HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
Chang of Art ชวนเปิดประตูสู่โลกแห่งแรงบันดาลใจ ใน “20 Years of Artistic Journey”
by Dae Warunee
11 ส.ค. 2569, 13:58
  47 views

นิทรรศการเดี่ยวครั้งสำคัญของ กรีฑา พรมโว ถ่ายทอดเส้นทางศิลปะกว่า 20 ปี ผ่าน 80 ผลงาน และ 6 Iconic Collections ณ MOCA BANGKOK

 

เวลาผ่านไป “ศิลปะ” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่แขวนอยู่บนผนัง แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ความคิด และรสนิยม การได้ทำความรู้จักตัวตนของศิลปินผ่านผลงานแต่ละชิ้นจึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูไปสู่โลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราว

เช่นเดียวกับนิทรรศการ “20 Years of Artistic Journey” ผลงานเดี่ยวครั้งสำคัญของ Chang of Art หรือ กรีฑา พรมโว ที่ชวนผู้ชมย้อนสำรวจเส้นทางการสร้างสรรค์ตลอดกว่า 20 ปี ผ่านผลงานกว่า 80 ชิ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเดินทาง ไปจนถึงผลงานล่าสุด รวมถึงผลงานใหม่ที่จัดแสดงเป็นครั้งแรก ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1–2 ชั้น G MOCA BANGKOK เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2569

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ตัน ภาสกรนที และ คณชัย เบญจรงคกุล มาร่วมแสดงความยินดีและตัดริบบิ้นในพิธีเปิด สะท้อนอีกหนึ่งภาพของการเติบโตของวงการศิลปะไทยที่กำลังได้รับความสนใจจากทั้งคนรุ่นใหม่และกลุ่มนักสะสมมากขึ้น

 

 

จากลายเส้นสู่โลกเหนือจริง

จุดเริ่มต้นของ Chang of Art มาจากความหลงใหลในการวาดภาพตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาภาษาทางศิลปะของตัวเองตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา จนกลายเป็นลายเส้น Doodle ที่ผสมผสานเข้ากับโลกเหนือจริง สีสันจัดจ้าน และสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมงคล

ทั้งหมดหลอมรวมเป็นแนวทางที่ศิลปินเรียกว่า Doodle Surrealism และ Auspicious Pop Art ซึ่งหยิบเรื่องใกล้ตัวอย่างความรัก ความหวัง และความเชื่อ มาตีความผ่านจินตนาการในแบบที่มีทั้งความสนุก สีสัน และรายละเอียดให้ผู้ชมได้หยุดมอง

สำหรับ Chang of Art ศิลปะจึงไม่ได้จบลงอยู่บนผืนผ้าใบ แต่สามารถเดินทางต่อไปสู่การใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด “Art in Hi-End Lifestyle” ที่มองงานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และรสนิยม พร้อมต่อยอดจากงานจิตรกรรมสู่ Functional Art ทั้งประติมากรรม กีตาร์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์คัสตอม

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ผลงานของศิลปินได้รับการจัดแสดงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และได้รับความสนใจจากนักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะที่หนึ่งในผลงานที่สะท้อนการก้าวออกจากพื้นที่บนผืนผ้าใบ คือประติมากรรมบรอนซ์ขนาดสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งได้รับการนำไปจัดแสดงเป็นแลนด์มาร์กในใจกลางกรุงเทพฯ

 

6 Collections ที่บอกเล่าตัวตนของศิลปิน

“20 Years of Artistic Journey” ไม่ได้เป็นเพียงการนำผลงานมาเรียงตามช่วงเวลา แต่เป็นเหมือนบทบันทึกที่พาผู้ชมเดินทางผ่าน 6 Iconic Collections ซึ่งสะท้อนพัฒนาการ ความสนใจ และมุมมองต่อชีวิตของ Chang of Art

เริ่มจาก Doodle Surreal ซีรีส์ที่ถ่ายทอดตัวตนของศิลปินผ่านลายเส้นละเอียด สีสันโดดเด่น และโลกเหนือจริงอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะพาไปพบกับ Auspicious Pop Art: The 12 Zodiac Wolves ประติมากรรมหัวหมาป่านักษัตรที่นำเรื่องความเชื่อ พลัง และบุคลิกของแต่ละนักษัตรมาตีความใหม่ในภาษาร่วมสมัย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่จะสร้างหัวนักษัตรให้ครบทั้ง 12 หัว เพื่อบันทึกเรื่องราวของยุคสมัยและส่งต่อเป็นมรดกทางความคิดให้คนรุ่นต่อไป

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Rock Never Dies: Electric Guitar Collection ผลงาน Functional Art ที่ไม่ได้มีไว้เพียงจัดแสดง แต่สามารถเล่นดนตรีได้จริง โดยกีตาร์ทุกชิ้นเป็นผลงานแบบ One of One เช่นเดียวกับ Custom Street Lower Style Motorcycle รถ Honda Monkey 125 ที่ศิลปินออกแบบและเพ้นท์ด้วยมือ พร้อมชุดแต่งระดับพรีเมียม ถ่ายทอดการพบกันระหว่างโลกของศิลปะกับวัฒนธรรมคัสตอมไบค์

ขณะที่ Mr. Mee Hey Collection นำเสนอคาแรกเตอร์ซิกเนเจอร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ความหวัง และมุมมองต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำให้บรรยากาศของนิทรรศการมีทั้งความลึกและความสนุกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

 

 

เมื่อการสะสมงานศิลปะเริ่มต้นจาก “ความรู้สึก”

อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจของนิทรรศการ คือมุมมองจากนักสะสมที่มองเห็นคุณค่าของศิลปะมากกว่าเรื่องความสวยงาม

 

 

ตัน ภาสกรนที หนึ่งในนักสะสมผลงานศิลปะ กล่าวถึงผลงานของ Chang of Art ว่า จุดเด่นอยู่ที่ลายเส้น สีสัน และจินตนาการที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ขณะเดียวกันผลงานยังสะท้อนความคิดและตัวตนของศิลปินได้อย่างชัดเจน โดยมองว่าศิลปะเป็นทั้งการลงทุนทางความคิดและจิตใจ และงานที่มีเรื่องราว มีตัวตน และสร้างแรงบันดาลใจ ย่อมมีโอกาสเพิ่มพูนคุณค่าเมื่อเวลาผ่านไป

 

 

ในมุมของ คณชัย เบญจรงคกุล การสะสมงานศิลปะเริ่มต้นจากความชอบและความรู้สึกที่มีต่อผลงาน เพราะงานที่เลือกมาอยู่ด้วยควรเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความสุขให้เราได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน ตัวตนของศิลปิน ภาษาทางศิลปะที่ชัดเจน รวมถึงพัฒนาการและความต่อเนื่องในการสร้างสรรค์ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คุณค่าของผลงานเติบโตไปพร้อมกับเส้นทางของศิลปิน

นี่จึงเป็นเสน่ห์ของการสะสมงานศิลปะในวันนี้ เมื่อ “คุณค่า” ไม่ได้วัดจากสิ่งที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องราว ความรู้สึก และตัวตนที่เรามีร่วมกับผลงานชิ้นนั้น

 

ศิลปะในฐานะ Cultural Asset

ตลอดสองทศวรรษของการสร้างสรรค์ Chang of Art มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการศิลปะไทยไปพร้อมกับการเติบโตของผู้ชมและนักสะสมรุ่นใหม่ ศิลปะจึงกำลังขยับออกจากกรอบเดิม ๆ ของการเป็นเพียงของตกแต่งหรือของสะสม ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และในอีกมิติหนึ่งยังเป็นพื้นที่สำหรับสะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทย

แนวคิดนี้ทำให้นิทรรศการ “20 Years of Artistic Journey” มีความหมายมากกว่าการรวบรวมผลงานตลอด 20 ปี เพราะแต่ละชิ้นคือหลักฐานของการเดินทาง การทดลอง และการพัฒนาภาษาทางศิลปะของศิลปินคนหนึ่ง

จากเส้นสายเล็ก ๆ บนกระดาษ สู่ผืนผ้าใบ ประติมากรรม กีตาร์ และรถจักรยานยนต์คัสตอม การเดินทางของ Chang of Art จึงสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อศิลปะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ขอบเขตระหว่าง “งานศิลปะ” กับ “ไลฟ์สไตล์” ก็อาจไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกันอีกต่อไป

เราว่าสิ่งที่นิทรรศการแห่งนี้อยากชวนให้เราค้นหา อาจไม่ใช่เพียงแรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปิน แต่คือคำถามง่าย ๆ ว่า ศิลปะชิ้นไหนกำลังบอกเล่าเรื่องราวของเรา?” มาร่วมสัมผัสโลกแห่งจินตนาการและการเดินทางบนเส้นทางศิลปะตลอดสองทศวรรษของ Chang of Art ในนิทรรศการเดี่ยว “20 Years of Artistic Journey” เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1–2 ชั้น G MOCA BANGKOK ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Chang of Art, Instagram: @chang.of.art, LINE OA: @changofart และเว็บไซต์ changofart.com

ABOUT THE AUTHOR
Dae Warunee

Dae Warunee

นักกฎหมายที่หยั่งรากบนเส้นทางสายนักเขียน เซียนเรื่องกินเที่ยว หวังเก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์

ALL POSTS