“ภูเก็ต” ครั้งนี้ดีกว่าทุกครั้ง! AESOPS Bangkok เติมสีสันและจิตวิญญาณกรีกให้ La Dolce Vita Sunday ริมหาดบางเทา
AESOPS Bangkok พลิกโฉมบีชคลับสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน สู่เวทีเฉลิมฉลองแบบกรีกเต็มรูปแบบ กับ “La Dolce Vita Sunday” @Carpe Diem Beach Club ภูเก็ต

“…เราชอบทะเล”
หนึ่งในบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร ท่ามกลางสายลมพัดเย็น แสงแดดรำไร ใบมะพร้าวโอนเอียง และเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ...ใช่แล้ว!! บทสนทนานี้เกิดขึ้น “ริมทะเล”

“ภูเก็ต” มีมนตร์เสน่ห์ทุกครั้งที่เราได้ไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นแสงระยิบระยับที่ตกกระทบบนผิวน้ำทะเล อาหารพื้นถิ่นที่ถูกจริต หรือจังหวะชีวิตที่ดูเนิบช้าลงอย่างตั้งใจ ทว่า ในบางวันโดยเฉพาะ “วันอาทิตย์” ภูเก็ตก็มักแต่งแต้มสีสันและจังหวะมัน(ส์)ๆ พร้อมให้แขกเหรื่อที่มาได้ใช้คำว่า “เฉลิมฉลอง” อย่างมีรสนิยมไม่แพ้เมืองท่องเที่ยวไหนในโลก



ปลายเดือนมกราคม “Carpe Diem Beach Club” ยกระดับอีเวนต์ซิกเนเจอร์อย่าง “La Dolce Vita Sundays” ด้วยการจับมือจัดกิจกรรมสุดพิเศษเพียงวันเดียวร่วมกับ “AESOPS Bangkok” ร้านอาหารกรีกขวัญใจนักสังสรรค์ในกรุงเทพฯ ที่ยกทั้งรสชาติและวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองแบบเมดิเตอร์เรเนียนมาไว้ริมหาดบางเทา ทะเลภูเก็ต เพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายความสนุกสนานและจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลองสไตล์กรีกอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าบรันช์ริมทะเล แต่คือประสบการณ์แบบครบครัน ตั้งแต่เที่ยงวันจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ “ภูเก็ต…ครั้งนี้ดีกว่าทุกครั้ง” เมื่อมันถูกครอบงำด้วยจิตวิญญาณกรีก

ช่วงเวลา 12.00–15.00 น. พื้นที่ของ Carpe Diem Beach Club ถูกเปลี่ยนเป็นบรันช์สไตล์กรีกเต็มขั้น!! ไม่ใช่แค่ไลน์อาหาร แต่เล่นใหญ่ทั้งบรรยากาศ การแสดงโชว์ การเต้นรำ ณ เวลานั้น เสียงเพลง เสียงหัวเราะ และเสียงปรบมือดังสลับกันแบบไม่ทิ้งช่วง

และที่ขาดไม่ได้คือเสียงจี่...ที่ลอยมาพร้อมกลิ่นหอมๆ ของ Kefalograviera Saganaki ชีสกรีกทอดบนกระทะร้อนที่มักดังขึ้นก่อนเปลวไฟที่ลุกโชน ตามด้วยเสียงผู้คนที่ตื่นเต้น และ “โอป ป้าาาาา” (เราได้ยินแบบนี้จริงๆ) มันคือเสียงที่คนเอ่ยดังๆ พร้อมกับขว้างจานลงพื้น หรือ Plate-smashing rituals ซึ่งนับเป็นประเพณีเฉลิมฉลองโบราณของกรีก เพื่อแสดงความสุข ความเบิกบาน (Kefi) ขับไล่สิ่งชั่วร้าย และเป็นการเริ่มต้นใหม่ เหมือนเป็นการปลดปล่อยพลังงานด้านลบและสร้างบรรยากาศแห่งความครื้นเครง ในจังหวะนั้น บรันช์เลิกเป็นแค่มื้ออาหาร และเริ่มกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าอภิรมย์


นอกจาก Kefalograviera Saganaki ราดน้ำผึ้งและเลมอนจะถูกเสิร์ฟต่อเนื่อง เคียงด้วย Ouzo Lemon Spritz ที่เย็นสดชื่น พอดีกับแสงแดดริมทะเล ด้านสเตชั่นอาหารก็เพียบพร้อมและถูกจัดตามโซนต่างๆ ตั้งแต่พิซซ่าเตาฟืนที่ปรุงให้ชมกันแบบสดๆ ไลน์ Cold Cuts และชีส อาหารทะเลสดๆ ข้าวผัดสเปน โซนกริลล์ ไปจนถึงอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น ทั้งซูชิและซาชิมิ ปิดท้ายด้วยของหวานหลากหลายที่จัดมาไม่อั้น สะท้อนคอนเซ็ปต์บรันช์ที่เน้นความอิสระและการใช้เวลาได้ตลอดวัน


หลังมื้อกลางวัน จังหวะของวันดีๆ ไม่ได้มีแค่นั้น แต่ค่อยๆ เปลี่ยนโหมด DJ Mark Di Meo ไล่เสียงเพลงจากความสบายในช่วงบ่าย เข้าสู่ Golden Hour และต่อเนื่องไปยังปาร์ตี้ริมสระตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไป


ผู้คนเริ่มลุกจากโต๊ะไปหาสระ ไม่ใช่เพราะใครชวน แต่เพราะอารมณ์พาไป
...และความสุขก็มักผ่านไปไวเสมอ เผลอแปบเดียว แสงสีทองที่สะท้อนผิวน้ำก็ค่อยๆ เข้มขึ้น วิวทะเลเริ่มมีดวงไฟปรากฏ ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยการแสดงโชว์ควงไฟริมชายหาด อีกภาพที่ยากจะลืม หากเราได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ





ปรัชญา “Carpe Diem” ในแบบที่จับต้องได้
Benny De Bellis หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Carpe Diem Beach Club อธิบายแก่นของอีเวนต์นี้ไว้ชัดเจน
“La Dolce Vita Sundays คือการเลือกใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด ผ่านอาหาร ดนตรี และช่วงเวลาดีๆ ที่ได้แบ่งปันกันริมทะเล การร่วมมือกับ AESOPS Bangkok ช่วยเพิ่มพลังของการเฉลิมฉลองเข้าไปอีกขั้น อาหารกรีกมีความสนุก มีชีวิตชีวา และเน้นการเข้าสังคม ซึ่งเข้ากันได้ดีกับจิตวิญญาณของ Carpe Diem อย่างแท้จริง”
ด้าน John Gamvros ผู้ก่อตั้ง AESOPS Bangkok มองว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การยกเมนูมาเสิร์ฟนอกสถานที่ แต่คือการพาวัฒนธรรมกรีกออกจากร้าน สู่บริบทใหม่ริมทะเล
“เรานำการเฉลิมฉลองแบบกรีกมาสู่กลุ่มคนใหม่ ตั้งแต่การปรุงอาหารด้วยไฟ พิธีกรรม ไปจนถึงการแสดง Carpe Diem คือสถานที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการถ่ายทอดศิลปะ ประวัติศาสตร์ และมรดกทางวัฒนธรรมของ AESOPS”

จะว่าไปในชีวิตเราได้มาเกาะภูเก็ตนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งแบบเที่ยวห้วนๆ เซิร์ฟมันส์ๆ คาเฟ่ฉ่ำๆ หรือดำน้ำเพลินๆ แต่ไวบ์ดีๆ แบบครั้งนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง และน่าจะทำให้เราจดจำทริปนี้ชนิดที่เล่าได้ซ้ำๆ วนไปอีกนาน (แม้คราวนี้จะวาร์ปไปรับลมบนเกาะแทบไม่ครบ 24 ชั่วโมงก็เหอะ!!)
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เราคงอยากให้เรื่องแบบนี้มีอีก มีบ่อยๆ เพราะ “ความสุข” ไม่ควรมีน้อยหรือจบไวเกินไป!
สำหรับใครที่อยากมาลองสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ กับ La Dolce Vita Sunday ที่ Carpe Diem Beach Club จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ โดยมีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลาย อาทิ Beach Bed (3,000 บาท ต่อท่าน) Cabana (6,000 บาท ต่อท่าน) La Dolce Vita Sunday Brunch (3,745 บาท ต่อท่าน) และกิจกรรม La Dolce Vita Experience (ตั้งแต่ 12.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป 7,000 บาทต่อท่าน)

เปิดรับวอล์กอินตามจำนวนที่นั่งว่าง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกแนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้า เนื่องจากกิจกรรมพิเศษของบรันช์ La Dolce Vita ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีและถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว สำหรับการจอง ข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงรายละเอียดกิจกรรม AESOPS Bangkok x La Dolce Vita Sundays เข้าไปดูได้ที่ Carpediemphuket.com
ติดตามข้อมูลข่าวสารของ Carpe Diem Beach Club ได้ที่
- เว็บไซต์ https://carpediemphuket.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/carpediembeachclub
- Instagram: https://www.instagram.com/carpediembeachclubphuket/
