HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เคยชิมหรือยัง “สตรอว์เบอร์รี” จาก “สุพรรณฯ”
by L. Patt
2 ธ.ค. 2561, 20:04
  2,638 views

ไม่ง่ายเลยที่จะปลูกพืชเมืองหนาวในพื้นที่เขตร้อนอย่างด่านช้างในสุพรรณบุรี แต่สาวนักบัญชีที่ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรไม่ย่อท้อ ลบคำสบประมาทด้วยการปลูกสตรอว์เบอร์รีจนสำเร็จ

          พิมพ์วรัตน์ เรืองประชา-น็อต, 30 ปี ชาวลาวครั่ง ด่านช้าง เติบโตในครอบครัวเกษตรกรและมีความใฝ่ฝันอยากทำอาชีพการเกษตรมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ต้องฝ่าฟันการทดสอบมาหลายด่าน เพราะพ่อ-แม่ ต้องการให้เธอเรียนจบการศึกษาสูงๆ เพื่อจะได้ทำงานที่ดีกว่าทำไร่ทำสวน ซึ่งน็อตก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาการบัญชี จากมหาวิทยาลัยสยาม ถึงกระนั้น ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจให้เบนเข็มชีวิตไปได้ น็อตไม่ยอมไปสมัครงานเป็นสาวออฟฟิศเหมือนกับเพื่อนๆ มุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อมาช่วยทำการเกษตร ทั้งปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มะนาว สัปปะรด ปลูกหม่อนเลี้่ยงไหม และพืชผักอีกหลายชนิด

            น็อตเล่าว่า ในระหว่างเรียนมัธยมศึกษาได้เข้าร่วมชมรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ทำให้ได้มีโอกาสไปเข้าฝึกอบรมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ไปเยี่ยมชมพื้นที่การเกษตรของปราชญ์ชาวบ้านหลายๆ ท่าน รวมถึงการศึกษาดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริ จนสร้างแรงบันดาลใจให้อยากเดินตามศาสตร์พระราชา

            จากวิธีการทำเกษตรของชุมชนที่เน้นปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาช้านาน น็อตต้องการปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรแนวใหม่ที่ยังไม่มีใครทำในหมู่บ้าน น็อตและสามี ซึ่งลาออกจากอาชีพวิศกร ต่างมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการเกษตรให้ยั่งยืน จนกระทั่งปี 2557 น็อตตัดสินใจโค่นต้นมะนาวทิ้งทั้งหมดเพื่อมาทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รี ท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักจากพ่อ-แม่ ถึงขั้นไม่พูดจากันเป็นปีเลยทีเดียว ในขณะที่ชาวบ้านก็ไม่เชื่อว่าจะสามารถปลูกพืชเมืองหนาวอย่างสตรอว์เบอร์รีในพื้นที่อำเภอด่านช้างได้

           การปลูกสตรอว์เบอร์รีไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น เธอยังลองผิดลองถูกค้นคว้าหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพดีตามต้องการ จนได้มีโอกาสไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากสถานีวิจัยดอยปุย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ. เชียงใหม่ ในปี 2559 น็อตได้นำสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ใหม่ที่ร่วมทำวิจัยกับสถานีวิจัยดอยปุย มาลองปลูกในพื้นที่ของตนเอง และยังได้ทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น เก็กฮวย ส้มสายน้ำผึ้ง เป็นต้น และเมื่อปี 2560 สถานีวิจัยดอยปุยก็กำหนดให้พื้นที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานที่ทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รี "พันธุ์พระราชทาน 88" ซึ่งถือเป็นสตรอว์เบอร์รีพันธุ์สุดท้ายที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานนามให้ เนื่องจากให้ผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

           ไม่เพียงแค่บุกเบิกการปลูกพืชเมืองหนาว น็อตยังมองเรื่องการบริหารจัดการไปด้วย โดยรวมกลุ่มผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี 10 ครอบครัวแล้วไปจดทะเบียนจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรอเบอรีวังจรเข้ อ. ด่านช้าง เมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดบ้านเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อให้นักท่องเที่ยวไปชิมสตรอว์เบอร์รีสดๆ จากไร่ และสัมผัสวิถีชีวิตชาติพันธุ์ลาวครั่งที่ยังสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมมาจนถึงทุกวันนี้

          วันนี้ ไร่พิมพ์วรัตน์ บนพื้นที่ 40 ไร่ ใน ต. องค์พระ อ. ด่านช้าง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาการเกษตรยุคใหม่อีกด้วย นอกจากแปลงสตรอว์เบอร์รีแล้ว ยังมีส้มสายน้ำผึ้ง เก็กฮวย มัลเบอร๋รี เสาวรส มะพร้าวน้ำหอม กล้วย สมุนไพร และหญ้าหวาน เป็นต้น น็อต มีแนวคิดว่า เกษตรกรจะต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปผลผลิต การเพาะต้นกล้าสตรอว์เบอร์รีและพืชเมืองหนาวอื่นๆ รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ ผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รีจะไม่เน้นการนำผลผลิตออกไปขายนอกพื้นที่ แต่จะดึงคนเข้ามาเยี่ยมชมและซื้อสินค้า ซึ่งจะทำให้เกิดการกระจายรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้มากกว่า

          ผลพวงจากการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทำให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน เช่น จ้างผู้สูงอายุกรอกดินชำไหลสตรอว์เบอร์รี จ้างแรงงานมาดูแลแปลงสตรอว์เบอร์รี ซื้อตระกร้าของคนในชุมชนมาใช้เก็บผลผลิต แบ่งพื้นที่ให้คนในชุมชนนำสินค้ามาวางขายในไร่ ปลูกหญ้าหวานไว้บริโภคแทนน้ำตาล รวมไปถึงไกด์นำเที่ยว และรถบริการนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ วันนี้ น็อตจึงกลายเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่โดดเด่นจนคว้ารางวัลชนะเลิศ จากการประกวด "เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2561" ภายใต้เเนวคิด ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

            นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า มูลนิธิฯ ดำเนินโครงการประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 โดยดำเนินตามรอยศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ภายใต้แนวคิด “พัฒนาชาติได้ ต้องพัฒนาคน” เพื่อมุ่งหวังเชิดชูเกษตรกรตัวอย่าง และขยายแนวคิดการเกษตรแบบครบวงจร ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” โดยเฟ้นหาเกษตรกรดีเด่นในยุคไทยแลนด์ 4.0 คือเป็นเกษตรกรที่มีความเป็นผู้นำ คิดเป็นระบบ มีความรอบรู้ นำไปประยุกต์และปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ได้อย่างรอบด้าน ภายใต้กรอบคิดและเป้าหมายเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน 

           ไร่พิมพ์วรัตน์ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงมีนาคมปีหน้า ใครที่โปรดปรานสตรอว์เบอร์รี อยากให้ลองชิมรสชาติสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 88 ที่ อ. ด่านช้าง สนุกสนานกับการเก็บผลสตรอว์เบอร์รีสดๆ จากแปลงปลูกแล้วนำมาชั่งนำหนักในราคาขีดละ 40 บาท หรือ กก. ละ 400 บาทเท่านั้น หากใครสนใจร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปการทำชาเก็กฮวย หรือ แยมสตรอว์เบอร์รี ก็คิดค่าใช้จ่ายเพียงคนละ 50 บาท นอกจากนี้ ยังมีบริการโฮมสเตย์ และเต็นท์ 30 ในราคาแพ็กเกจ 500 บาทต่อคืนต่อคน รวมอาหารเช้า-เย็น แต่ถ้าอยากไปไหว้พระ ชมทัศนียภาพเขื่อนห้วยยาง ก็มีบริการรถพร้อมไกด์นำเที่ยว คิดเพิ่มอีกคนละ 50 บาท

   

       นอกจากแปลงสตรอว์เบอร์รีบนพื้นที่ 10 ไร่ ให้เดินเก็บผลกันชิลๆ ไร่พิมพ์วรัตน์ยังโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ทั้งห้วยลำตะเพินที่ไหลผ่านตลอดทั้งปี และทิวเขาที่สวยงาม ยิ่งอากาศหน้าหนาวแบบนี้ มีโอกาสค้างสักคืนก็ฟินกับบรรยากาศบ้านไร่ได้ดีทีเดียว

           ไร่พิมพ์วรัตน์ โทร 088-453 1164, 090-448 2402 ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี่ เกษตรกรดีเด่นสำนึกรักบ้านเกิด

 

 

Story by L. Patt

 

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS