“ข้าวแช่นารา” จากผืนนารักษ์โลก สู่สำรับข้าวแช่พรีเมียม “The Symphony of Thai Summer Delicacy”
ทุกปีเมื่อฤดูร้อนมาเยือน หนึ่งในสำรับที่คนรักอาหารไทยตั้งตารอต้องมีชื่อของ “ข้าวแช่นารา” เมนูคลายร้อนตำรับโบราณที่เต็มไปด้วยความละเมียดละไม ซึ่งในปีนี้ Nara Thai Cuisine ก็ทำให้สำรับฤดูคิมหันต์น่าจับตามองขึ้นอีกครั้ง กับ ข้าวแช่ที่รังสรรค์มาภายใต้แนวคิด “The Symphony of Thai Summer Delicacy” บทเพลงแห่งความประณีตของอาหารไทย ที่เริ่มต้นตั้งแต่เมล็ดข้าวไปจนถึงสำรับบนโต๊ะอาหาร
และความพิเศษของ “ข้าวแช่นารา” ปีนี้ไม่ได้อยู่แค่เครื่องเคียงชาววังที่คุ้นเคย แต่เริ่มตั้งแต่ “ตัวเอก” ของจานอย่าง “ข้าวประณีต” ที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

จากวิถีทำนารักษ์โลก...สู่ข้าวแช่พรีเมียม
NARA Group ร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดัน “ข้าวประณีต” ให้กลายเป็นวัตถุดิบหลักของข้าวแช่ปีนี้ โดยเลือกใช้ข้าวพันธุ์ กข 43 จาก ศูนย์ข้าวชุมชนคลอง 13 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเครือข่ายเกษตรกรที่ตั้งใจปลูกข้าวอย่างใส่ใจตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงกระบวนการผลิต
ข้าวพันธุ์นี้ถือเป็นข้าวทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะมีคุณสมบัติเด่นหลายๆ ด้าน ทั้งคาร์บอนต่ำ และ ดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI 57.5) ต่ำกว่าข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องทั่วไป ทำให้ร่างกายค่อยๆ เปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลอย่างช้าลง เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพหรือควบคุมน้ำหนัก แต่ยังคงความหอม นุ่ม เหนียว และสัมผัสละมุนแบบข้าวไทยชั้นดี

ที่สำคัญข้าวจากชุมชนคลอง 13 ยังเป็นกลุ่มเกษตรกรภาคกลางรายแรกที่ได้รับ “ฉลากคาร์บอน” จากการทำนาลดโลกร้อนแบบ “การทำนาเปียกสลับแห้ง” วิธีปลูกที่ช่วยลดการใช้น้ำและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเลือกข้าวในสำรับนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่ยังสะท้อนแนวคิดอาหารไทยร่วมสมัยที่ใส่ใจทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
เมื่อข้าวเมล็ดสวยถูกหุงอย่างพอดี ก่อนนำไปลอยในน้ำอบหอมเย็น ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสำรับฤดูร้อนที่ทั้งงดงามและมีความหมายมากกว่าที่ตาเห็น

สำรับข้าวแช่ชาววัง 14 เครื่องเคียง
ความงดงามของข้าวแช่ไม่ได้อยู่แค่ในถ้วยข้าว แต่ยังอยู่ที่เครื่องเคียงซึ่งต้องใช้ทั้งเวลา ความพิถีพิถัน และฝีมือในการปรุง “ข้าวแช่นารา” ปีนี้จัดเต็ม 14 เครื่องเคียงตำรับชาววังเรียงรายอย่างละเมียดละไม ทั้งของคาวหวานที่ช่วยตัดรสและเสริมกลิ่นหอมให้ข้าวเย็นชื่นใจยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น พริกหยวกสอดไส้หมูสับ, ลูกกะปิคลองโคน, พริกแห้งบางช้างทอดสอดไส้ปลาช่อน, กระเจี๊ยบสอดไส้ปลากุเลาเค็ม, ปลาสลิดบางบ่อฉาบ, ไข่เค็มมุกมณี, กุ้งหวานน้ำตาลโตนดเมืองเพชร, ไชโป๊วผัดไข่, หอมแดงสอดไส้ปลาช่อน, ไชโป๊วหน้าหมูสับ, หมูหวานฝอย และปลายี่สนเพชรบุรีผัดหวาน


เสริมด้วยของว่างคลาสสิกอย่างแตงโมปลาแห้ง และเมี่ยงลาวทอง สูตรเฉพาะของทางร้านที่จัดมาบนดอกบัวหลวง ช่วยเติมมิติรสชาติให้สำรับข้าวแช่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สมความตั้งใจในคอนเซ็ปต์ The Symphony of Thai Summer Delicacy เพราะทุกอย่างถูกจัดวางเหมือนวงดนตรีเล็กๆ ที่แต่ละเครื่องเคียงบรรเลงหน้าที่ของตัวเอง บางคำหวาน บางคำเค็ม บางคำหอม ประสานกันจนกลายเป็น “ซิมโฟนีแห่งฤดูร้อน” อย่างแท้จริง

สำรับหน้าร้อนที่รอคอยทุกปี
คุณนราวดี ศรีกาญจนา ประธานกรรมการบริหาร NARA Group เล่าว่า ปัจจุบันกลุ่มนารามีร้านอาหารกว่า 70 สาขาใน 8 ประเทศทั่วโลก และยังคงตั้งใจยกระดับมาตรฐานอาหารไทยสู่เวทีสากลอย่างต่อเนื่อง
ในบรรดาเมนูมากมายของร้าน “ข้าวแช่นารา” คือหนึ่งในเมนูที่ลูกค้ารอคอยทุกปี จนกลายเป็นนางเอกประจำฤดูร้อน และในปีนี้ก็ยกระดับขึ้นอีกขั้น ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีทั้งคุณค่าทางอาหารและแนวคิดด้านความยั่งยืน ไม่เพียงเป็นอาหารฤดูร้อน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำ ข้าวไทยและอาหารไทย ไปสู่เวทีโลกในฐานะ Soft Power ที่สะท้อนทั้งวัฒนธรรม รสนิยม และภูมิปัญญาของครัวไทย
ช่วงเวลาของสำรับฤดูร้อนพรีเมียมของนารา
สำหรับ “ข้าวแช่นารา” พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 16 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2569 สนนราคารับประทานที่ร้าน 890 บาท++ , เซ็ตเทคอเวย์ 890 บาท+ , เซ็ตเดลิเวอรี่ (Grab / LINE MAN) 1,490 บาท+ และเซ็ตกล่องชะลอมเอ็กคลูซีฟ สวัสดีปีใหม่ไทย 1,490 บาท จำหน่ายที่ Nara Thai Cuisine หลายสาขา อาทิ Erawan, CentralWorld, Siam Paragon, Central Embassy, EmQuartier, Terminal 21 Asoke, Terminal 21 Pattaya, One Nimman Chiang Mai และ ICONSIAM สำหรับผู้ที่อยากลองสำรับขนาดย่อม ยังมีเซ็ตเทคอเวย์พิเศษราคา 490 บาท ที่สาขา EMSphere
ในที่สุดแล้ว ข้าวแช่หนึ่งสำรับอาจเป็นเพียงอาหารหนึ่งมื้อในฤดูร้อน แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยเรื่องราว ตั้งแต่ผืนนาในปทุมธานี วิถีทำนาที่ใส่ใจโลก ไปจนถึงศิลปะการปรุงอาหารไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วคน และในฤดูร้อนนี้ “ข้าวแช่นารา” ก็ชวนให้เรากลับมาสัมผัสความงามของสำรับไทยอีกครั้ง ผ่านข้าวเมล็ดเล็กๆ ที่เดินทางไกลจากนา…สู่จานอาหารระดับพรีเมียมบนโต๊ะอาหารของเรา แบบนี้ใครไม่ไปลองชิมนับว่าพลาดมากบอกเลย
