HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ฤดูร้อนของ BURAMARIE “ข้าวแช่บุรามาลี” สำรับไทยในเมืองแห่งดอกไม้
by Dae Warunee
16 พ.ค. 2569, 14:30
  168 views

สยามพารากอน มักเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินสวนกันราวกับฉากหนึ่งในมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ทว่ามีร้านอาหารไทยชื่อ “BURAMARIE” ซ่อนตัวอยู่บนชั้น G คล้ายเรือนกระจกที่เก็บกลิ่นดอกไม้และความทรงจำเอาไว้เงียบๆ

 

 

“BURAMARIE” คืออีกแบรนด์ใหม่จาก iBerry Group ที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นเพียงร้านอาหารไทย แต่เป็น Thai Rice & Tea Room รูปแบบโรงน้ำชาที่เล่าเรื่องอาหารไทย ผ่านท่วงทำนองของดอกไม้ กลิ่นชา และความทรงจำในสำรับ

 

 

ชื่อ “บุรามาลี” เองก็โรแมนติกจนฟังเหมือนชื่อหญิงสาวในวรรณกรรมเก่า
“บุรา” หมายถึง เมือง
“มาลี” หมายถึง ดอกไม้

เมื่อสองคำรวมกัน จึงกลายเป็น “เมืองแห่งดอกไม้” เมืองที่ทุกกลิ่น ทุกรส และทุกจานอาหาร ถูกออกแบบให้ค่อยๆ ผลิบานบนโต๊ะตรงหน้า

ที่นี่จึงอบอวลด้วยกลิ่นหอมของอาหารไทย ความละเมียดละไมของโรงน้ำชา และความทรงจำในครัวบ้านไทยที่ถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น โดยยังเก็บหัวใจเดิมของรสชาติไว้ครบถ้วน

 

 

ทันทีที่เดินเข้าร้าน เราสังเกตเห็นแสงสีอุ่นสะท้อนบนชุดถ้วยชา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้แห้ง และผู้คนที่กำลังนั่งละเลียดมื้อกลางวันกันอย่างไม่รีบร้อน ราวกับเวลาข้างนอกถูกลดทอนความเร็วลงเล็กน้อย

 

“ข้าวแช่ร้านบุรามาลี” ฤดูร้อนในสำรับสีพาสเทล

 

“ข้าวแช่ร้านบุรามาลี” สำรับที่ออกแบบให้เราค่อยๆ ใช้เวลากับทุกอย่างทีละคำ เพื่อสัมผัสความหอม ความเย็น และจังหวะของรสชาติที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างนุ่มนวล เริ่มด้วยข้าวแช่อบควันเทียนในชามน้ำลอยดอกไม้ ดอกมะลิถูกวางอย่างประณีตเหนือผิวน้ำเย็น ราวกับกำลังมองสระน้ำเล็กๆ ขณะที่ความหอมของควันเทียนไม่ได้พุ่งตรงเข้ามา แต่ค่อยๆ ปรากฏตัวช้าๆ แบบคนมีมารยาท

 

เครื่องเคียงทั้ง 9 อย่าง ถูกจัดวางเหมือนเครื่องประดับ แต่ละชิ้นมีรสชาติและจังหวะของตัวเอง อาทิ ลูกกะปิย่าง คำที่ให้ความรู้สึกเหมือนเสียงต่ำลึกในบทเพลง กลิ่นปลาดุกย่างถ่านไฟอ่อนผสมกะปิ และกระชายอย่างกลมกล่อม

 

ลูกไข่เค็มจากไชยา ให้รสเค็มละมุน คล้ายความทรงจำเก่าๆ ที่ยังนุ่มอยู่ในใจ ส่วนหอมแดงสอดไส้ปลาช่อนคั่วกรอบ คือคำที่เราชอบที่สุด ด้วยความหวานของหอมแขกตัดกับเนื้อปลาอย่างพอดี

พริกหยวกห่อไส้หมู และกุ้งบะช่อห่อด้วยไข่ฟูบางเบาเหมือนผ้าไหม ขณะที่พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลาดุกฟูผัดพริกขิง กลับให้รสเข้มขึ้นมาอีกระดับ จนอยากตักข้าวแช่ตามทันที

ปลาสลิดครองแครง มิติกรุบกรอบเคล้าน้ำตาลมะพร้าวหอมพริกไทยอ่อนๆ ส่วนไชโป๊วผัดหวาน ก็มีความหอมคาราเมลเบาๆ จากการผัดอย่างช้าๆ จนเกิดเสน่ห์ที่เรียบง่ายแต่ยากจะลืม

เราว่านี่เป็นสำรับที่ไม่ได้พยายามทำให้ “ว้าว” ตั้งแต่คำแรก แต่กลับค่อยๆ ทำให้เราหลงรักทีละนิด…โดยไม่รู้ตัว

อาหารไทยโบราณ อารมณ์ร่วมสมัย

ด้วยความที่อยากกินหลายอย่าง มื้อนี้เราจึงไม่ได้จบแค่ “ข้าวแช่บุรามาลี” แต่มีสหายสายกินที่เตรียมท้องว่างๆ มาลิ้มรสอาหารของร้านนี้ เราเปิดต่อมรับรส (อีกครั้ง) ด้วย “ซ่าแตงโม” เมนูคล้ายยำ ที่สดชื่นราวกับลมเย็นๆ ในเดือนเมษายน รสหวานฉ่ำของแตงโมตัดกับความเปรี้ยวหวานของน้ำยำบางๆ อย่างพอดี

ข้าวยำน้ำบูดู รสชาติของภาคใต้ที่ถูกเล่าใหม่

จานต่อมาคือ “ข้าวยำน้ำบูดู” ที่เสิร์ฟมาอย่างสวยงามด้วยสีสันของสมุนไพรซอยละเอียดทำให้จานนี้ดูเหมือนสวนเล็กๆ บนจานเซรามิก เมื่อคลุกทุกอย่างเข้าด้วยกัน กลิ่นน้ำบูดูหอมขึ้นทันที รสชาติถูกบาลานซ์อย่างร่วมสมัย กินง่าย แต่ยังเก็บเสน่ห์ของอาหารใต้เอาไว้ครบ

นี่อาจเป็นสิ่งที่บุรามาลีทำได้ดีมาก นั่นคือการทำให้อาหารไทยยังเป็นไทยอยู่เต็มหัวใจ แต่เปิดประตูให้คนรุ่นใหม่หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

สะเต๊ะเนื้อ กลิ่นควันไฟที่ชวนให้ตกหลุมรัก

ส่วน “สะเต๊ะเนื้อ” เป็นอีกจานที่ทำให้โต๊ะเงียบลงชั่วคราว เนื้อย่างหอมควันไฟบางๆ มีความนุ่มและชุ่มฉ่ำ ซอสถั่วรสเข้มแต่ไม่หวานเกินไป กินคู่กับอาจาดแล้วทุกอย่างบาลานซ์กันอย่างน่าอัศจรรย์

 

ปลาหิมะราดซอสมะขาม จานร่วมสมัยกลิ่นอายไทยแท้

หนึ่งในจานที่สะท้อนคอนเซ็ปต์อาหารไทยร่วมสมัยในโรงน้ำชาได้ชัด น่าจะเป็น “ปลาหิมะราดซอสมะขาม” เนื้อปลาหิมะนุ่มละลายแทบจะทันทีที่สัมผัสลิ้น ขณะที่ซอสมะขามให้รสเปรี้ยวหวานอย่าง elegant ไม่จัดจ้านจนเกินไป เป็นจานที่ดูโมเดิร์น แต่ยังมีกลิ่นอายอาหารไทยแบบที่เราคุ้นเคยซ่อนอยู่ข้างในอย่างสวยงาม

 

 

มื้ออาหารที่บุรามาลีจะไม่สมบูรณ์เลย ถ้าไม่มีชาและของหวานปิดท้าย เสน่ห์ของร้านนี้อยู่ตรงที่ชาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทั้งหมด กลิ่นดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพรไทยถูกเบลนด์เข้าด้วยกันอย่างละเอียดอ่อน จนรู้สึกเหมือนกำลังดื่มฤดูกาลหนึ่งเข้าไปช้าๆ ส่วนของหวานก็มีความงดงามแบบไทยร่วมสมัย ทั้งหน้าตา รสสัมผัส และความหวานที่กำลังพอดี ไม่เร่งเร้า ไม่หนักจนเกินไป

คงเหมือนประโยคสุดท้ายของนิยายรักดีๆ ที่ไม่ได้จบแบบหวือหวา ทว่า ทำให้เราอยากย้อนกลับไปอ่านอีกครั้งแล้วครั้งเล่า...และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้บุรามาลี กลายเป็นร้านอาหารไทยที่มีเสน่ห์ที่สุดร้านหนึ่งในห้างหรูใจกลางเมืองเวลานี้

 

 

ตามมาพบกับพื้นที่ที่ชวนให้เรานั่งจิบชา ค่อยๆ ใช้เวลากับสำรับ และค้นพบว่าอาหารไทยนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียด ความอ่อนโยน และความโรแมนติก

... เหมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ บาน
… เหมือนกลิ่นชาอุ่นๆ ที่ติดอยู่ปลายลมหายใจ
…และเหมือนบางความทรงจำ ที่ยิ่งผ่านเวลา กลับยิ่งหอมหวลขึ้น

ร้าน BURAMARIE Thai Rice & Tea Room สาขา Siam Paragon อยู่ที่ชั้น G สอบถามโทร. 094-666-8908 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ BuraMarie

 

ABOUT THE AUTHOR
Dae Warunee

Dae Warunee

นักกฎหมายที่หยั่งรากบนเส้นทางสายนักเขียน เซียนเรื่องกินเที่ยว หวังเก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์

ALL POSTS