เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยจะสร้างงานเพิ่ม 3 ล้านตำแหน่งได้อย่างไร
ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยอาจสร้างงานเพิ่ม 3 ล้านตำแหน่งภายในปี 2040 หากพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ พร้อมเสนอปรับระบบสนับสนุนธุรกิจและ IP
ธนาคารโลกเสนอไทยปรับจากการสนับสนุนรายโครงการสู่ระบบที่ช่วยให้ธุรกิจสร้างสรรค์เติบโต ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างรายได้ และเข้าถึงตลาดโลก
จากภาพยนตร์และดนตรี ไปจนถึงงานออกแบบ แฟชั่น และหัตถกรรม ประเทศไทยมีคนทำงานสร้างสรรค์อยู่ในหลากหลายสาขา คำถามคือจะทำอย่างไรให้ความสามารถและผลงานเหล่านี้ต่อยอดเป็นธุรกิจ สร้างรายได้ และเป็นอาชีพที่เติบโตได้ในระยะยาว
"กองถ่ายของโลก" สู่การสร้างระบบของตัวเอง เมื่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยกำลังเขียนบทใหม่
กลุ่มธนาคารโลกประเมินว่า หากอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสามารถยกระดับประสิทธิภาพเข้าใกล้ระดับเกาหลีใต้ ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยอาจสร้างงานในระบบเพิ่มได้ถึง 3 ล้านตำแหน่งภายในปี 2583 หรือ ค.ศ. 2040 ตัวเลขนี้จึงเป็นศักยภาพภายใต้เงื่อนไขของการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งต้องอาศัยทั้งนโยบาย เงินทุน และโอกาสทางธุรกิจที่เอื้อต่อคนทำงานสร้างสรรค์
ประเด็นดังกล่าวถูกนำเสนอในงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ซึ่งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ Netflix จัดขึ้นในฐานะกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group ประจำปี 2026
จากการสนับสนุนรายโครงการ สู่ระบบที่ธุรกิจเติบโตได้
Denis Medvedev ผู้อำนวยการระดับโลกด้านการค้า การแข่งขัน และธุรกิจ ของกลุ่มธนาคารโลก เสนอการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้านสำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย
ประการแรก ปรับนโยบายจากการสนับสนุนเป็นรายโครงการ ไปสู่การสร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนางานและขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่อง
ประการที่สอง พัฒนาระบบที่ช่วยให้ทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP สามารถสร้างรายได้ ระดมทุน และเพิ่มมูลค่าได้ นอกเหนือจากการส่งเสริมให้เกิดผลงานใหม่
ประการที่สาม เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ไทยกับตลาดโลกให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงผู้ซื้อ ผู้ลงทุน และผู้ชมในต่างประเทศ
Medvedev ระบุว่า บทบาทสำคัญของภาครัฐคือการสร้างตลาดและสถาบันที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้เงินทุนภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาให้ต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการขยายโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงาน
ตลาดส่งออกเติบโต แต่ยังกระจุกตัว
ข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในภาพรวมมีมูลค่าประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.8% ของมูลค่าเพิ่มรวมของประเทศ หรือ Gross Value Added (GVA) ขณะที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์กลุ่มหลักมีสัดส่วนประมาณ 4.6% ของ GVA โดยตัวเลขทั้งสองใช้ขอบเขตการนับต่างกัน
ด้านการส่งออก สินค้าสร้างสรรค์ไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขล่าสุดเป็นของปี 2567 อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับราว 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงให้เห็นว่าฐานการส่งออกยังพึ่งพาสินค้าบางกลุ่มเป็นหลัก
บริการสร้างสรรค์และคอนเทนต์ดิจิทัลจึงเป็นโอกาสในการขยายตลาดเพิ่มเติม โดยเทคโนโลยีช่วยให้ผู้สร้างผลงานในประเทศไทยเข้าถึงผู้บริโภคต่างประเทศได้มากขึ้น
CEA เตรียมแผนพัฒนาปี 2571–2575
พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล กรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระบุว่า ไทยมีธุรกิจในอุตสาหกรรมคอนเทนต์กว่า 32,000 ราย และบุคลากรทักษะสูงกว่า 150,000 คน ครอบคลุมภาพยนตร์ ซีรีส์ ดนตรี แอนิเมชัน เกม และการกระจายเสียง
ขณะนี้ CEA อยู่ระหว่างจัดทำ Thailand Creative Economy Action Plan 2028–2032 หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ปี 2571–2575 โดยมุ่งเน้น 4 ด้าน ได้แก่ การขยายตลาดต่างประเทศให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมาย การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและเพิ่มความสามารถในการขยายธุรกิจ การพัฒนาคนและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค
จากไอเดียสู่การผลิตจริง
หนึ่งในตัวอย่างที่ CEA ยกขึ้นมาคือซีรีส์ “ทนายปีศาจ” (The Evil Lawyer) ซึ่งเข้าร่วมโครงการ CEA Content Lab 2023 ผ่านกระบวนการพัฒนาผลงาน การนำเสนอในกิจกรรม Final Pitch และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ก่อนที่ Netflix จะสนใจนำไปผลิตและเผยแพร่
เส้นทางดังกล่าวช่วยให้เห็นว่า ระหว่างการมีไอเดียกับการนำผลงานออกสู่ตลาด ยังต้องอาศัยพื้นที่พัฒนาโครงการ โอกาสนำเสนอผลงาน และการเข้าถึงพันธมิตรทางธุรกิจ
สำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ ประเด็นสำคัญจากเวทีนี้จึงอยู่ที่การทำให้โอกาสเหล่านั้นเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาผลงาน การหารายได้จากสิทธิในผลงาน ไปจนถึงการหาตลาด เพื่อให้ความคิดสร้างสรรค์เป็นฐานของอาชีพและธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว
ที่มา: ข้อมูลข่าวประชาสัมพันธ์จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)
#เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #CreativeEconomy #ธนาคารโลก #HappeningBKK

