุทธศาสนากับธรรมชาติ เช่น ในประติมากรรมชุด Pilgrimage to Eternity (2567) ที่ Khao Yai Art Forest รูปทรงของเจดีย์จะไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป

อุบัติสัตย์ นำชิ้นส่วนแม่พิมพ์ที่ใช้ในการหล่อเจดีย์ทรงลังกา มาจัดวางกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ นำดินบริเวณนั้นมาเคลือบลงบนชิ้นส่วนของประติมากรรมแล้วทดลองปลูกมอสแล้วปล่อยให้ธรรมชาติเป็นตัวกำหนดว่ามอสจะเติบโตหรือเหี่ยวเฉาไปพร้อมกับภูมิอากาศรายรอบ  

Pilgrimage to Eternity (2567) ที่ Khao Yai Art Forest

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความจริงคือผลงานประติมากรรมร่วมสิบชิ้นที่กระจายอยู่ในป่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมและคืนกลับสู่ผืนดินในที่สุด ดังวัฏจักรของชีวิต

“ผมสร้างเจดีย์รับใช้ธรรมะ วันหนึ่งคุณมาริษา เจียรวนนท์ (ผู้ก่อตั้ง Khao Yai Art Forest อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา) บอกว่าอยากให้สร้างเจดีย์ ผมบอกว่าขอทำในแบบของผมนะครับ คืองานในโลกธรรมะก็ส่วนหนึ่ง งานในโลกศิลปะก็อีกส่วนหนึ่ง”

อุบัติสัตย์ กล่าวถึงการทำงานในโลกที่แตกต่างที่ยังคงเชื่อมโยงเรื่องราวของศาสนา ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากประติมากรรมรูปเจดีย์ที่แตกต่างแล้ว ในนิทรรศการ Three Pillow Hybrid Dispersal: ทุ่งสามหมอน ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อปลายปี 2568 อุบัติสัตย์ ยังนำเสนอผลงานประติมากรรมหมอนรูปทรงประหลาด อันเกิดจากการผสานรูปร่างของเขื่อนและเรือเข้าด้วยกัน 

อุบัติสัตย์ และศิลปินในนิทรรศการ Three Pillow Hybrid Dispersal: ทุ่งสามหมอน

เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ “ทุ่งสามหมอน” (แหล่งปลูกข้าวใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่กว้างใหญ่ขนาด "มีคนนั่งช้างผ่านทุ่งราบใช้เวลาเย็บหมอนจนเสร็จได้สามใบ" กว่าจะผ่านไปได้) ที่กำลังเผชิญกับผลกระทบทางระบบนิเวศจากการสร้างเขื่อนและการทำเหมืองแร่ของประเทศเพื่อนบ้าน

“ผมไปคุยกับชาวบ้านทั้ง 16 หมู่บ้าน ทุกคนกลัวปัญหานี้แต่ไม่รู้จะทำยังไง ผมคิดว่าผมจะทำอะไรได้บ้าง เพราะผมไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล ผมจึงสร้างงานศิลปะขึ้นมาจากความคิดที่ว่า

ประติมากรรมรูปหมอนที่นำรูปทรงของเขื่อนและเรือผสานเข้าด้วยกัน

เรือเป็นพาหนะที่พาคนไประเบิดหิน แล้วนำหินมาสร้างเขื่อน ส่วนเขื่อนเป็นสาเหตุทำให้น้ำท่วม คนไทลื้อที่อาศัยอยู่ในอ.เชียงของเก่งในเรื่องการทอผ้าลายน้ำไหล 

ผมจึงนำผ้าทอไทลื้อมาทำเป็นหมอนตามตำนานทุ่งสามหมอนของไทลื้อ เพื่อบอกว่าตอนนี้ทุ่งสามหมอนมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแต่สารเคมี มีแต่ภัยพิบัติ ผมจึงสร้างรูปทรงหมอนให้ออกมาเป็นรูปเขื่อนผสมกับรูปเรือ” ศิลปินกล่าวถึงที่มาของหมอนรูปทรงประหลาด

“ผมไม่ได้จับอาวุธสู้ แต่ผมถ่ายทอดความรู้สึกของผมผ่านผลงานศิลปะ มันอึดอัดนะอยู่ใกล้แม่น้ำแต่จับปลากินไม่ได้ กินน้ำก็ไม่ได้เพราะกลัวสารปนเปื้อน” เขากล่าวถึงความจริงอันเจ็บปวดที่เป็นรอคอยการแก้ไข

ทุกวันนี้อุบัติสัตย์ ยังอาศัยอยู่ในวัดอุโมงค์ เชียงใหม่ สร้างเจดีย์ให้แก่โลกธรรม ควบคู่กับการขับเคลื่อนปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมในโลกทำในฐานะศิลปิน 

 

 

#OffTheRadar #UbatSatta #ThaiContemporaryArt #ArtAndEnvironment #BuddhismAndArt #KhaoYaiArtForest
 

 

ABOUT THE AUTHOR
ปิ่นอนงค์ ปานชื่น

ปิ่นอนงค์ ปานชื่น

เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน มัน ขม ชื่นชมในทุกรสชาติของอาหารและชีวิต

ALL POSTS