Bright at Midnight บทสนทนาถึง Bas Jan Ader ศิลปินผู้หายสาบสูญ ณ Bangkok Kunsthalle
แสงสว่างกลางดึก การหายสาบสูญ และเรื่องราวที่ไม่เคยถูกพูดถึง “Bright at Midnight” นิทรรศการครั้งแรกในเอเชียของ Bas Jan Ader ที่ Bangkok Kunsthalle
สำหรับคนรักศิลปะ ความน่าสนใจของผลงานบางชิ้นอาจไม่ได้อยู่ที่ความอลังการของวัสดุ หรือเทคนิคชั้นสูงอันน่าทึ่ง แต่อาจอยู่ที่ “ช่องว่าง” ระหว่างสิ่งที่เราเห็น กับสิ่งที่เรากำลังรอคอยให้เกิดขึ้น

ก้อนคอนกรีตบล็อกแขวนห้อยอยู่อย่างหมิ่นเหม่เหนือกระป๋องเบียร์ ไข่ กระถางดอกไม้ และหลอดไฟ...ในความเงียบสงบนั้น ยังไม่มีอะไรแตกหักเสียหาย แต่เพียงแค่ได้เห็น และรู้ว่าอาจมีอะไรเกิดขึ้นในวินาทีถัดไป มุมมองที่เรามีต่อสิ่งของธรรมดาตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
นี่คือบรรยากาศและบทสนทนาอันลึกซึ้งที่รอให้ทุกคนไปสัมผัสใน “Bright at Midnight” นิทรรศการเดี่ยวระดับสถาบันครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียของ บาส ยาน อาเดอร์ (Bas Jan Ader) ศิลปินชาวดัตช์ระดับตำนานผู้เป็นหนึ่งในไอคอนคนสำคัญแห่งโลกศิลปะร่วมสมัยและแนวคิดเชิงแนวคิด (Conceptual Art) ซึ่งจัดแสดงขึ้น ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) โดยได้รับความร่วมมือจาก Meliksetian | Briggs, The Estate of Bas Jan Ader (ลอสแอนเจลิส) และได้ เลโอนาร์โด โอไรออน ดาล คอลเล (Leonardo Orion Dal Colle) ภัณฑารักษ์ชาวอิตาลีมารับหน้าที่ร้อยเรียงเรื่องราว
ศิลปินผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับศิลปะ
ก่อนที่เราจะก้าวเข้าไปสัมผัสผลงาน ชื่อของ บาส ยาน อาเดอร์ (พ.ศ. 2485–2518) มักมาพร้อมกับเรื่องราวระดับตำนานที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลต่อการรับรู้ผลงานของเขา เขาศึกษาและสร้างสรรค์ผลงานในลอสแอนเจลิสจนได้รับการยอมรับจากสถาบันระดับโลกอย่าง MoMA, LACMA และ Whitney Museum แต่ในปี 2518 ระหว่างที่เขากำลังทำโปรเจกต์ไตรภาคอันโด่งดังอย่าง In Search of the Miraculous ด้วยการล่องเรือใบขนาดเล็กเพียงลำเดียวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจากสหรัฐอเมริกาสู่ยุโรป เขากลับหายสาบสูญไปกลางมหาสมุทรอย่างไร้ร่องรอยในวัยเพียง 33 ปี
การจากไปกลางท้องทะเลอาจกลายเป็นตราบาปและความโรแมนติกที่ผูกติดกับชื่อของเขา แต่สำหรับนิทรรศการ “Bright at Midnight” เลโอนาร์โด ภัณฑารักษ์ของงานชวนเรามองไปไกลกว่าตำนานการหายตัว เพื่อย้อนกลับไปทำความเข้าใจความคิด ความเปราะบาง และกระบวนการตัดสินใจก่อนที่ก้าวสุดท้ายของอาเดอร์จะมาถึง

ชวนตั้งคำถามกับ “คุณค่า” ที่มากกว่าวัตถุ
เลโอนาร์โด โอไรออน ดาล คอลเล ได้ให้มุมมองน่าสนใจไว้ว่า เจตนาสำคัญของนิทรรศการนี้คือการชวนผู้ชมในไทยทบทวนปฏิสัมพันธ์ที่เรามีต่อศิลปะเสียใหม่ โดยเฉพาะการมองศิลปะเพียงในฐานะวัตถุสำหรับการครอบครอง หรือสินทรัพย์เพื่อการลงทุน แต่มุ่งเน้นให้เห็นพื้นที่ของการวิจัย การทดลอง ความไม่แน่นอน และการเชื่อมโยงกับสังคม
ภายในพื้นที่ของ Bangkok Kunsthalle อาคารโรงพิมพ์เก่าแก่ย่านหัวลำโพง ที่สถาปัตยกรรมยังคงความ unfinished ไว้อย่างมีเสน่ห์ นิทรรศการได้นำเสนอผลงานสำคัญ 3 ชิ้นของอาเดอร์ที่สร้างขึ้นในช่วงปี 2513–2518 โดยถูกนำมาตีความใหม่ให้เข้ากับบริบทพื้นที่โดยรอบ

Light Vulnerable Objects Threatened by Eight Cement Bricks (1970) ศิลปะจัดวางที่วางเชือกดึงบล็อกซีเมนต์หนักอึ้ง 8 ก้อนให้แขวนอยู่เหนือวัตถุเปราะบางอย่างกระป๋องเบียร์ แจกัน และหลอดไฟ ผลงานชิ้นนี้คือการเผชิญหน้าระหว่างน้ำหนักและความเปราะบาง โดยในการจัดแสดงครั้งนี้มีกำหนดการจะทำไฮไลต์สำคัญด้วยการ “ตัดเชือก” ให้บล็อกคอนกรีตหล่นลงมากระแทกวัตถุจริง ๆ ในช่วง Galleries Night Bangkok (เดือนพฤศจิกายน 2569) ซึ่งจะถูกบันทึกเป็นภาพเคลื่อนไหว และทำให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามถึงความคาดหวัง และการสลายไปของสิ่งตรงหน้า

Thoughts Unsaid, Then Forgotten (1973) ผลงานที่เรียบง่ายด้วยการเขียนข้อความลงบนผนังด้วยออยล์สติก พร้อมแจกันดอกไม้ ขาตั้งสามขา และโคมไฟ ข้อความที่พูดถึง “ความคิดที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ย แล้วก็ถูกลืมเลือนไป” ทำหน้าที่สร้างพาราด็อกซ์ในใจผู้ชม ชวนให้นึกถึงความรู้สึกที่เราทุกคนต่างเคยเจอ—คำพูดที่ปล่อยให้ลอยหายไป ลืมบทสนทนาที่ควรพูด หรือช่วงเวลาที่สายเกินไปที่จะบอกความจริง โดยมีดอกไม้ในแจกันคอยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเวลาที่กำลังร่วงโรยไปอย่างเงียบๆ

Launch of the Ocean Wave (1975) ภาพยนตร์ฟิล์ม Super-8 ความยาว 6 นาที 39 วินาที (ถ่ายโอนเป็นสื่อดิจิทัล) ซึ่งเป็นวิดีโอเบื้องหลังฟุตเทจจดหมายเหตุการเตรียมงาน In Search of the Miraculous ก่อนการเดินทางครั้งสุดท้ายของเขา ผลงานชิ้นนี้ถูกนำมาเปิดเผยและจัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในโลกที่นิทรรศการนี้ ทำให้การเตรียมเรือใบกลายเป็นภาพที่ชวนตกตะลึงและสะเทือนใจ เมื่อเรามองผ่านสายตาของอนาคตที่ศิลปินไม่เคยรู้มาก่อน

เมื่อ “ลอสแอนเจลิส” มาพบกับ “กรุงเทพฯ” ในฐานะ City of Angels
ชื่อนิทรรศการ “Bright at Midnight” มาจากความทรงจำของ ทอม จิมเมอร์สัน (Tom Jimmerson) ลูกศิษย์ของอาเดอร์ ที่นึกถึงยามเดินเล่นกลางคืนในลอสแอนเจลิส แล้วอาเดอร์เคยเปรยขึ้นมาว่า เมืองนี้ช่างสว่างไสวแม้ในยามเที่ยงคืน
ความน่าสนใจคือบริบทนี้ได้ถูกส่งต่อมายังกรุงเทพมหานคร เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น กรุงเทพฯ (City of Angels) เหมือนกันกับ Los Angeles ความเหลื่อมล้ำ การขยายตัวของเมือง แสงไฟยามค่ำคืน และสถาปัตยกรรมที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ของ Bangkok Kunsthalle ได้กลายเป็นฉากหลังชั้นดีที่ทำให้ผลงานจากยุค 1970 กลับมามีชีวิต และสร้างบทสนทนาใหม่กับผู้คนในยุคปัจจุบันได้อย่างไร้ที่ติ
สำหรับเรามองว่านิทรรศการนี้ไม่ได้เรียกร้องให้เราต้องเข้าใจศิลปะแนวคิดอย่างทะลุปรุโประหว่างที่ยืนมอง แต่มันทำงานกับความรู้สึก การตั้งความคาดหวัง และสิ่งที่เรารับรู้หลังจากเดินออกจากนิทรรศการไปแล้วต่างหาก

พบกับนิทรรศการ Bright at Midnight ของศิลปิน Bas Jan Ader โดยภัณฑารักษ์ Leonardo Orion Dal Colle ได้ตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2569 – 10 มกราคม 2570 ณ Bangkok Kunsthalle ซอยพันธจิตต์ ถนนไมตรีจิตต์ ย่านหัวลำโพง/วงเวียน22 เปิดให้เข้าชมวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา 14.00 – 20.00 น. หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook: Bangkok Kunsthalle | Instagram: @bangkok_kunsthalle | Website: khaoyaiart.org
