HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เช็กสัญญาณสมองเสื่อม ต่างจากอัลไซเมอร์อย่างไร และควรตรวจเมื่อไร
by Susan
10 ก.ย. 2569, 15:21
  49 views

ลืมแบบไหนคือสัญญาณสมองเสื่อม? รู้ความต่างระหว่างสมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ พร้อมข้อมูลคัดกรองสำหรับคนไทยอายุ 55 ปีขึ้นไป

ารลืมว่าวางแว่นตาไว้ที่ไหน หรือนึกชื่อใครบางคนไม่ออกในทันที อาจเกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่ถ้าเริ่มถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ลืมว่ากินข้าวไปแล้ว หรือจำไม่ได้ว่าจะใช้ของที่เคยคุ้นเคยอย่างไร อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียง “ความหลงลืมตามวัย”

ในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ภาวะสมองเสื่อมกำลังกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ไม่เฉพาะกับผู้สูงอายุ แต่รวมถึงลูกหลานและสมาชิกในครอบครัวซึ่งมักต้องรับบทเป็นผู้ดูแลระยะยาว

ข้อมูลที่นำเสนอในงานสัปดาห์วันอัลไซเมอร์โลก ภายใต้แนวคิด “สมองดี ชีวิตยืนยาว” หรือ Long Life, Bright Mind ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ สถาบันประสาทวิทยา ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมสะสมประมาณ 680,000 คน ในจำนวนนี้เป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่า 500,000 คน และคาดว่าจำนวนผู้มีภาวะสมองเสื่อมอาจเพิ่มเป็น 1.17 ล้านคนในปี 2030 และ 2.4 ล้านคนในปี 2050

ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายถึงผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงครอบครัวอีกจำนวนมากที่ต้องจัดสรรทั้งเวลา รายได้ และสภาพจิตใจเพื่อดูแลคนที่รัก

ความหลงลืมไม่ใช่เรื่องปกติของผู้สูงอายุเสมอไป

“คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น และหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของผู้สูงอายุคือภาวะสมองเสื่อม แต่มีผู้สูงอายุไม่น้อยที่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองและยังเข้าไม่ถึงการรักษา เพราะอาการหลงลืมมักถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ”

เปิดงานสัปดาห์วันอัลไซเมอร์โลก
ผศ. พิเศษ นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์

ผศ. พิเศษ นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว พร้อมอธิบายว่า ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่เพียงความเสื่อมตามธรรมชาติ แต่เป็นภาวะที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

จุดสังเกตสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “ลืมหรือไม่ลืม” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความหลงลืมนั้นเริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่

ญาติและผู้ดูแลอาจสังเกตความจำระยะสั้นของผู้สูงอายุด้วยคำถามง่าย ๆ เช่น เมื่อเช้ากินอะไร หรือเพิ่งทำกิจกรรมอะไรมา หากตอบไม่ได้บ่อยครั้ง ลืมว่ากินข้าวไปแล้ว ถามเรื่องเดิมซ้ำอย่างต่อเนื่อง หรือเริ่มลืมวิธีทำสิ่งที่เคยทำได้ เช่น ใช้กุญแจหรืออุปกรณ์ภายในบ้าน อาจเป็นสัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์

นอกจากความจำแล้ว ผู้มีภาวะสมองเสื่อมอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อารมณ์ การตัดสินใจ และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันด้วย ความรู้ความเข้าใจของคนในครอบครัวจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการรักษาผู้ป่วย

งานสัปดาห์อัลไซเมอร์สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ต่างกันอย่างไร

ภาวะสมองเสื่อม หรือ dementia ไม่ใช่ชื่อของโรคใดโรคหนึ่ง แต่เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาการซึ่งเกิดจากการทำงานของสมองลดลง ทั้งด้านความจำ ความคิด การตัดสินใจ ภาษา อารมณ์ และพฤติกรรม จนเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับคำอธิบายของ National Institute on Aging และ CDC

พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันประสาทวิทยา เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากภาวะสมองเสื่อมคือ “มะม่วง” อัลไซเมอร์ก็เปรียบได้กับมะม่วงสายพันธุ์หนึ่ง

กล่าวคือ อัลไซเมอร์เป็นหนึ่งในโรคที่ก่อให้เกิดภาวะสมองเสื่อม และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักมีการสะสมของโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์ในสมอง เมื่อสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จะส่งผลต่อการทำงานและการตายของเซลล์สมอง

แม้อายุจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่ภาวะสมองเสื่อมไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของการสูงวัย และสามารถเกิดในคนอายุน้อยได้เช่นกัน โดยบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ

ระยะแรกคือช่วงเวลาสำคัญ

อาการอาจเริ่มจากภาวะบกพร่องทางการรู้คิดเล็กน้อย หรือ Mild Cognitive Impairment: MCI ผู้ที่อยู่ในระยะนี้อาจทำแบบทดสอบความจำได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ยังทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

พญ.ทัศนีย์มองว่า ระยะดังกล่าวเป็นช่วงสำคัญของการดูแล เพราะการฝึกสมอง การทำกิจกรรมกระตุ้นความคิด การดูแลสภาพจิตใจ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการรักษาปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ อาจช่วยให้ผู้ป่วยบางรายมีการทำงานของสมองดีขึ้นหรือชะลอการเสื่อมลงได้

หากอาการดำเนินไปจนเริ่มกระทบการใช้ชีวิต ผู้ป่วยอาจไม่สามารถจัดการกิจวัตรพื้นฐานได้ด้วยตัวเอง และต้องพึ่งพาคนรอบข้างมากขึ้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาภาวะสมองเสื่อมให้หายขาด แต่มีทั้งการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการและช่วยคงความสามารถในการใช้ชีวิต ตลอดจนยารุ่นใหม่สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางกลุ่ม ซึ่งต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์

คนไทยอายุ 55 ปีขึ้นไปตรวจคัดกรองได้อย่างไร

นพ.ธนินทร์ให้ข้อมูลว่า ประชาชนอายุ 55 ปีขึ้นไปสามารถเข้ารับการประเมินความจำเบื้องต้นด้วยแบบทดสอบทางจิตวิทยา โดยติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ

หากผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้รับบริการจะได้รับการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือสถาบันการแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ตาม แบบประเมินความจำเป็นเพียงขั้นตอนคัดกรอง ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมได้ การวินิจฉัยต้องพิจารณาทั้งประวัติ อาการ การตรวจร่างกายและระบบประสาท รวมถึงการตรวจเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์

การตรวจเลือดอาจช่วยให้การคัดกรองเข้าถึงง่ายขึ้น

นพ.อเนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา อธิบายว่า การตรวจยืนยันโรคอัลไซเมอร์ด้วยการเจาะน้ำไขสันหลัง หรือการทำ PET Scan มีขั้นตอนซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และมีให้บริการเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงการตรวจ

สถาบันประสาทวิทยาจึงอยู่ระหว่างศึกษาการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากเลือด เช่น p-Tau217 และ p-Tau181 เพื่อใช้ช่วยคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยง โดยข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่ามีความแม่นยำประมาณร้อยละ 80–90 และอาจช่วยลดความจำเป็นในการส่งตรวจทางรังสีวิทยาขั้นสูงในผู้ป่วยบางราย

อย่างไรก็ตาม การตรวจเลือดดังกล่าวยังต้องใช้ร่วมกับการประเมินทางคลินิก ไม่ใช่ผลตรวจที่ใช้วินิจฉัยโรคได้เพียงลำพัง และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องโดยสถาบันประสาทวิทยาและสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์

เมื่อผู้ดูแลคือผู้ได้รับผลกระทบอีกคน

งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่ถูกนำเสนอภายในงาน ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อมในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 388,246–1,039,634 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 90 ได้รับการดูแลที่บ้านโดยสมาชิกในครอบครัว

ผู้ดูแลใช้เวลาเฉลี่ย 207 ชั่วโมงต่อเดือนในการดูแลผู้ป่วย ร้อยละ 4–8 ต้องออกจากงานเพื่อทำหน้าที่นี้เต็มเวลา ร้อยละ 59 เผชิญกับความเครียดทางอารมณ์ในระดับสูง และมากกว่าร้อยละ 30 มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่เพียงปัญหาสุขภาพของคนคนหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับรายได้ ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตของทั้งครอบครัว

พญ.ทัศนีย์จึงเสนอให้ภาวะสมองเสื่อมได้รับการยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตั้งแต่ระบบคัดกรองและรักษา ความปลอดภัยในชุมชน สวัสดิการและค่าตอบแทนของผู้ดูแล ไปจนถึงศูนย์ดูแลผู้ป่วยกลางวันและระบบช่วยเหลือครอบครัว

ดูแลสมองได้ตั้งแต่วันนี้

แม้ไม่มีวิธีใดรับประกันว่าจะป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ทั้งหมด แต่การดูแลสุขภาพโดยรวมอาจช่วยลดความเสี่ยงหรือชะลอความเสื่อมของสมองได้ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย ดูแลโรคประจำตัว เรียนรู้ทักษะใหม่ ทำกิจกรรมที่กระตุ้นสมอง พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือไม่ปล่อยให้อายุเป็นคำอธิบายของทุกความเปลี่ยนแปลง หากผู้สูงอายุเริ่มจำสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ ถามซ้ำ หลงทางในสถานที่คุ้นเคย มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป หรือทำสิ่งที่เคยทำเป็นประจำไม่ได้ ควรพาไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้อาการรุนแรง

“การรู้เร็วและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีเป็นผลดีกับทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต และทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี” นพ.ธนินทร์กล่าว



FAQS คำถามที่พบบ่อย
 

สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันทั้งหมด ภาวะสมองเสื่อมเป็นกลุ่มอาการที่กระทบความจำ ความคิดและการใช้ชีวิต ส่วนอัลไซเมอร์เป็นโรคชนิดหนึ่งและเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อม

ลืมแบบไหนควรไปพบแพทย์?

ควรปรึกษาแพทย์เมื่อความหลงลืมเกิดซ้ำและเริ่มกระทบชีวิต เช่น ถามคำถามเดิมบ่อย ลืมว่ากินข้าวแล้ว หลงทางในสถานที่คุ้นเคย หรือใช้สิ่งของที่เคยใช้ไม่ได้

อายุเท่าไรควรตรวจคัดกรองความจำ?

ตามข้อมูลจากกรมการแพทย์ที่นำเสนอภายในงาน ประชาชนอายุ 55 ปีขึ้นไปสามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อขอรับการประเมินความจำเบื้องต้นได้

ตรวจเลือดแล้วรู้ว่าเป็นอัลไซเมอร์ได้ทันทีหรือไม่?

ยังไม่ได้ ผลตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากเลือดเป็นข้อมูลประกอบการคัดกรองและต้องประเมินร่วมกับอาการ ประวัติ และการตรวจอื่นโดยแพทย์

ภาวะสมองเสื่อมรักษาหายหรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การพบตั้งแต่ระยะแรกและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจช่วยชะลออาการ รักษาความสามารถในการใช้ชีวิต และช่วยให้ครอบครัววางแผนการดูแลได้เร็วขึ้น




#สมองเสื่อม #อัลไซเมอร์  #ผู้สูงอายุ #สังคมสูงวัย #วันอัลไซเมอร์โลก

ABOUT THE AUTHOR
Susan

Susan

ALL POSTS