จากไกด์ชุมชน นักพากย์เรือยาว ถึงเด็กเปิดหมวก 3 เยาวชนที่เติบโตด้วยหลักพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงอาจไม่ได้หมายถึงการประหยัดเพียงอย่างเดียว ชวนรู้จัก 3 เยาวชนที่นำหลักคิดนี้มาใช้พัฒนาชุมชน สืบสานวัฒนธรรม และออกแบบอนาคตของตัวเอง
"เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มีความหมายแค่การเก็บออม แต่เป็นวิธีคิดที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ออกแบบชีวิตของตัวเอง"
เมื่อโลกไม่สมดุล เยาวชนไทยจะต้องเผชิญความท้าทายและปัจจัยเสี่ยงมากขึ้นแค่ไหน นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทำให้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการบ่มเพาะเยาวชนผ่านหลากหลายกิจกรรม เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้จริง และเป็นพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตประเทศที่ยั่งยืน
HappeningBKK.com ชวนมาเปิดมุมมองของเยาวชนที่นำหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมได้
อีฟนิ่ง-เมธาณีย์ สวัสดิ์รัตพล
เยาวชนเจ้าบ้าน และนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่
อีฟนิ่ง – เมธาณีย์ สาวน้อยวัย 22 ปี เล่าว่า เธอถูกสอนให้รู้จักความพอเพียงมาตั้งแต่เด็กๆ โดยจะเก็บออมจากเงินที่พ่อแม่ให้ไปโรงเรียนทุกวัน แต่ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมากนัก รู้แต่เพียงว่า ต้องออมเงินไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในอนาคต จนกระทั่งเรียนมัธยมที่โรงเรียนศึกษานารี จึงทำให้เข้าใจมากขึ้น เพราะมีการสอนเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (3 ห่วง: พอประมาณ มีเหตุผล มีความคุ้มกันตัวเองที่ดี และ 2 เงื่อนไข: ความรู้ และคุณธรรม) และให้นักเรียนนำหลักการไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้อีฟรู้จักพอประมาณ ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย และคิดเแบบมีเหตุผล
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความพอเพียงและความยั่งยืนของอีฟเริ่มขยายวงกว้างและลึกซึ้งขึ้น เมื่อได้เข้าร่วมโครงการ “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม" ตั้งแต่เมื่ออายุ 12 ปี โครงการนี้ทำให้อีฟมีโอกาสได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ของพื้นที่บ้านเกิด จากที่ไม่เคยรู้เลยว่าในพื้นที่ของย่านชุมชนกุฎีจีนมีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร และมีสิ่งดี ๆ อะไรบ้าง อีฟได้เริ่มเรียนรู้และนำข้อมูลไปใช้ในการทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ประจำวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่นักท่องเที่ยว และคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงได้นำมาใช้จริงในชีวิตด้วย เช่น การรีไซเคิลของเหลือทิ้ง และการนำสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วไปส่งต่อให้ผู้ที่ขาดแคลน การเป็นเยาวชนเจ้าบ้านได้เปลี่ยนความคิดอีฟมากทีเดียว
เธอบอกว่า การรู้จักความพอประมาณเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง ทำให้เรารู้สึกพอ และมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองมี ไม่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และแพงเกินไป อย่างที่อีฟบอกว่า
“เราอาจใช้ของที่ไม่แพงมาก แต่เราสร้างมูลค่าให้มันได้เหมือนกัน”
อีกหนึ่งหลักสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การมีเหตุผล นับเป็นอีกหนึ่งหลักยึดที่ทำให้อีฟทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น และต่อยอดงานต่าง ๆ ให้กว้างขวางเข้มข้น สร้างประโยชน์ให้ชุมชนได้มากขึ้น
ล่าสุด อีฟ ยังได้รับเลือกเป็นนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ ในโครงการโชว์ภูมิ (ShowBhumi) อีกด้วย ขณะนี้ อีฟกำลังทำโครงการ Untold Thonburi หรือ ธนบุรีในมุมที่คุณยังไม่รู้ เป้าหมายของเธอ คือ การจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวในเขตธนบุรี เริ่มจากย่านกะดีจีน ซึ่งมี 6 ชุมชนด้วยกันและเป็นแหล่งพหุวัฒนธรรมที่น่าสนใจ และย่านคลองสาน ซึ่งเป็นย่านธุรกิจเก่าแก่ริมน้ำเจ้าพระยาที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อีฟลงพื้นที่พูดคุยกับคนในชุมชน สำรวจจุดที่น่าสนใจ หรือเป็นอันซีน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ร้านค้า ศาสนสถาน และศิลปะวัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิต เพื่อเก็บข้อมูลและค้นหาจุดที่มีศักยภาพที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนเหล่านี้ให้กับผู้มาเยือนได้ร่วมชื่นชม และมีส่วนร่วมในการสืบสานคุณค่าของท้องถิ่นได้อย่างมีความสุขเช่นกัน
ไทยเบฟ ดำเนินโครงการ “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” ต่อเนื่องมากว่า 10 ปีแล้ว เพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้เรื่องชุมชนให้กับเยาวชน และฝึกฝนการเป็นเจ้าบ้านที่ดี บอกเล่าประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชุมชนให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ ไทยเบฟ ยังได้ริเริ่มโครงการโชว์ภูมิ ภายใต้ “โครงการด้วยจงรักและภักดี” ซึ่งเป็นเวทีเฟ้นหา นักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ในระดับอำเภอทั่วประเทศ อยุ 21-32 ปี เพื่อมาร่วมต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาภูมิลําเนาให้กลายเป็นชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน บนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ฟลุค-นพพล วันเจริญชัยสุข
เยาวชนเจ้าบ้าน และนักพากษ์เรือยาวรุ่นจิ๋ว
เช่นเดียวกับหลาย ๆ คนที่ไม่เคยสัมผัสกับการแข่งเรือยาวมาก่อน ฟลุค นพพล วัย 16 ปี มัธยมศึกษาปีที่ 4 วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน รู้สึกแปลกใจมากที่ครูส่งเขาไปฝึกเป็นนักพากษ์เรือยาวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม เพียงเพราะเห็นว่าฟลุคช่างพูด ครูบอกเขาว่าอยากให้ใช้ความช่างพูดให้เกิดประโยชน์
การฝึกในเวลาไม่นานสามารถเปลี่ยนฟลุคจากเด็กวัยรุ่นที่เอาแต่เล่นเกมทั้งวัน มาเป็นนักพากษ์เรือจิ๋ว ที่สามารถคว้ารางวัลพิเศษสำหรับนักพากย์ที่พากย์โดนใจชาวเรือมากที่สุด คือ “รางวัลขวัญใจแม่ย่านาง” จากการแข่งขัน “ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ นักพากย์เรือยาวรุ่นจิ๋ว” ล่าสุดเมื่อปี 2567 และจากการพากษ์เรือยาว ฟลุคได้พัฒนาทักษะออกไปสู่การพากษ์กีฬาและเกมด้วย
ฟลุคเล่าว่า การได้ไปฝึกพากษ์เรือยาว ทำให้เขาได้เปิดโลก ได้ภูมิใจที่ประเทศไทยมีวัฒนธรรมอันสวยงามแบบนี้อยู่ ได้รู้จักประเพณีการแข่งเรือยาว เข้าใจวิถีแห่งสายน้ำ มีความรู้เรื่องเรือ การพายเรือที่ต้องทำงานเป็นทีม มีความแข็งแรง และการอ่านความรู้สึกของผู้ชมไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ โครงการเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม ยังได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้กับฟลุค จากที่เคยคิดว่าเป็นการใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยเท่านั้น ก็ได้รู้จักและเข้าใจหลักของการมีเหตุผลที่เป็นรากฐานทั้งในด้านการใช้ชีวิต การเรียนรู้ การทำงาน ที่เป็นประโยชน์มากในอนาคต
แม้จะเรียนด้านวิศวกรรม แต่ฟลุคยังมีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานวัฒนธรรมการพากษ์เรือยาว ให้อยู่คู่กับสายน้ำ โดยจะยึดเป็นอาชีพเสริม และอยากเป็นโค้ชเพื่อถ่ายทอดทักษะให้กับเยาวชนรุ่นหลัง ให้ร่วมกันอนุรักษ์การแข่งขันเรือยาวต่อไป
ไบร์ท- ญาณิศา ดอนสี
นักเรียนทุนภาษาฝรั่งเศสวัดโพธิ์
ไบรท์ – ญาณิศา นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบ) อายุ 14 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของของการเข้าร่วมโครงการเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรมว่า เธอชอบร้องเพลงมาก และไปร้องเพลงเปิดหมวกย่านชุมชนบางแค และ ศาลายา ตั้งแต่ 7 ขวบ เพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ พอเรียนมัธยมฯ ไบรท์ ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์มาเรียนร้องเพลง รำไทย และโขน ที่ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และยังได้ทุนเรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศสด้วย
ในระยะแรก ไบรท์ไม่ต่างจากเด็กคนอื่นที่เข้าใจความหมายของหลักเศรษฐกิจพอเพียงแค่ผิวเผิน ยังคิดแค่รู้จักออมเงินเท่านั้น แต่หลังจากมาเรียนที่ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพระเชตุพน จึงได้เรียนรู้มากขึ้น ว่าความสุขที่ยั่งยืนเกิดได้จากการที่เราไม่อยากได้ในสิ่งที่เกินตัว ไม่ซื้อของเกินความจำเป็น ไม่สร้างมลพิษ หรือขยะ และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และหลักคิดหลักปฏิบัตินี้เองที่ทำให้ไบรท์มีความสุขมากขึ้นจริง ๆ
ทุกวันนี้ ไบรท์ยังคงไปร้องเพลงเปิดหมวกตามที่ต่าง ๆ เพื่อหาเงินมาช่วยค่าใช้จ่ายในการเรียน เธอเล่าด้วยความภูมิใจว่าไม่เคยรู้สึกอาย เพราะเป็นงานสุจริต ในอนาคต ไบรท์อยากเรียนดุริยางค์ทหาร ซึ่งเป็นงานที่มีความมั่นคงและทำให้เธอได้อยู่กับเสียงเพลงซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบมาก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากร้องเพลงเป็นรายได้เสริมควบคู่ไปด้วย พร้อมทั้งเป็นมัคคุเทศก์วัดโพธิ์ด้วย เพื่อช่วยกันสืบสานและรักษาวัฒนธรรมไทย รวมถึงสิ่งดีๆ ที่บรรพบุรุษได้ส่งต่อไว้
โครงการที่ทำให้ไบรท์ได้เรียนภาษาฝรั่งเศส เป็นความร่วมมือระหว่างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภาคีเครือข่าย อาทิ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการท่องเที่ยว มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดอบรมภาษาฝรั่งเศสเพื่อการนำเที่ยวแก่นักเรียนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพระเชตุพน โดยจะใช้เวลาอบรมทุกวันอาทิตย์ ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ณ วัดพระเชตุพนฯ เน้นการนำชมในพื้นที่สำคัญ 4 พื้นที่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ พระอุโบสถ ระเบียงคด เขามอ และฤษีตัดตน และวิหารพระพุทธไสยาสน์ (พระนอนวัดโพธิ์) เพื่อให้เยาวชนเป็นผู้ช่วยแนะนำ สร้างความเข้าใจในประวัติความเป็นมา ความสำคัญของสถานที่ ส่งต่อวัฒนธรรม ผ่านการสื่อสารภาษาฝรั่งเศสแก่นักท่องเที่ยว
#HappeningBKK #เศรษฐกิจพอเพียง #เยาวชน #พัฒนาชุมชน #ชุมชนสร้างสรรค์ #Sustainability #เยาวชนสร้างการเปลี่ยนแปลง #CreativeCommunity
