ภัควลัญชญ์ เวชมนต์ จากเรียนคหกรรมตามใจพ่อ สู่เวที Top Chef Thailand
เรื่องราวของเชฟหญิงที่เริ่มต้นจากครัวร้านข้าวแกงราชบุรี ก่อนก้าวสู่ครัวโรงแรมและเวที Top Chef Thailand
ใจรักศิลปะแต่หักใจมาเรียนต่อคหกรรมเพราะไม่อยากขัดใจพ่อ เส้นทางสายอาหารอาจเริ่มต้นจากความรักพ่อที่มากกว่าความฝัน แต่เมื่อเลือกแล้วได้ก้าวเข้าสู่ครัวจริง ความหลงใหลกลับค่อย ๆ เติบโต จนกลายเป็นความฝันที่ขอไปให้สุด ต่อให้พ่อไปชวนแม่มาขวางก็หยุดไม่ได้แล้วนะ
ฝันของพ่อ
เชฟกอล์ฟ - ภัควลัญชญ์ เวชมนต์ Executive Chef โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น โรงแรมในเครือ IHG เล่าถึงความฝันวัยเด็กว่าอยากจะเป็นศิลปิน แต่พ่อไม่อนุมัติบอกว่าให้ไปเรียนคหกรรมศาสตร์ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรีที่บ้านเกิดดีกว่า จะได้มาช่วยงานที่ร้านข้าวแกงของแม่ด้วย
“ตอนนั้นเรายังห้าวๆ อยากเรียนศิลปะ อยากเป็นอาร์ทิสต์ แต่เป็นเด็กดีเชื่อพ่อพอเรียนไปแล้วพบว่าเป็นสิ่งที่เราชอบ เราชอบชิมแล้วก็ชอบทำอาหาร อาจารย์สอนสนุกได้ความรู้ ไปฝึกงานก็สนุก คราวนี้เริ่มหลงใหลแล้วเรียนจบมาอยากทำงานเป็นเชฟแล้ว
เรียนจบไปสมัครสอบทำงานในห้องเครื่องที่วังไกลกังวล ได้ทำงานอยู่ห้องเครื่องหวาน ด้วยความที่ตอนนั้นยังเด็กอยู่อายุประมาณ 22 ปี อยากออกไปเห็นโลกกว้างเลยขออนุญาตพ่อแม่ว่าจะขอลาออกไปทำงานโรงแรมได้ไหม ไม่มีใครเห็นด้วยเลยค่ะ พ่อแม่ดุแต่เราก็ดื้อลาออกแล้วไปทำงานในโรงแรม” เชฟกอล์ฟเล่าถึงช่วงเวลาสั้นๆที่มอบประสบการณ์และความรู้มากมายที่เป็นประโยชน์มาจนถึงวันนี้
เก็บสูตรอาหารไทย ไปต่อแล้วนะ
“จากหัวหินชีวิตโลดแล่นมาอยู่กรุงเทพฯ ทุกอย่างเร่งรีบไปหมดเข้างานตีห้าเลิกงานห้าทุ่ม ชีวิตเหนื่อยมากกว่า
กว่าจะผ่านไปในแต่ละระดับขั้นแต่ละตำแหน่ง ต้องอดทน ฝึกฝน เรียนรู้จากข้อผิดพลาด รวมทั้งคำดูถูกมากมายที่ผลักดันให้เราต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
ด้วยความที่เป็นเด็กชอบเรียนรู้ เชฟจะชอบจดสูตรอาหารแล้วก็เรียนรู้กับรุ่นพี่ที่เป็นเชฟรุ่นใหญ่ สมัยก่อนเขาไม่ค่อยให้สูตรกัน เขาจะหวงสูตรกัน เวลาทำงานเราจะคอยสังเกตว่าเขาทำยังไง บางครั้งหัวหน้าทิ้งโน้ตลงถังขยะ เคลียร์เอกสารทิ้งเราจะตามไปเก็บสูตรที่เขาเขียนไว้”
เกือบยี่สิบปีในการทำงานในโรงแรมชั้นนำในกรุงเทพฯ เชฟกอล์ฟเก็บสะสมสูตรอาหารไทย จีน และฝรั่ง รวมทั้งออกเดินทางไปชิมอาหารและทำความรู้จักกับวัตถุดิบในสถานที่ต่างๆ
จนในที่สุดได้มายืนอยู่ในตำแหน่ง Executive Chef ผู้ดูแลร้านอาหารทั้งหมดของโรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น ทั้งคาเฟ่ Sip & Co., บาร์ Horizon Pool ร้านอาหารเกาหลีและรูฟท็อปบาร์ ANJU และร้านอาหารไทย Bangkok’78 ที่นำเสนออาหารไทยโบราณที่หารับประทานได้ยาก เช่น ค้างคาวเผือก แกงรัญจวน และบุหลันดั้นเมฆ เป็นต้น
“นึกย้อนไปถึงวันที่เราทำงานในห้องเครื่องที่วังไกลกังวลเลยค่ะ ได้ความรู้และแรงบันดาลใจมากมาย” เชฟกอล์ฟบอกกับเรา
ตามใจฉันฝันเป็น TOP CHEF
คุ้นหน้ากันไหมคะ เชฟผู้หญิงห้าวๆที่ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในรายการ Top Chef Thailand 2023 ที่ได้รับคำชมจากกรรมการในเรื่องรสชาติและความสร้างสรรค์อยู่เสมอ แม้ว่าจะไปไม่ถึงอันดับ 1 แต่ก็เป็นการท้าทายความฝันครั้งสำคัญของชีวิตเชฟกอล์ฟ
“ได้ผ่านรอบสัมภาษณ์ก็ดีใจมากแล้วนะคะ ซีซันแรกยังไม่กล้ามาสมัครลงแข่ง เพราะกลัวโดนคำตำหนิแล้วอายเพื่อนอายลูกน้อง ไปสมัครซีซัน 4 เพราะเห็นอดีตหัวหน้าเชฟชาวต่างชาติกำลังแข่งขัน Top Chef อยู่ที่ต่างประเทศ เลยเป็นจุดที่กระตุ้นให้เชฟกล้ามาทำตามความฝันที่ตั้งใจไว้บ้าง
การแข่งขันยากไหม ขอบอกว่าเหนื่อยและโหดมาก เราไม่รู้เลยว่าจะไปเจอโจทย์อะไรบ้าง ช่วงประกาศผลว่าใครได้ไปต่อนี่เครียดมาก ไมเกรนขึ้น การแข่งขันมันจริงจัง ตื่นเต้น แต่เราก็ภูมิใจที่ผ่านเข้ามาได้เป็น 10 คนสุดท้าย”
สำหรับเชฟผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เวทีนั้นไม่เพียงเปิดโลกการทำอาหารให้กว้างไกลขึ้น แต่ยังพิสูจน์ฝีมือของเธอผ่านโจทย์สุดหิน จนก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 คนสุดท้ายของ Top Chef Thailand
รสมือแม่ครัวราชบุรี
เข้าครัวช่วยงานแม่ในร้านข้าวแกงเล็กๆในอำเภอปากท่อตั้งแต่เด็ก “บ้านอยู่ในเขาเลยค่ะ คุ้นเคยกับอาหารพื้นถิ่น อาหารป่ารสจัด จะมีรถซาเล้งขับเข้ามาขายของบางวันเป็นปลาทู ปลากระเบนจากสมุทรสงคราม ถ้าเป็นปลากระเบนแม่จะมาผัดเผ็ด ไม่ได้ผัดกับพริกแกงนะ แต่เราตำกระเทียม หอมแดง พริกแห้ง พริกเหลือง พริกจินดา เพื่อให้มีความเผ็ดความหอมของพริกที่หลากหลาย ผัดกับปลากระเบนแล้วใส่ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน กระชาย เป็นเมนูอร่อยของบ้านเรา”
เชฟกอล์ฟเล่าถึงรสมือแม่และสิ่งแวดล้อมในครัวหลอมรวมให้เป็นเชฟอาหารไทยที่มีรสมือเป็นของตัวเอง
“ในห้องอาหารไทย Bangkok’78 เราใช้พริกแกงที่ตำเอง รวมไปถึงน้ำจิ้มบ๊วยที่กินคู่กับลูกชิ้นกุ้ง น้ำจิ้มกุ้ยช่าย และอาจาด เราเคี่ยวเองเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด เชฟกอล์ฟยกตัวอย่าง
“การเป็นเชฟอาหารไทยสิ่งที่ยากที่สุด คือ การควบคุมรสชาติและการถ่ายทอด เพราะว่าเราทำเก่งคนเดียวไม่ได้เราต้องถ่ายทอดให้ทีมได้รู้ด้วยว่ารสชาติอาหารจะต้องมาจากหัวใจของเราในการปรุงด้วย อาหารแต่ละอย่างมีรสชาติต่างกัน เราต้องรู้จักบาลานซ์รสชาติ รวมทั้งให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ คุณภาพ มาตรฐานและความสะอาดด้วยค่ะ”
บทเรียนชีวิต
“เป็นเชฟต้องอดทนค่ะ ถ้าไม่อดทนจะอยู่ในการครัวค่อนข้างยาก เพราะว่าชีวิตจริงจริงมันโหดกว่าที่เราเห็นข้างนอกว่าเดินออกมาสวยหรู แต่การทำงานในครัวมันกดดัน มันมีทั้งคำพูดแรงๆ คำพูดที่เราไม่ได้อยากฟัง แต่ทุกอย่างเป็นบทเรียนที่ทำให้เราพัฒนาตัวเอง พิสูจน์ตัวเองจนได้มาเป็นตัวเราในวันนี้”
ก่อนจากกันเชฟกอล์ฟในวัย 44 ปี บอกกับเราอย่างสรุปจบว่า
“ขอบคุณพ่อที่ไม่ตามใจให้เราเรียนศิลปะ เพราะคหกรรมทำให้เราค้นพบความฝันของตัวเองในที่สุด”
PHOTO Courtesy of Sindhorn Midtown Hotel Bangkok, Vignette Collection by IHG
#TopChefThailand #ChefLife #WomenInKitchen #ThaiChef #เชฟกอล์ฟ #OfftheRadar


