HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เดินทางย้อนอดีตผ่านเมนูอาหารไทยต้นตำรับในอาคารอายุกว่า 100 ปี ริมเจ้าพระยา
by Veen T.
26 ธ.ค. 2561, 15:55
  3,865 views

        ข้ามน้ำไปชิมเมนูซิกเนเจอร์ อย่าง “ล่าเตียง”, “แสร้งว่ากุ้งปลาดุกฟู” “แกงรัญจวน” และ “หมูผัดส้มเสี้ยว”รวมไปถึงขนมหวาน “บัวลอยลูกตาล"

        การลงเรือข้ามแม่น้ำเพื่อไปกินอาหารดูจะเป็นอะไรที่อาจจะย้อนยุคสักนิดนึง แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่คุณจะได้ไปดื่มด่ำกับสำรับอาหารไทย พร้อมไปกับการเดินทางย้อนเวลาสู่ประวัติศาสตร์ ที่ร้านอาหารพระยา ไดนิ่ง ที่โรงแรมพระยา พาลาซโซ ริมน้ำเจ้าพระยา ตึกแสนสวยริมน้ำอายุกว่า 100 ปี

        ใช่ค่ะ อาหารไทยของเราเดินทางมาไกลมาก ก่อนที่เราจะมาสั่งข้าวผัดกะเพรากันทั้งบ้านทั้งเมืองจนได้ชื่อว่า อาหารสิ้นคิดนั้น เรามีการรับประทานอาหารแบบสำรับ และใช่ค่ะ อาหารไทยบางจานก็เป็นเมนูใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคต่าง ๆ สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของคนในยุคนั้น ๆ

        คนไทยในอดีตยังไม่มีอาหารทอด (ที่ทำให้เรากังวลเรื่องน้ำหนักแส่วนเกิน) อย่างทุกวันนี้ พระยา ไดนิ่ง พาท่านเดินทางสู่อดีตความรุ่งเรืองของยุคสุโขทัย ด้วย เมนู “หลน” ซึ่งเป็นความเรียบง่ายทว่าสะท้อนความร่ำรวยทางวัตถุดิบ แบบที่ท่องกันขึ้นใจว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” นั่นเอง

เมนูจากยุคสุโขทัยที่เสิร์ฟที่พระยาไดนิ่ง

        เมนูจากยุคสุโขทัยที่ต้องลิ้มลองที่พระยาไดนิ่ง คือ “หลนปู” และ “หลนปลาเค็ม” ที่รสชาติกำลังพอดี เพราะปัจจุบันหาอร่อย ๆ ไม่ง่ายและหลายร้านมักหนักไปทางหวาน จานนี้เสิร์ฟพร้อมผักสดต่างๆหลากหลายชนิด สายกินคลีนควรต้องสั่งห้ามพลาด

         จากสุโขทัย พระยา ไดนิ่งพาเราไปต่อไปสู่กรุงศรีอยุธยา ในช่วงนี้อาหารของเราเริ่มรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากต่างชาติมาบ้างแล้ว วิธีการ ผัด และทอด ก็มาถึงครัวไทยแล้ว วันที่เรามาชิมอาหารที่นี่ เราได้ลิ้มรสอาหาร อย่าง “กุ้งโสร่ง” “น้ำพริกกะปิ” “ขนมจีนน้ำยาปลา” และ“แกงมัสมั่น”

สำรับอาหารยุคกรุงศรีอยุธยา เร่ิมมีของทอดอย่างกุ้งโสร่ง

         “กุ้งโสร่ง” มาพอดีคำและใช้เส้นบะหมี่พันกรุบกรอบกำลังดีส่วนที่บรรดาเหล่านักชิมประทับใจกันมากคือ“ขนมจีนน้ำยาปลา”ซึ่งเป็นรสชาติที่ไม่ได้ลิ้มลองมานานแล้ว ไม่เผ็ดไป รสชาติกลมกล่อมอย่างที่เคยชินในยามเด็ก

        จากนั้นเราก็เดินทางมาสู่ยุครัตนโกสินทร์  ถือเป็นจุดสำคัญของอาหารไทยในปัจจุบัน และมีการก่อกำเนิดของ “สตรีทฟู้ด” โดยพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนที่มาตั้งถิ่นฐาน อย่างที่เราเห็นทั่วไปในละครพีเรียดว่าคนไทยสมัยก่อนก็กินข้าวมีสำรับกันตามบ้านเท่านั้น ยังไม่มีร้านอาหารและสตรีทฟู้ดอย่างทุกวันนี้ 

เมนูยุคกรุงรัตนโกสินทร์

        ที่ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง เขาไม่ได้อุปโลกน์เรื่องอาหารหรือมโนกันไปเอง แต่ทำการศึกษาเมนูตำรับตำราโบราณต่าง ๆ รวมไปถึงหนังสืออาหารสำรับชาววัง  อย่าง  “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน”บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2, “คู่มือแม่ครัว”ประพันธ์โดย ล. เภตรารัตน์,“ตำรับกับเข้า”ประพันธ์โดยหม่อมซ่มจีน หรือ หนังสือ “เรื่องเล่าชาววัง หรือ ชีวิตในวัง” โดยหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ซึ่งการศึกษาเหล่านี้นำมาสู่ เมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ อย่าง “ล่าเตียง”, “แสร้งว่ากุ้งปลาดุกฟู” “แกงรัญจวน” และ “หมูผัดส้มเสี้ยว” รวมไปถึงขนมหวานอย่าง“บัวลอยลูกตาล” อีกด้วย

โฉมหน้าแกงรัญจวน

       เราได้ชิม “แกงรัญจวน” ต้นตำรับแล้ว รสชาติกลมกล่อมเหลือเกิน ไม่แปลกใจว่าทำไมเจ้านายผู้ใหญ่จึงชื่นชอบ ที่นี่เขาใช้หมูเนื้อนุ่มแกง สายกินเนื้อคงอยากจะได้เนื้อวัวแทน แต่เราว่าสิ่งที่อร่อยที่สุดของแกงก็คือน้ำแกง ซึ่งเป็นรสที่อร่อยแบบหายากจริง ๆ ส่วนหมูผัดส้มเสี้ยวเป็นอีกจานที่ต้องลอง หน้าตาละม้ายหมูผัดธรรมดา ในจานผัดนี้ใช้ส้มเสี้ยว ซึ่งมาจากทางเหนือ จะให้รสเปรี้ยว ๆ ติดลิ้น รสชาติแปลกใหม่ บางคนชอบ บางคนบอกว่าไม่คุ้น แต่มาถึงแล้วคิดว่าจานนี้ห้ามพลาด เพราะหาที่อื่นแทบไม่ได้เลย

ล่าเตียง หน้าตาเป็นแบบนี้ รสชาติอร่อยมาก

      คุณภาพและรสชาติของอาหารและการบริการของที่นี่จัดเต็มมาตรฐาน ไม่ต้องห่วงว่าจะลงแรงลงเรือเสียเที่ยว เพราะเครือมนทาระเข้ามาบริหารโรงแรมพระยา พาลาซโซ และร้านอาหารพระยา ไดนิ่ง ซึ่งดำเนินงานไม่ต่างกับการรักษาไว้ซึ่งสูตรอาหารใต้แบบดั้งเดิมรสมือแม่ที่ ซีฟู้ด ณ ตรีสรา และ ห้องอาหาร พรุ ซึ่งใช้วัตุดิบที่ปลูกเองและวัตถุดิบจากท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้รับรางวัล มิชลินเพลท และ มิชลิน 1 ดาว ตามลำดับ  

        ทาง โรงแรมพระยา พาลาซโซหวังว่าจะสามารถส่งต่อวิสัยทัศน์ผ่านสถาปัตยกรรมสไตล์ พาลาดิโอ สมัยรัชกาลที่ 6 และสำรับอาหารไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ณ ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง เอาไว้ให้ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติดั้งเดิม

       ถ้าจะถามว่าอะไรเป็นจานเด็ดต้องตอบสั้น ๆ ว่าอร่อยทุกจาน แล้วแต่ใครอยากชิมอะไรมากกว่า ที่พระยา ไดนิ่งเหมาะมากที่จะเป็นสถานที่รับประทานอาหารมื้อพิเศษที่เริ่มตั้งแต่การนั่งเรือมา หรือจะจัดปาร์ตี้ส่วนตัวก็ให้บรรยากาศที่ไพรเวทจริงๆ แต่ทั้งสถานที่และรสชาติอาหารนั้น บอกเลยว่าทำให้คิดว่าถ้ามีเพื่อนหรือคนสำคัญมาจากต่างประเทศ ที่นี่คือที่แรก ๆ ในตัวเลือกของร้านอาหารไทยอร่อยริมฝั่งเจ้าพระยา

 การเดินทาง

        ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง ตั้งอยู่ใน โรงแรมพระยา พาลาซโซ เป็นอาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถเดินทางได้โดยทางเรือเท่านั้น โดยทางโรงแรมมีบริการเรือรับส่งไปท่าต่างๆในบริเวณใกล้เคียง ตลอด 24 ชั่วโมง และ ท่าเรือหลักทั้งท่าพระอาทิตย์ และ ท่าเรือวัดราชาธิวาส (ซึ่งสามารถจอดรถได้ที่ท่านี้)

        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ของ โรงแรมพระยา พาลาซโซ ได้ที่ โทร. 02-883 2998 หรือ 081-402 8118   และที่ reservation@prayapalazzo.com สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.prayapalazzo.com

 

เกี่ยวกับโรงแรมพระยาพาลาซโซ

        ตั้งอยู่บนริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นเส้นเลือดและหัวใจของชาวไทย พร้อมมอบประสบการณ์ล้ำค่าในแบบดั้งเดิมแก่ผู้เข้าพัก ผ่านเรื่องราวของอดีตกาลที่ขับขานเล่าเรื่องผ่านทุกซอกมุมของประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ผสมผสานกลิ่นอายอิตาเลียน-ไทย อันเป็นอัตลักษณ์ของความเฟื่องฟูในยุคพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ยังคงโดดเด่น แม้จะผ่านกาลเวลาแล้วกว่า 100 ปี

อ่าน weekend นี้พักบ้านเจ้าพระยา ที่นี่

        ภายใต้เครือมนทาระ ฮอสพิตาลิตี้ กรุ๊ป โรงแรมพระยาพาลาซโซ ซึ่งเปิดให้บริการห้องพักหรูและการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมในความเป็นไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555และมีการบูรณะปรับปรุงเพิ่มเติมแล้วเสร็จทั้งในส่วนห้องพักและห้องอาหารในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561

โรงแรมพระยา พาลาซโซ ได้รับรางวัล อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จาก สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัล สุดยอดโรงแรมบูติกไทย ทั้งในส่วนเขตที่ตั้ง ริมฝั่งแม่น้ำและทะเลสาบ (River &Lake) และในส่วนแนวคิดและวัฒนธรรม (Thematic) อีกด้วย

 

 

ABOUT THE AUTHOR
Veen T.

Veen T.

อดีตบอกอ lifestyle อยากรู้อยากเห็นไปทุกเรื่อง ชื่นชอบแนว slowlife แต่ยังไม่มีเวลาทำ

ALL POSTS