FIRST EXPERIENCE | ตรวจสุขภาพครั้งใหญ่แบบไม่ต้องอดอาหาร และใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงที่ NURA Bangkok
พออายุเริ่มเดินทางเข้าสู่เลข 4 หรือ 5 สัญญาณต่างๆ ของร่างกายก็เริ่มฟ้องชัดขึ้น ตั้งแต่สิ่งที่เรารู้สึกได้ ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับที่มองไม่เห็น การตรวจสุขภาพประจำปีจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ตรวจตามหน้าที่” อีกต่อไป
สำหรับคนวัย 50+ การดูแค่ค่าไขมัน ความดัน หรือเอกซเรย์ปอดแบบที่เคยตรวจมา อาจไม่ใช่ทั้งหมดที่เราอยากรู้เกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง
แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็ยังละเลยการตรวจสุขภาพ เพราะไม่อยากเจอ Pain Points เดิมๆ ทั้งการต่อคิวยาว ขั้นตอนหลายอย่าง หรือการต้องอดอาหารจนหิวโซ
ประสบการณ์การตรวจสุขภาพครั้งแรกของฉันที่ NURA Bangkok จึงน่าสนใจตรงที่หลายอย่างแตกต่างจากภาพจำเดิมๆ
สะดวก ไว และไม่ต้องอดอาหาร
สิ่งที่จูงใจให้ฉันตัดสินใจนัดทันทีคือ “ไม่ต้องอดอาหาร” ทำให้จัดเวลาได้ง่ายมาก จะลางานครึ่งวันบ่ายมาตรวจก็ยังสะดวก ที่นี่สามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ และมีอีเมลยืนยันพร้อมคำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวส่งมาให้เรียบร้อย
NURA Bangkok เป็นอาคารแนวราบชั้นเดียว มีที่จอดรถอยู่ด้านหลัง สำหรับคนที่เคยวนหาที่จอดในโรงพยาบาลจนความดันแทบขึ้น นี่ถือเป็นเรื่องเล็กๆ ที่สร้างความสบายใจตั้งแต่ยังไม่เริ่มตรวจ
เมื่อเข้าไปถึง โถงต้อนรับกว้างขวาง เจ้าหน้าที่ดูแลแบบ 1:1 ตั้งแต่พาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ไปจนถึงเก็บตัวอย่างปัสสาวะ ส่วนตัวอย่างอุจจาระสามารถเลือกเก็บจากที่บ้านล่วงหน้าได้ โดยทางคลินิกจะจัดอุปกรณ์พร้อมคำแนะนำให้
จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาไปตามห้องตรวจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วัดน้ำหนัก ส่วนสูง เจาะเลือด ตรวจสายตา และตรวจการได้ยิน
อีกอย่างที่ชอบคือบรรยากาศภายในที่ค่อนข้างโปร่ง และมีพื้นที่สีเขียวให้มองเห็นผ่านกระจกบานใหญ่ระหว่างการตรวจ บอกตรงๆ ว่านี่อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่การเจาะเลือดไม่ได้ทำให้รู้สึกเกร็งมากนัก
เมื่อการตรวจไปไกลกว่าค่าพื้นฐาน
ไฮไลต์ที่ทำให้สนใจเป็นพิเศษคือการตรวจด้วย Ultra Low Dose CT Scan ซึ่งเป็นการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด้วยปริมาณรังสีต่ำ และเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในโปรแกรมตรวจสุขภาพของที่นี่
การตรวจสามารถประเมินอวัยวะและภาวะต่างๆ ได้หลายส่วน ตามรายละเอียดของโปรแกรม เช่น ปอด ตับ ไต ตับอ่อน การตรวจหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ และนิ่วในไต

สำหรับเรา จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ตรวจได้เยอะ” แต่คือการได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้น เพื่อนำไปพูดคุยกับแพทย์ต่อว่า มีอะไรที่ควรเฝ้าระวัง หรือต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไร
สำหรับเพื่อนผู้หญิง อีกหนึ่งขั้นตอนที่อยากบอกต่อคือการตรวจ Digital Mammogram ร่วมกับ Ultrasound เต้านม เพื่อช่วยคัดกรองความผิดปกติของเต้านม โดย Digital Mammography เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะ
ที่ผ่านมาเคยตรวจมาหลายแห่ง และสิ่งที่หลายคนน่าจะกังวลเหมือนกันคือ “จะเจ็บไหม?”
เครื่องที่ใช้ที่นี่เป็นรุ่นใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่อธิบายว่าออกแบบให้โค้งรับกับสรีระมากขึ้น สำหรับประสบการณ์ของฉัน ความรู้สึกขณะตรวจเจ็บน้อยกว่าที่เคยเจออย่างชัดเจน ใครที่กังวลเรื่องนี้ อันนี้เป็นอีกจุดที่น่าลองพิจารณา

สำหรับเรา จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ตรวจได้เยอะ” แต่คือการได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้น เพื่อดูว่ามี ความเสี่ยงหรือความผิดปกติที่ควรติดตาม รวมถึงสิ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งในระยะเริ่มต้นหรือไม่ แล้วนำผลไปพูดคุยกับแพทย์ต่อว่า มีอะไรที่ควรเฝ้าระวัง ตรวจเพิ่มเติม หรือต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไร
และสิ่งที่ประทับใจที่สุดอย่างหนึ่งคือ เวลาที่ใช้จริงไม่ถึง 60 นาที จากเวลาที่ประเมินไว้ประมาณ 120 นาที ไม่รวมเวลาพบแพทย์
สำหรับคนทำงาน นี่ถือว่าเป็นข้อดีมาก เพราะไม่จำเป็นต้องเสียเวลาครึ่งวันเต็มๆ กับการตรวจสุขภาพ
ลุ้นผลตรวจแบบไม่อึดอัด
หลังตรวจเสร็จกลับมานั่งรอพบแพทย์ ทางคลินิกมีชา กาแฟ และเบเกอรี่ชิ้นโตให้รองท้องระหว่างรอ
เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่รู้สึกว่านานกว่าปกติ เพราะใจจดจ่ออยู่กับคำถามว่า “แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง?”
ไม่นานก็ได้เข้าพบแพทย์
คุณหมอเปิดผลตรวจบนหน้าจอขนาดใหญ่ และค่อยๆ อธิบายทีละข้ออย่างละเอียดและใจเย็น หากค่าต่างๆ มีความเกี่ยวข้องกัน ก็จะนำมาอธิบายประกอบกันให้เห็นภาพรวม
ในกรณีของฉัน ซึ่งมีค่า LDL สูงและพบหินปูนในหลอดเลือด คุณหมอให้คำแนะนำทั้งเรื่องการปรับพฤติกรรม การเลือกรับประทานอาหาร รวมถึงแนะนำให้นำผลไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินแนวทางดูแลต่อไป
ส่วนนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกว่ามีประโยชน์มาก เพราะผลตรวจสุขภาพจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเรา “เข้าใจ” ว่าข้อมูลเหล่านั้นกำลังบอกอะไรเรา และหลังจากนั้นควรทำอะไรต่อ
เมื่อตรวจเสร็จ เราจะได้รับเล่มสรุปผลกลับบ้าน ซึ่งรวบรวมข้อมูลและภาพจากการตรวจเอาไว้ค่อนข้างละเอียด สามารถนำไปประกอบการปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมหรือ Second Opinion ได้ หรือเก็บไว้เป็นข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบกับผลตรวจในปีถัดไป
รู้ก่อน ไม่ได้แปลว่าต้องกังวลกว่าเดิม
คงยากที่จะหาใครที่มีร่างกายสมบูรณ์ 100% โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่สำหรับฉัน การ “รู้ก่อน” ยังดีกว่าการรอให้ร่างกายส่งสัญญาณแล้วค่อยเริ่มดูแล
การมีข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดขึ้นไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องกังวลกับทุกตัวเลข แต่ช่วยให้รู้ว่าตัวเองควรใส่ใจเรื่องไหน และมีอะไรที่ควรติดตามต่อ
ถ้าถามว่าปีหน้าจะกลับมาอีกไหม คำตอบคือ มาแน่นอน
เพราะอยากรู้เหมือนกันว่า เมื่อผ่านไปอีกหนึ่งปี ผลตรวจต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และสิ่งที่เราปรับเปลี่ยนในชีวิตประจำวันจะส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองมากน้อยแค่ไหน
สำหรับคนวัย 50+ การตรวจสุขภาพอาจไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างที่คิด และถ้ามีทางเลือกที่ช่วยให้การตรวจละเอียดขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และเข้าใจผลตรวจของตัวเองได้มากขึ้น ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราเริ่มดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่วันนี้
.....
NURA Bangkok
888 ถนน นนทรี ข่องนนทรี ยายนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ 02 056 6999
www.nurabangkok.com
***โปรโมชันวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม สอบถามได้ที่คลีนิก
#NuraHealthBKK #NuraBangkok #120Minutes #FUJIFILM #FujifilmThailand