มิก มณฑล วิเศษสินธุ์ นักแสดงผู้หลงใหลการสะสมงานศิลปะ และค้นพบตัวเองผ่านการวาดภาพ
รู้จักอีกด้านของ มิก มณฑล วิเศษสินธุ์ จากนักแสดงและนักสะสมงานศิลปะ สู่การสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยที่ช่วยให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น
หลายคนรู้จัก มิก - มณฑล วิเศษสินธุ์ ในฐานะนักแสดง แต่ในเวลาที่ไม่ได้อยู่หน้ากล้อง เขายังมีอีกโลกหนึ่งที่ใช้เวลาอยู่ด้วยมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือโลกของศิลปะ
มิกเริ่มสนใจศิลปะตั้งแต่อายุ 14–15 ปี จากการติดตามคุณพ่อไปงานประมูลเครื่องถ้วยเบญจรงค์และลายคราม ก่อนจะกลายเป็นนักสะสมงานศิลปะ และเริ่มสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง แม้จะไม่ได้เรียนศิลปะมาโดยตรง แต่จบด้านวิศวกรรม AI จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
OFF THE RADAR ครั้งนี้ชวนคุยกับมิกในวัย 24 ปี ถึงความหลงใหลในงานศิลปะร่วมสมัย การทดลองสร้างสรรค์ผลงาน และเหตุผลที่เขาบอกว่า ศิลปะทำให้เราได้รู้จักความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น
จากนักสะสมงานศิลปะ สู่การสร้างงานของตัวเอง
ตอนนี้เป็นช่วงที่มาสนใจงานศิลปะมากขึ้น เพราะว่าของที่เราสะสมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราในวันที่โตขึ้น มิกไม่ได้เรียนศิลปะนะครับ มิกเรียนจบวิศวะ AI (วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ (ISE) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ไม่เกี่ยวกับศิลปะเลยแต่การเรียนวิศวะมันทำให้กรอบความคิดของผมมีความแตกต่างจากศิลปิน เช่น ไม่ยึดติดกับแนวทางใดทางหนึ่ง ผมจะทดลองทำไปเรื่อยๆ นำความชอบส่วนตัวมาผสมกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ ตอนนี้ในใจเรื่องดวงดาวเป็นพิเศษ” มิกอธิบาย
“ผมชอบดูดาว สนใจเรื่องดาราศาสตร์ จึงนำความชอบเรื่องดวงดาวมาใช้เป็นสื่อในการแสดงออกถึงสิ่งที่เราต้องการสื่อสารออกไป”
มิกเปิดภาพจากอินสตราแกรมให้ชมผลงานมิกซ์มีเดียที่ใช้เทคนิคการพ่นสีด้วยแอร์บรัชผสมกับงานวาดภาพสีน้ำมันที่ซ้อนทับกันไปมาให้ชม พลางเล่าต่อว่า
“ผลงานของมิกจะเป็นการแสดงออกตามอารมณ์และสิ่งที่คิดออกมาแบบทันที ไม่มีสเก็ตช์ล่วงหน้า แรงบันดาลใจมาจากสมัยเรียนม. 4 ไปเรียนที่อเมริกาแล้วไปเห็นงานสตรีทอาร์ตที่นิวยอร์ก เป็นงานที่มีความเร็ว มีคาแรกเตอร์ ผมเห็นแล้วก็นำแรงบันดาลใจนั้นมาสร้างงานเป็นของตัวเอง

ทำมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับแต่ไม่ได้นำออกมาโชว์ เพราะมองว่ามันเป็นฮอบบี้ จนมาในช่วงหลังที่ทำแล้วถ่ายคลิปลงโซเชียลมีเดียแล้วก็ลงเยอะ คนก็เลยเห็นเยอะขึ้น” เจ้าตัวเล่ายิ้มๆ
งานศิลปะของผมทำขึ้นเพื่อเข้าใจตัวเองมากกว่ามุ่งเน้นความสวยงาม ทำเพื่อนำสิ่งที่ตัวเองอยากพูดหรือแสดงออกมาในอีกรูปแบบหนึ่งโดยที่ไม่ต้องพูด
เมื่อถามว่างานสะสมเครื่องถ้วยลายคราม เบญจรงค์ มีอิทธิพลในการทำงานศิลปะมากน้อยแค่ไหน มิกตอบว่า
“มีเยอะเลยครับ ในแง่หนึ่งให้แรงบันดาลใจ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งทำให้ผมอยากจะทำอะไรที่มันฉีกไปจากสิ่งที่เราเห็นมาตลอด
เช่น งานสะสมของที่บ้านจะเป็นงานศิลปะแนวประเพณี แต่งานที่ผมครีเอทขึ้นมามันจะคอนทราสต์กันมาก เหมือนเป็นสตรีทอาร์ต เป็นแอบสแตรกต์ที่แสดงออกถึงความรู้สึกภายในมากๆ ทำให้มีความแตกต่างจากงานศิลปะไทยที่มีความละเอียดอ่อน
ยกเว้นเรื่องของสีที่มีเอฟเฟคกับงานของผม คือ ผลงานจะมีสีโทนเย็นๆ ไม่ต่างจากเครื่องเบญจรงค์ ลายครามที่สะสมอยู่”

ศิลปะทำให้รู้จักความเป็นมนุษย์
ระหว่างศิลปินนักแสดงกับศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ บทบาทไหนที่บ่งบอกตัวตนของมิก-มณฑล ได้ตรงมากที่สุด
“ผมว่าทั้งคู่นะครับ เพราะมันเป็นการเอกซเพรสตัวเองในรูปแบบที่แตกต่างกัน งานแสดงเป็นงานหลักของผมนะครับ แต่ในช่วงที่ว่างจากงานแสดงก็มาโฟกัสที่งานศิลปะมากขึ้น ตอนนี้กำลังเตรียมผลงานสำหรับจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวอยู่ครับ” แฟนคลับรับทราบแล้วโปรดติดตามกันต่อไป
จากนักสะสมเครื่องถ้วยเบญจรงค์ ลายคราม และผลงานศิลปะร่วมสมัย สู่ศิลปินนักแสดงและศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในวันนี้ มิก - มณฑล วิเศษสินธุ์ กล่าวถึงมุมมองที่มีต่อ “ศิลปะ” ได้อย่างน่าสนใจว่า
“ศิลปะทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ครับ ศิลปะทำให้รู้จักตัวเอง รู้จักคนอื่น เมื่อก่อนผมไม่รู้สึกว่าเป็นมนุษย์เท่าไหร่ ชีวิตเหมือนเป็นเครื่องจักร ตื่นเช้าไปโรงเรียน อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ตั้งใจสอบให้ได้เกรดดีๆ ชีวิตเหมือนเป็นขั้นบันไดที่ต้องก้าวเดินให้ทัน ถ้าเดินช้าไปก็ไม่ทันคนอื่น
แต่พอเราได้พักแล้วมาอยู่กับศิลปะ ทำให้เราได้เห็นจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ สุนทรียภาพที่ไม่ต้องรีบเดินตามใครแค่อยู่กับตัวเรา ศิลปะทำให้เราได้รู้จักความเป็นมนุษย์ได้มากยิ่งขึ้น”
ติดตามผลงานศิลปะของ มิก - มณฑล วิเศษสินธุ์ ได้ทาง FB: Mick Monthon IG : mickmonthon
#OffTheRadar #HappeningBKK #มิกมณฑลวิเศษสินธุ์ #MickMonthon
