HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ทีเส็บ เปิดแนวรบใหม่ ปรับตัวอย่างไรให้รอดท่ามกลางภูมิทัศน์ไมซ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
by L. Patt
9 ก.พ. 2569, 13:11
  83 views

วันนี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ พฤติกรรมของธุรกิจ ผู้จัดงาน เทคโนโลยี ตลอดจนความคาดหวังของผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ทีเส็บ (TCEB) ต้องปรับวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และกระบวนการทำงาน รวมไปถึงการกำหนดนิยามใหม่ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มไมซ์ไทยให้เป็นมากกว่าการจัดอีเวนต์

ร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ นำทีมผู้บริหารเปิดเวทีนำเสนอแผนเชิงกลยุทธ์ ปี 2569 พร้อมข้อมูลเชิงลึก ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ไทยกว่า 200 คนจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการทรานส์ฟอร์มการจัดงานไมซ์ ภายใต้เป้าหมายใหม่ที่ต้องการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นเกตเวย์ที่น่าเชื่อถือ (Trusted Gateway) ของโลกและเอเชีย โดยขับเคลื่อนไมซ์ไปสู่อีเวนต์ที่สร้างผลกระทบสูง เปลี่ยนจาก “เดสติเนชัน” เป็นการส่งมอบประสบการณ์ที่ยั่งยืน

 

ภูมิทัศน์ของไมซ์ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

เดิมไมซ์ถูกมองเป็นแพลตฟอร์ม B2B ที่เชื่อมโยงระหว่างองค์กรกับองค์กร ผู้จัดงานกับบริษัท ผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่วันนี้แพลตฟอร์มดิจิทัล รวมทั้งอีคอมเมิร์ซ ทำให้ผู้ผลิตสามารถติดต่อโดยตรงกับลูกค้าได้ ฉะนั้นคนกลางจะถูกลดบทบาทลง ทำให้ผู้ร่วมงานเป็นคนที่ตัดสินใจได้โดยตรง ไมซ์จึงไม่ใช่แค่ B2B อีกต่อไป แต่จะต้องออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ผู้จัดงานจะต้องหันมาเน้นการสร้างประสบการณ์กับผู้ร่วมงานโดยตรง โดยเฉพาะงานแสดงสินค้า

ผู้จัดงานไมซ์ไม่ได้แข่งขันเฉพาะคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมไมซ์เท่านั้น แต่มีการแข่งขันข้ามอุตสาหกรรม โดยมีผู้เล่นใหม่เข้ามา โดยเฉพาะกลุ่ม Creator Economy เช่น แพลตฟอร์มดิจิทัล อินฟลูเอนเซอร์ และมีเดีย ที่มาเป็นออร์แกไนเซอร์งานด้วย

ความเชี่ยวชาญและข้อมูลจะมีความสำคัญมาก ใครที่มีข้อมูล คนนั้นมีอำนาจ ใครที่มีความเชี่ยวชาญ คนนั้นมีความได้เปรียบ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความน่าเชื่อถือ” เพราะไมซ์เป็นพื้นที่สำหรับการสร้างความน่าเชื่อถือ ไมซ์ต้องขับเคลื่อนโดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านดาต้าและความไว้วางใจ ไมซ์ที่ไม่มีข้อมูล คือ ไมซ์ที่ไม่มีอำนาจการต่อรอง ไมซ์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจะถูกแทนที่ได้ง่าย เพราะฉะนั้น ไมซ์กำลังเข้าสู่ Niche Economy ไม่ใช่ Mass อีกต่อไปแล้ว ออร์แกไนเซอร์ต้องมีความลึกทั้งในเรื่องคอนเทนต์ การสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมไปถึงการมองหาลูกค้าที่เฉพาะเจาะจง

ในขณะที่คอนเทนต์บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง หรือแม้แต่ตัวตนที่ถูกสร้างด้วย AI ทำให้เราไม่รู้เลยว่าอะไรจริงหรือไม่จริง ส่งผลให้มนุษย์โหยหาของจริง ซึ่งแพลตฟอร์มไมซ์ทำให้คนได้มาเจอกัน และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ในแต่ละอุตสาหกรรม ที่สำคัญคือสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นได้

สุดท้าย เหนือสิ่งอื่นใดคือ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เรื่องซีเอสอาร์ หรือเรื่องการสร้างแบรนด์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็น “ข้อกำหนด” โดยเฉพาะจากลูกค้าระดับโลก ในอนาคต งานไมซ์ที่ไม่ได้ทำเรื่องความยั่งยืนก็จะไม่ได้รับอนุมัติ ดังนั้น ความยั่งยืนคือเงื่อนไขของความอยู่รอด

 

ลูกค้ามองไทยเป็นแบบไหน?

ทีเส็บได้ทำ Brand Health Check โดยสำรวจความคิดเห็นจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ 568 ราย ซึ่งมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ คือ

  • เลิกพูดว่า “ไมซ์คือการท่องเที่ยว” เพราะมีความแตกต่างกัน
  • เลิกเล่าเรื่อง “จุดหมายปลายทาง” (Destination) เพราะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย โปรโมตได้ดีอยู่แล้วจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ควรหันมาโฟกัสอุตสาหกรรมเป้าหมาย พูดเรื่องธุรกิจ คน และโลก
  • เลิกเอาทุกอย่างมารวมกันแล้วบอกว่าเก่งและดีหมดทุกอย่าง ควรชูสิ่งที่เป็นจุดแข็งของไทยและมีศักยภาพในการแข่งขันได้ อย่าตามเทรนด์โลก เพราะบางอย่างไทยก็ไม่สามารถแข่งขันได้
  • มีการสื่อสารมากเกินไปและไม่ชัดเจน ควรใช้มีเดียที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงแพลตฟอร์ม KOL
  • สื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักเดินทางยังน้อย

 

5 พรมแดนแห่งอนาคต (Future Frontiers)

ดร.ศุภวรรณ บอกว่า ไมซ์คือกลไกที่จะสร้าง frontier ให้เกิดขึ้นจริง โดยการสร้างเครือข่าย ทั้งนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังนั้น ไมซ์จึงไม่ใช่แค่การจัดงานหรือจัดกิจกรรม แต่จะเป็นตัวขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ

สำหรับ 5 พรมแดนแห่งอนาคต ได้แก่

  • อาหาร (Food Value Chain & Innovation) ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่จะซัพพลายให้กับประชากรโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และจะเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร
  • อุตสาหกรรมดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน AI (Digital & AI Foundation) ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ในการสร้างฐานความสามารถในการแข่งขัน
  • Wisdom and Longevity ว่าจะขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มในประเทศไทยให้ได้มากที่สุดอย่างไร
  • Advanced & Sustainable Manufacturing อุตสาหกรรมต่าง ๆ ในนิคมอุตสาหกรรมจะต้องได้รับการปรับเปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดังนั้น การผลิตอัจฉริยะขั้นสูง สมาร์ตแมนูแฟกเจอริง และกรีนแมนูแฟกเจอริง จะเป็นส่วนสำคัญที่ต้องเข้ามาในประเทศไทย
  • เศรษฐกิจชีวภาพ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Bioeconomy & Life Science)

 

กลยุทธ์ดึงไมซ์ต่างประเทศ

จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า ภายใต้โจทย์ใหญ่ที่ต้องปรับเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมไมซ์ เศรษฐกิจประเทศ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทีเส็บได้วางกลยุทธ์ 4R เพื่อขับเคลื่อนตลาดไมซ์ต่างประเทศ

  • Redefine เลือกเจาะไปในอุตสาหกรรมที่เราเก่งและแข็งแรง ไม่ใช่หว่านไปทุกอุตสาหกรรม มองหางานที่สเกลได้ ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มขนาดงานอย่างเดียว แต่อาจเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ หรือขยายไปจัดงานในต่างจังหวัด เพื่อให้เกิดการกระจายองค์ความรู้และกระจายงาน
    ในส่วนการจัดงานแสดงสินค้า ทีเส็บจะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น global connector มาเป็น strategic partner กับผู้จัดงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่า ทีเส็บจะเป็นเพื่อนคู่คิด มองหาเป้าหมายร่วมกัน และทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 3 ปี
  • Regenerative เป็นการออกแบบการทำงานไมซ์ให้สร้างคุณค่าและวัดผลได้ ต้องขยายอีโคซิสเต็มของทีเส็บ โดยนำ ESG (Environment, Social, Governance) มาดีไซน์เป็นเป้าหมายการจัดงาน ซึ่งนอกจากการสร้างรายได้แล้ว ยังต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น การจะปรับเปลี่ยนไปสู่จุดหมายปลายทางไมซ์ที่มีมูลค่าสูง ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ใช้ไมซ์เป็นเครื่องมือสร้างเมือง สร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน เชื่อมโยงกับชุมชน และทำให้ชุมชนเห็นว่า การที่มีงานไมซ์มาจัดในพื้นที่ เขาจะได้อะไรจากงานบ้าง
  • Reimagine คือการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ต้องทำให้เกิด Legacy ทุกงานที่มาจัดในประเทศไทย โดยทีเส็บจะทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและผู้จัดงาน เพื่อออกแบบงานให้เป็น journey สำหรับผู้เข้าร่วมงาน
  • Revolutionize ซึ่งถือเป็น backbone ของทั้งหมด ต้องนำข้อมูลเชิงลึก (intelligence data) มาใช้ในการหาเป้าหมาย ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และวัดผลเชิงประจักษ์ได้

ปีนี้ ทีเส็บตั้งเป้าว่าจะมีนักเดินทางไมซ์ต่างประเทศ 1.2 ล้านคน สร้างรายได้ 71,000 ล้านบาท

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS