HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
โลกของพอลลีน: The end of discovery
by พอลลีน งามพริ้ง
31 ก.ค. 2560, 11:29
  2,156 views
#1 การค้นพบได้สิ้นสุดลงแล้ว

 

“ถ้าเราเอาแต่หนี เราก็ต้องหนีไม่มีที่สิ้นสุด”

 

ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฏาคม จิตใจพอลลีนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนกับความกลัวควบคู่กันไป เพราะจวนใกล้ถึงวันเดินทางกลับเมืองไทยเป็นครั้งแรกในฐานะ “พอลลีน งามพริ้ง”

 

พอลลีนมาอเมริกาครั้งแรกเมื่ออายุ 29 ด้วยการไปเที่ยวที่ซานฟรานซิสโกและลอสแองเจลิส จากนั้นหนึ่งปีก็มาทำงานประจำอยู่ร้านเบอร์เกอร์ต่อด้วยร้านอาหารไทยที่เมืองลองบีช ใกล้ๆ กับลอสแองเจลิสนั่นแหละ หลังจากนั้นก็กลับไปเมืองไทยมีชีวิตทำงานที่รุ่งโรจน์อยู่กับธุรกิจหลายอย่าง ตั้งแต่ธนาคาร เอเจนซี่โฆษณาและประชาสัมพันธ์ วงการรถยนต์ สถาบันการศึกษา และก่อตั้งกลุ่มเชียร์ไทยพาวเวอร์ที่หลายคนจดจำได้

 

ไม่ได้คิดว่าจะได้กลับมาที่อมริกา เพื่อทำงานทำการ

 

แต่แล้วเมื่อความต้องการค้นหาตัวเองหนักขึ้น พอลลีนต้องเดินทางไปๆ มาๆ ที่อเมริกามากกว่า 4 ครั้งในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของประเทศ พอลลีนใช้ชีวิตผจญภัยเกือบๆ จะร่อนเร่พเนจรอยู่ที่ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่ นิวยอร์ค บอสตัน นิวแฮมเชียร์ มาจนถึงฝั่งตะวันตก ที่ ซานเบอร์นานิโญ เพตาลูมา ดับลิน ซาฟรานซิสโก จนกระทั่ง ซาคราเมนโต เมืองหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนีย  จนถึงวันที่สื่อมวลชนไปขุดทะลวงมาลงข่าวเกี่ยวกับพอลลีน สิ่งที่คนได้รับรู้ตามสื่อ 10 หรือ 20 นาที ยังครอบคลุมไม่ถึง 0.0001%  ของประสบการณ์จริงที่พอลลีนได้ประสบพบเจอ

 

อย่างไรก็ตาม พอลลีนตัดสินใจที่จะกลับเมืองไทยบ้านเกิดเมืองนอน ไปเผชิญความจริงในฐานะพอลลีน งามพริ้ง มันคงจะแตกต่างจากเดิมไปพอสมควร นั่นทำให้พอลลีนทั้งตื่นเต้นและวิตกไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เรื่องละเอียดอ่อนต่างๆ เกี่ยวกับเพศที่สามที่สังคมไทยดูเหมือนจะเปิดกว้าง แต่ก็ยังใส่ใจและมีความรู้กับมันน้อยมาก เอาเรื่องง่ายๆ อย่างสรรพนาม คงมีหลายคนที่ยังคุ้นเคยที่จะเรียกชื่อเดิมของพอลลีนอยู่ ซึ่งพอลลีนก็เข้าใจและไม่บังอาจไป ”เยอะใส่” แก้ไขให้ถูกต้องได้ทุกคน แต่พอลลีนก็ยังมีทางเลือกให้เพื่อนได้เรียกชื่อเล่นเดิมของพอลลีน คือ “ป้อ” ซึ่งอาจจะฟังดูเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

 

 

ตอนนี้พอลลีนก็เตรียมใจไว้ในระดับหนึ่งที่จะต้องมีคนเรียกลับหลัง (หรืออาจแม้กระทั่งต่อหน้า) ว่า “กระเทย” คำศัพท์สมัยพระเจ้าเหาที่ได้อารมณ์แห่งการเหยียดหยามและดูถูกดูแคลนอย่างแสบสันต์ สาเหตุที่หลายคนไม่รู้สึกอะไรก็เพราะความเคยชิน เพศที่สามหลายคนก็ยังเรียกตัวเองแบบนั้นด้วยเพราะขี้เกียจจะตอแยกับคนอื่นให้เสียอารมณ์ จึงใช้คำดูถูกตัวเองเสียก่อนที่จะโดนคนอื่นดูถูก

 

ผู้คนในแวดวงเพศที่สามที่พอลลีนได้พบในอเมริกาแนะนำพอลลีนว่า ถ้ามีคนเรียกชื่อหรือสรรพนามเราผิด เราควรจะทักท้วงทันที ไม่เช่นนั้นก็จะผิดต่อไปเรื่อยๆ อาจจะด้วยจงใจ หรือด้วยความไม่รู้ถึงความละเอียดอ่อน

 

พนักงานตามร้านสะดวกซื้อ หรือคนแปลกหน้าทั่วไปที่พบเจอ ส่วนใหญ่เขาจะมองเราเป็นผู้หญิง และมักจะเรียกพอลลีนว่า “มิส” หรือไม่ก็ “แมม (มาดาม)” ซึ่งก็ทำให้พอลลีนรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจไปทั้งวันเลยทีเดียว แต่ถ้ามีวันไหนมีคนเรียกว่า “เซอร์” หรือ “ฮี” วันนั้นทั้งวันก็จะเต็มไปด้วยความขุ่นมัว

 

 

อย่างไรก็ตาม พอลลีนได้ตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร จะกลับไปเผชิญความจริง หากพอจะแก้ไขได้ก็จะทำ แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้ ถือว่าเท่าไหร่ก็เท่านั้น

 

มีหลายคนถามว่า พอลลีนจะกลับไปทำอะไรที่เมืองไทย เพศที่สามโดยเฉพาะผู้หญิงข้ามเพศหลายคนประสบกับปัญหาด้านอาชีพการงาน เพราะมีโอกาสต่างๆ น้อยมาก มีงานจำกัดที่สามารถทำได้ ที่โชคดีหน่อยก็ได้ทำงานด้านความสวยความงาม นักแสดง ช่างแต่งหน้า โมเดลลิ่ง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องวนเวียนอยู่ในอุตสาหกรรมทางเพศ มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาปรารถนา แต่มันเป็นสิ่งที่สังคมมีทางเลือกให้พวกเธอเป็นแบบนั้น

 

 

สิ่งที่พอลลีนตั้งใจจะทำที่เมืองไทยมีอยู่หลายอย่าง เช่น ให้ความรู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคม ทั้งแก่คนที่สับสนในตัวเอง ผู้ปกครอง ครอบครัว และนายจ้าง โดยจะทำผ่านการเขียนหนังสือ แสดงปาฐกถา และให้คำปรึกษาแบบรายบุคคล ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะไปพบจิตแพทย์เพื่อการวินิจฉัยตามหลักวิชาการ

 

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะทำที่เมืองไทยได้แก่การเอาความรู้ประสบการณ์ด้านอาหารและโภชนาการไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งก็จะเน้นเพื่อจุดประสงค์เกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพผิวพรรณ รวมถึงอาจจะหาผู้ร่วมทุนเปิดร้านอาหารเล็กๆ ที่ขายอาหารที่มีคุณภาพ ไม่ใส่ผงชูรสและดีต่อสุขภาพ

 

เมนูสุขภาพของพอลลีน

 

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะทำ คือเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล เปล่า พอลลีนจะไม่ได้ไปสมัครท้าชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลเหมือนอย่างที่เคยทำ แต่อยากริเริ่มการจัดฟุตบอลสำหรับเพศที่สาม โดยเริ่มจากผู้หญิงข้ามเพศ อาจจะเป็นแห่งแรกในโลกที่ทะลายข้อจำกัดทางเพศและทำให้คำขวัญของฟีฟ่าที่ว่า Football Is For All เป็นเรื่องที่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ขณะนี้พอลลีนได้ติดต่อคนในวงการฟุตบอลของประเทศเพื่อนบ้านแห่งหนึ่งไว้แล้ว และหวังว่าจะมีแมทช์นานาชาติในอนาคตอันใกล้นี้

 

ช่วงเวลาแห่งการค้นพบตัวเองของพอลลีนได้สิ้นสุดลงแล้ว ที่เหลือหลังจากนี้ คือการพิสูจน์ความฝันของตัวเองว่า จะสามารถเป็นผู้หญิงได้ดีเทียบเท่ากับตอนที่เป็นผู้ชายหรือไม่ หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป

 

แล้วพบกันนะ ประเทศไทย

ABOUT THE AUTHOR
พอลลีน งามพริ้ง

พอลลีน งามพริ้ง

หญิงข้ามเพศเจ้าของประโยค"โลกนี้มีอะไรมากกว่าอวัยวะเพศอีกตั้งเยอะ" อดีตคนทำงานหลายบทบาททั้งสื่อมวลชน นักการตลาด คนดังวงการฟุตบอล ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งมิติชายมุ่งมั่น และหญิงสุดแซ่บ

ALL POSTS