นักวิจัยไทยค้นพบวิธีการใหม่ ใช้อนุภาคนาโนเสริมแอนติบอดีจัดการไวรัสไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ที่มียุงลายเป็นพาหะ ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย เพราะวัคซีนยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์ และไม่มียาโดยเฉพาะ จึงต้องรักษาตามอาการ ทำให้นักวิจัยไทยจากหลายสถาบันร่วมกันศึกษาทดลองแนวคิดใหม่ และกลายเป็นความหวังในการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการรักษาโรคไข้เลือดออกของโลก

แม้ว่าโครงการวิจัย "การนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีนของไวรัสเดงกี่เข้าสู่เซลล์โดยใช้อนุภาคนาโนชนิดโพลิเมอร์" (Investigation of Dengue-infected Cells Treated with Antibody-Nanoparticles: Host and Viral Views) จะอยู่ในขั้นต้นน้ำ แต่ถือเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาโรคในอนาคต ซึ่งนอกจากได้จดสิทธิบัตร และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติแล้ว โครงการนี้ยังได้รับคัดเลือกเป็นความริเริ่มสำหรับทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Call for Initiatives: International Decade of Science for Sustainable Development 2024-2033: IDSSD) ซึ่งจะเลือกปีละ 2 โครงการเท่านั้น และประเทศไทยก็เป็นประเทศแรกที่มีการวิจัยด้วยการใช้อานุภาคนาโนเพื่อนำส่งแอนติบอดีเข้าไปจัดการไวรัสเดงกี่ภายในเซลล์

ทีมวิจัยชีววิทยาโมเลกุลของไวรัสเดงกี่และฟลาวิไวรัส กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. นำโดย ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง ได้ริเริ่มโครงการวิจัยนี้มาหลายปี โดยทำงานร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช และนักวิจัยร่วมโครงการจากภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงอาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจำนวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.2 ล้านบาท) จาก Alliance of International Science Organization (ANSO) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2565-2567)
ดร.ร่มฉัตร บอกว่า โรคไข้เลือดออกไม่ได้เกิดจากตัวไวรัสเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความซับซ้อนของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย ดังนั้น ปัญหาในการเตรียมวัคซีนหรือยาจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ซึ่งโครงการวิจัยนี้ได้เปิดมุมมองใหม่ในการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ โดยสร้างอนุภาคนาโนชนิดโพลิเมอร์มาห่อหุ้มแอนติบอดีจำเพาะแล้วนำส่งสู่เซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ และผลจากการทดลองพบว่า สามารถลดการติดเชื้อทั้งภายนอกและภายในเซลล์ได้ รวมถึงลดการตายของเซลล์ตับที่ติดเชื้อไวรัส ซึ่งเซลล์ตับเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของไวรัสเดงกี่

การวิจัยขั้นต่อไป
หลังจากได้ผลลัพธ์การทดลองในขั้นต้นน้ำแล้ว ทีมวิจัยจะเริ่มศึกษากลไกการทำงานของแอนติบอดีภายในเซลล์อย่างละเอียดว่าเป็นอย่างไร และจะมีการทดสอบกับสัตว์ทดลองในระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งตามกระบวนการจะเริ่มจากหนู ลิง มนุษย์ทั่วไป ไปจนถึงการทดสอบกับผู้ที่ติดเชื้อไข้เลือดออก ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลานับจากนี้มากกว่า 5 ปี
ดร.ร่มฉัตร บอกว่า โครงการวิจัยนี้เป็นการเปลี่ยนมุมมองการใช้แอนติบอดีใหม่ จากเดิมที่เราโฟกัสแค่ภายนอกไปสู่การโฟกัสภายในเซลล์ได้ โดยทีมวิจัยคาดหวังว่า โครงการนี้จะนำไปสู่การรักษาที่จำเพาะกับไวรัสไข้เลือดออก ซึ่งจะช่วยลดภาระของสาธารณสุขในประเทศและระดับโลกได้ นอกจากนี้ แนวคิดการใช้อนุภาคนาโนเพื่อให้แอนติบอดีจำเพาะสามารถเข้าไปจัดการเชื้อโรคถึงในบ้านได้ ก็อาจพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับการรักษาโรคอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกมากกว่า 400 ล้านคน โดยในประเทศไทย นับตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกเกือบหนึ่งแสนคน และมีแนวโน้มพบในผู้ใหญ่มากขึ้น
