‘SPEAK UP — ไม่ยอมจำนน’ เมื่อเสียงของผู้บริโภคถูกเล่าใหม่ผ่านงานศิลปะ
SPEAK UP — ไม่ยอมจำนน เปลี่ยนเสียงร้องเรียนของผู้บริโภคเป็นงานศิลปะ ผ่านสองภาษาภาพที่ชวนมองความไม่เป็นธรรมใกล้ตัวและกล้าที่จะส่งเสียง
สองภาษาภาพ หนึ่งเสียงที่ไม่ยอมจำนน
เสียงของคนเช่าห้องพักที่ถูกเรียกเก็บค่าไฟอย่างไม่เป็นธรรม คนเล่นโซเชียลมีเดียที่สูญเงินให้กับมิจฉาชีพออนไลน์ หรือความเสี่ยงที่คนในชุมชนต้องเผชิญทุกวันจากสายสื่อสารห้อยระโยงระยาง ล้วนเป็นความเดือดร้อนของผู้บริโภคตัวเล็ก ๆ ที่หลายครั้งร้องเรียนแล้วเรื่องก็เงียบหาย หรือแทบมองไม่เห็นว่าทางออกอยู่ตรงไหน
แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากเสียงเหล่านั้นถูกนำมาเล่าใหม่ผ่านงานศิลปะ?
"SPEAK UP — ไม่ยอมจำนน" หยิบส่วนหนึ่งจากเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคราว 68,000 เรื่อง มาถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะราว 200 ชิ้นของศิลปิน 2 คน — บุญเชิด เข็มเงิน นักวาดสตอรีบอร์ดมืออาชีพ และ จาริณี เมธีกุล โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ด้านสังคมและผู้ก่อตั้ง WX/Z STUDIO — ด้วยภาษาภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่มีจุดร่วมเดียวกัน คือการทำให้ความเดือดร้อนและเสียงที่อาจเคยถูกมองข้าม กลับมาอยู่ตรงหน้าผู้ชมอีกครั้ง
จากเรื่องร้องเรียน สู่ภาพที่ยังคงอยู่
จาริณีทำงานคลุกคลีกับเรื่องราวของผู้บริโภคมานาน ทั้งจากการทำรายการโทรทัศน์และการทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค สิ่งหนึ่งที่เธอสังเกตเห็นคือ เมื่อรายการออกอากาศจบ เรื่องราวก็หายไปจากหน้าจอ แต่ปัญหาของคนในเรื่องไม่ได้จบตามไปด้วย
“ตอนทำรายการโทรทัศน์ เรารู้สึกว่าพอออนแอร์จบ เรื่องก็ผ่านไป แต่ความเดือดร้อนของคนไม่ได้จบตามรายการ เลยคิดว่าจะมีวิธีไหนที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้ยังอยู่ต่อ”
การวาดภาพจึงกลายเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไว้ จาริณีลงพื้นที่พูดคุยกับผู้คนมากกว่า 100 คน วาดใบหน้าของพวกเขา พร้อมบันทึกคำพูด ความรู้สึก และประสบการณ์บางส่วนลงไปในภาพ

ผลที่ได้คือภาพพอร์ตเทรตสีสดจัดจ้านซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบันทึกหน้าตาของบุคคล แต่มีข้อความรายล้อมอยู่บนใบหน้าและพื้นหลัง ราวกับเสียงของเจ้าของเรื่องยังคงพูดอยู่ภายในภาพ
“บางประโยคที่ได้ยินมันแรงมาก แต่มันก็จริงมาก จนรู้สึกว่าต้องรีบจดลงไปในภาพ เพราะไม่อยากให้ความรู้สึกตรงนั้นหายไป” จาริณีเล่า
ชื่อ "SPEAK UP — ไม่ยอมจำนน" เองก็มีที่มาจากแนวคิดของ สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่พูดถึงความสำคัญของการสร้างอำนาจต่อรองให้ประชาชน เพราะการมีอำนาจต่อรองคือเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสิทธิและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน
สองภาษาภาพ เรื่องเดียวกัน
อีกด้านหนึ่งของพื้นที่จัดแสดงกลับใช้ภาษาภาพที่ต่างออกไปเกือบสุดขั้ว
บุญเชิด เข็มเงิน เลือกเล่าปัญหาผู้บริโภคผ่านภาพสตอรีบอร์ดขาวดำที่วาดด้วยมือ เส้นชาร์โคลที่ดิบและหนักทำให้เรื่องอย่างค่าครองชีพ การเดินทาง ห้องเช่า ภัยออนไลน์ หรือความไม่ปลอดภัยในเมือง ดูคล้ายฉากเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่
เมื่อวางงานขาวดำของบุญเชิดไว้คู่กับภาพพอร์ตเทรตสีสดของจาริณี นิทรรศการจึงมีสองอารมณ์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือ “ปัญหา” อีกด้านคือ “คน” ที่อยู่กับปัญหาเหล่านั้น
และตรงกลางระหว่างสองฝั่งนั้น อาจเป็นคำถามที่นิทรรศการต้องการส่งกลับมาหาผู้ชมว่า เมื่อความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับเรา เราจะปล่อยให้เรื่องผ่านไป หรือเลือกที่จะส่งเสียง
4 ปัญหาใกล้ตัวที่ยังต้องหาทางออก
เบื้องหลังงานศิลปะยังเชื่อมโยงกับ 4 ประเด็นที่สภาองค์กรของผู้บริโภคกำลังผลักดันในปี 2569
หนึ่งคือ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเสนอให้มีมาตรการยืนยันตัวตนของผู้ขาย เพื่อช่วยลดปัญหามิจฉาชีพและร้านค้าปลอม
สองคือ สายสื่อสารที่ห้อยระโยงระยาง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความไม่เป็นระเบียบของเมือง แต่สามารถกลายเป็นอันตรายและก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับประชาชนได้

สามคือ ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ โดยเสนอให้ค่าเดินทางเฉลี่ยรวมไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเดินทางกินสัดส่วนรายได้ของผู้มีรายได้น้อยมากเกินไป
และสี่คือ สัญญาห้องเช่าและหอพักที่ไม่เป็นธรรม ตั้งแต่ค่าน้ำ ค่าไฟ เงินประกัน ไปจนถึงเงื่อนไขในสัญญาที่ทำให้ผู้เช่าอยู่ในสถานะเสียเปรียบ
เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นปัญหาคนละเรื่อง แต่มีสิ่งหนึ่งร่วมกัน คือผู้ที่ได้รับผลกระทบมักเป็นผู้บริโภคธรรมดาที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่าคู่กรณีอย่างมาก
เมื่อเสียงเล็ก ๆ ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
“SPEAK UP ไม่ใช่แค่การบ่นหรือโพสต์ระบายในโซเชียล แต่คือการรู้ว่าเรามีสิทธิ แล้วกล้าที่จะใช้สิทธินั้น” จาริณีกล่าว
เธอไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนที่เดินออกจากนิทรรศการจะต้องกลายเป็นนักเคลื่อนไหว แต่หวังว่าหากวันหนึ่งความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับตัวเอง ผู้ชมจะรู้ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องยอมจำนน
“เสียงของคนธรรมดามีความหมาย โดยเฉพาะเมื่อเสียงเหล่านั้นมารวมกัน”

น่าสนใจด้วยว่า ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อขาย บุญเชิดตั้งใจมอบผลงานของเขาให้สภาองค์กรของผู้บริโภคนำไปใช้ต่อในการทำงาน ขณะที่ภาพของจาริณีจะกลับไปอยู่กับบุคคลเจ้าของเรื่อง เป็นเสมือนการคืนทั้ง “ใบหน้า” และ “เสียง” ให้กับคนที่ยอมเปิดเผยประสบการณ์ของตัวเอง
ท้ายที่สุด 68,000 เรื่องร้องเรียนอาจเป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่เมื่อบางเรื่องถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นใบหน้า ลายเส้น สี และถ้อยคำบนผืนภาพ ตัวเลขเหล่านั้นก็กลับมาเป็นเรื่องของ “คน” อีกครั้ง
และบางที นั่นอาจเป็นสิ่งที่ศิลปะทำได้ดี — ทำให้เสียงเล็ก ๆ ที่กำลังจะเงียบหาย กลับมามีคนหยุดมองและรับฟัง
......
SPEAK UP — ไม่ยอมจำนน
เข้าชมฟรี วันนี้ ถึง 30 สิงหาคม 2569
ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ชั้น 3
MAIN PHOTO by Samatcha Apaisuwan
www.samatchaapaisuwan.com
#SPEAKUP #ไม่ยอมจำนน #สิทธิผู้บริโภค #ConsumerRights #ContemporaryArt #นิทรรศการศิลปะ #BACC #HappeningBKK
