Levi’s Blue Tab Fall/Winter 2026 เดนิมพรีเมียมในโลกแห่งงานคราฟต์
จากแรงบันดาลใจของนักบินยุค 1940 สู่คอลเลกชันที่พา Levi’s® ก้าวข้ามกรอบของเดนิม ไปพบกับหนังอิตาลี แคชเมียร์ วูล และงานฝีมือจากทั่วโลก
เคยคิดไหมว่า? เสื้อผ้าที่ดีไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่บอกว่าวันนี้เราจะแต่งตัวอย่างไร แต่ยังบอกได้ว่าเราอยากเดินทางไปที่ไหนด้วย

สำหรับ Levi’s® Blue Tab™ Fall/Winter 2026 การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นบนท้องฟ้า ผ่านภาพของนักบินในยุคทศวรรษ 1940 และนักบินหญิงผู้บุกเบิกอย่าง Amelia Earhart ก่อนจะถูกตีความใหม่ผ่านภาษาของแฟชั่นร่วมสมัย ทั้งเดนิม หนัง หนังกลับ แคชเมียร์ และวูล
นี่จึงไม่ใช่เพียงคอลเลกชันเดนิมอีกหนึ่งซีซัน แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของ Blue Tab™ ที่กำลังขยับจากรากฐาน Japanese denim craftsmanship ไปสู่การเป็นคอลเลกชันพรีเมียมระดับโลกอย่างเต็มตัว

เดนิมญี่ปุ่นเชื่อมโลกวัสดุพรีเมียม
หัวใจของ Blue Tab™ ยังคงอยู่ที่เดนิมและงานคราฟต์จากญี่ปุ่น รวมถึงซิลูเอตที่หยิบแรงบันดาลใจจากต้นแบบในคลังประวัติศาสตร์ของ Levi’s® มาตีความใหม่ แต่สำหรับ Fall/Winter 2026 สิ่งที่น่าสนใจคือการเปิดพื้นที่ให้กับวัสดุใหม่ๆ เข้ามาเล่าเรื่องร่วมกัน
ตั้งแต่ หนังและหนังกลับจากอิตาลี ไปจนถึงเสื้อผ้าถักผสมแคชเมียร์และวูล รวมถึงผ้าลูกฟูกลอนใหญ่ ทุกวัสดุถูกเลือกมาเพื่อเติมมิติให้กับเสื้อผ้าที่คุ้นเคย และทำให้ไอเท็มคลาสสิกของ Levi’s® ดูมีความประณีตและร่วมสมัยขึ้น
เป็นการบาลานซ์ระหว่าง “มรดก” กับ “ความใหม่” ได้อย่างน่าสนใจ—ยังเห็น DNA ของ Levi’s® ได้ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงความพรีเมียมที่ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น

Pilot Jacket และ Suede Bomber เครื่องแบบนักบินกลายเป็นแฟชั่น
สำหรับไลน์ผู้ชาย Outerwear คือหนึ่งในไฮไลต์ที่สะท้อนคอนเซ็ปต์ของซีซันได้ชัดที่สุด
Pilot Jacket หยิบแรงบันดาลใจจากแจ็กเก็ตนักบินยุค 1950 มาปรับสัดส่วนให้เข้ากับซิลูเอตร่วมสมัย พร้อมรายละเอียดการตกแต่งที่พิถีพิถันขึ้น ขณะที่ Suede Bomber ผลิตในอิตาลีจากหนังกลับโทนสีเข้ม ถ่ายทอดความคลาสสิกของบอมเบอร์แจ็กเก็ตผ่านวัสดุคุณภาพสูงที่ให้สัมผัสและภาพลักษณ์แตกต่างออกไป
อีกหนึ่งตัวที่น่าจับตาคือ Denim Bomber ซึ่งอ้างอิงจากเสื้อผ้า Levi’s® ในยุค 1980 โดยเก็บเส้นไหล่ทรงโค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ ก่อนปรับรูปทรงให้คมและทันสมัยขึ้น และสามารถจับคู่กับ Denim Cargo ทรงขากว้างแบบ Barrel Leg ที่มาพร้อมการฟอกแบบวินเทจ
ส่วน Casual Blazer จากผ้าลูกฟูกลอนใหญ่ และ Shirt Jacket ที่มาพร้อมปกผ้าลูกฟูกและด้านในแบบ Double-Faced ซึ่งหยิบแรงบันดาลใจจากลวดลาย Blanket Stripe ในประวัติศาสตร์ของ Levi’s® ก็เข้ามาเติมเต็มกลุ่ม Outerwear ให้มีตั้งแต่ลุคที่เนี้ยบขึ้น ไปจนถึงลุคสบายๆ ที่ยังคงความพรีเมียม

รายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ทั้งลุคสมบูรณ์
สำหรับเสื้อผ้าในซีซันนี้มีตั้งแต่ Boxy Shirt จาก Jaspe Denim, เสื้อแขนสั้นลายทางญี่ปุ่นที่เน้นรายละเอียด ไปจนถึง Cotton Turtleneck Sweatshirt และ Cashmere Sweater ทรงคลาสสิกในโทน Oatmeal และ Grey Heather
ขณะที่ฝั่งกางเกงนำเสนอซิลูเอตใหม่อย่าง Pencil Slim ทรงขาตรง เอวสูงขึ้นเล็กน้อย และใช้ผ้า Non-Stretch พร้อมรายละเอียดการตัดเย็บแบบ Orange Tab รวมถึง Wide Leg Flyer และ Chino Trouser ทุกชิ้นจึงไม่ได้พยายามสร้างความหวือหวาเกินจำเป็น แต่เป็นการค่อยๆ เพิ่มรายละเอียด ทั้งจากเนื้อผ้า สัดส่วน ไปจนถึงเทคนิคการตัดเย็บ เพื่อให้ไอเท็มเหล่านี้สามารถอยู่ในตู้เสื้อผ้าได้นานกว่าหนึ่งฤดูกาล
“Blue Tab™ คือการคงไว้ซึ่งความเป็นแบรนด์ Levi’s® พร้อมนำวัสดุและเทคนิคการตกแต่งที่ดีที่สุดมาใช้ เพื่อยกระดับไอเท็มคลาสสิกเหนือกาลเวลาให้กลายเป็นไอเท็มพรีเมียมที่ตอบโจทย์การสวมใส่”
Paul O’Neill, Levi’s Design Director for Blue Tab กล่าวพร้อมเสริมว่า แม้เดนิมและงานคราฟต์จากญี่ปุ่นจะยังเป็นหัวใจสำคัญของ Blue Tab™ แต่แบรนด์กำลังมองหาวัสดุชั้นเยี่ยมจากทั่วโลก ตั้งแต่หนังจากอิตาลีไปจนถึงแคชเมียร์และวูลคุณภาพสูง เพื่อยกระดับคอลเลกชัน โดยยังคงรักษา DNA ของ Levi’s® ไว้อย่างชัดเจน

แฟชั่นที่ถูกเล่าเหมือน “ประติมากรรมที่มีชีวิต”
อีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวเสื้อผ้าคือ แคมเปญ Blue Tab™ Fall/Winter 2026 ที่เลือกเล่าเรื่องคอลเลกชันในมุมที่แตกต่างออกไป แทนที่จะถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากการบินแบบตรงไปตรงมา แคมเปญกลับนำเสนอเสื้อผ้าในพื้นที่สถาปัตยกรรมแบบเปิด ผ่านภาพที่มินิมอล แม่นยำ และให้ความรู้สึกคล้ายพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ
เสื้อผ้า ร่างกาย แสง และโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมถูกนำมาอยู่ในเฟรมเดียวกัน เกิดเป็นบทสนทนาระหว่างซิลูเอตกับพื้นที่ว่าง ขณะที่แสงธรรมชาติและเส้นสายที่ชัดเจนช่วยขับเน้นพื้นผิวของวัสดุและรายละเอียดงานฝีมือ
ความรู้สึกของ “การโบยบิน” จึงไม่ได้ปรากฏผ่านภาพเครื่องบินหรือเครื่องแบบนักบินโดยตรง แต่ถูกถ่ายทอดผ่าน ความเปิดโล่ง ความสมดุล และการเคลื่อนไหวที่ถูกควบคุม ทำให้คอลเลกชันดูเหมือนเป็นทั้งแฟชั่นและงานศิลปะในเวลาเดียวกัน
เรามองว่า Blue Tab™ Fall/Winter 2026 เป็นภาพของ Levi’s® ในอีกมิติหนึ่ง ที่ยังคงหยั่งรากอยู่กับเดนิมและประวัติศาสตร์ของแบรนด์ แต่พร้อมเดินทางไปไกลกว่าเดิม ผ่านวัสดุระดับพรีเมียมและงานฝีมือจากหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก และทุกครั้งที่เห็น Blue Tab™ บนเสื้อผ้า ก็เหมือนเป็นเครื่องหมายเล็กๆ ที่บอกว่าไอเท็มชิ้นนั้นกำลังพาเรื่องราวของ Levi’s® ไปสู่บทใหม่ของความพรีเมียม
Levi’s® Blue Tab™ Fall/Winter 2026 Collection วางจำหน่ายทั่วโลกแล้วที่ Levi’s® Store บางสาขา และทาง Levi.co.th โดยทุกไอเท็มมาพร้อมป้าย Blue Tab™ อันเป็นเอกลักษณ์
