หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่ ภาคต่อของร้านดังจากบรรทัดทอง สู่ขุมทองความอร่อยบนพารากอน
“หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่” สตรีทฟู้ดพรีเมียมที่สายกินต้องจำ…ย้ำว่าต้องจำ!! นี่เป็นครั้งแรกที่ HappeningBKK มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติอาหารของร้าน “หลุยส์วาณิชย์” ร้านที่หลายคนคุ้นหูคุ้นตาเพราะฮอตติดลมบนในโซเชียลทุกแพลตฟอร์ม
เราเคยเดินผ่านร้านหลุยส์วาณิชย์ ที่บรรทัดทอง ในตอนที่ไม่รู้จักชื่อ แค่เห็นหน้าร้านก็ตกใจ...ทำไมคนยอมต่อคิว วัยรุ่นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่นั่งคอยยืนคอย ตอนนั้นก็แอบคิดว่า “ต้องมาสักครั้ง” แต่ผ่านไปเกือบปี ก็ไม่มีโอกาส ล่าสุด พอเค้าประกาศว่า “ขึ้นห้าง” ความตื่นเต้นก็วิ่งเข้าหา เพราะเป็นคนที่เข้าห้างบ่อย (ไปทำงาน) และที่เคยบอก “ต้องมาสักครั้ง” มันคือครั้งนี้นี่แหละ
เรามาช่วงบ่าย เพราะคิดว่าติดเที่ยงคนต้องแน่น และก็เป็นตามคาด แต่รอคิวไม่นานก็ได้โต๊ะนั่ง เปิดเมนูดูก็เริ่มทึ่ง!! เพราะเค้าทำถึงมาก มีเมนูอาหารให้เลือกเพียบ แถมวัตถุดิบคือคัดเกรดพรีเมียม เลือกใช้ของดีที่สุด...เพื่อจานอาหารที่ดีที่สุด
รสชาติขยับเลเวล เมื่อ “หลุยส์วาณิชย์” ขึ้นห้าง “พารากอน”
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าร้านเล็กจากบรรทัดทอง จะกลายมาเป็นขุมทองความอร่อยแบบพรีเมียม พร้อมการเติบโตแบบก้าวกระโดด เริ่มจากชื่อที่เลือกใช้ “หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่” บนชั้น 4 พารากอน ที่เพิ่งประเดิมเสิร์ฟอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
สำหรับใครที่ผูกพันกับหลุยส์วาณิชย์จากบรรทัดทอง ร้านเล็กที่คนต่อคิวยาวแทบทุกวัน จะรู้ดีว่าอาหารที่นี่ไม่ใช่แค่ “อร่อย” แต่คือรสชาติของความทรงจำ ความง่ายที่ไม่ธรรมดา และความตั้งใจในทุกจานที่ทำให้แขกหลายคนรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในวัยเด็ก
การก้าวขึ้นห้างครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่คือการยกระดับคุณภาพ วัตถุดิบ และประสบการณ์ทั้งหมดให้กลมกล่อมขึ้น…โดยยังคงหัวใจเดิมเอาไว้ครบถ้วน
บรรยากาศอบอุ่นขึ้น พิเศษขึ้นอีกขั้น
หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่ เลือกใช้โทนอบอุ่นและสนุกสนานเป็นคาแรกเตอร์หลัก การตกแต่งแทรกด้วยของเล่นและของใช้ในวัยเด็ก ตั้งแต่ของสะสมยุค 90 ไปจนถึงพร็อพที่ชวนยิ้ม เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ร้านมีมิติ ทั้งชิคและชวนคิดถึงในเวลาเดียวกัน
พื้นที่ร้านเปิดโล่ง สบายตา แต่ยังอบอุ่นพอให้รู้สึกเหมือนมาทานที่บ้านเพื่อนสนิท ไม่ใช่ร้านบนห้างที่ดูห่างเหินแบบที่หลายคนคุ้นเคย
เมนูเด่น ความเรียบง่ายที่พิถีพิถันกว่าที่เห็น
หัวใจของหลุยส์วาณิชย์คือ “อาหารที่ทำด้วยความตั้งใจ” และทุกจานสะท้อนสิ่งนั้นอย่างตรงไปตรงมา วัตถุดิบถูกยกระดับขึ้น นำของสดใหม่กว่าที่เคย โดยเฉพาะซีฟู้ดและเนื้อ เพื่อให้เหมาะกับฐานลูกค้าในเมือง และมาตรฐานของศูนย์การค้าระดับพรีเมียม
กุ้งแช่น้ำปลาแซ่บ เปิดมื้อด้วยความสดที่ไม่ปรานีใคร กุ้งสดเนื้อเด้งเรียงตัวสวย หอมมะนาวและพริกขี้หนูจี้ดๆ เป็นจานที่ “ปลุกสัญชาตญาณนักกิน” ได้ทันที
ไข่หมึกยักษ์ทอดน้ำปลา ซิกเนเจอร์ที่เรียกเสียงว้าว วัตถุดิบที่ไม่ค่อยเห็นในร้านทั่วไป ไข่หมึกยักษ์ชิ้นเบิ้มทอดให้กรอบนอก ละมุนใน ราดน้ำปลาเคี่ยวจนหอมหวานกำลังดี เสิร์ฟคู่ซีฟู้ดสูตรจัดจ้าน เหมือนเป็นประกาศว่า “หลุยส์วาณิชย์ขึ้นห้างแล้วนะ แต่ยังสนุกเหมือนเดิม”
เนื้อทอดซอสน้ำมันกระเทียม จานที่สง่างามขึ้นด้วยเนื้อแบล็กแองกัส เมนูขายดีจากบรรทัดทองถูกดึงให้พรีเมียมขึ้นด้วยเนื้อออสเตรเลียนแบล็กแองกัส ด้านนอกหอมกระเทียม แต่เนื้อยังฉ่ำกลางคำ เคล้ากลิ่นน้ำมันกระเทียมเป็นเอกลักษณ์ที่หลายคนคิดถึง
ตับหมูนุ่มกระเทียม เมนูบ้านๆ ที่ทำออกมา “ดีเกินบ้าน” กับตับหมูชิ้นโต สัมผัสนุ่ม ผัดมากับกลิ่นกระเทียมหอมกำลังดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วเข้าใจทันทีว่าทำไมเมนูง่ายๆ จึงครองใจคนได้เสมอ
หมึกผัดน้ำดำ เสน่ห์ใต้ที่กลมกล่อมจริงจัง ทางร้านใช้หมึกสดหวานตามธรรมชาติ ผัดกับน้ำดำเข้มข้นสูตรภาคใต้ หอม มัน เค็มหวานพอดี เป็นเมนูที่คออาหารใต้ไม่ควรพลาด
ข้าวเนื้อปลากะพงผัดพริกเกลือ กับไข่เป็ดดาวเยิ้มๆ เมนูจานเดี่ยวที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มด้วยเท็กซ์เจอร์ ปลากะพงชิ้นใหญ่ ผัดหอมพริกเกลือจนได้กลิ่นโดดเด่น กินพร้อมไข่เป็ดดาวเยิ้มๆ เป็นความฟินที่เกินหน้าตา
เมนูอื่นที่หลายคนตกหลุมรัก อาทิ ผัดวุ้นเส้นสามเหม็น ครบทุกรสแบบภาคใต้แท้ๆ ทั้งสะตอ ชะอม กระเทียมโทนดอง ผัดกับกุ้งตัวใหญ่ วุ้นเส้นเหนียวนุ่ม รสชาติชูวัตถุดิบแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ต้มเกี่ยมบ๊วยหมูสับ หมูสับปลาเค็มทอด ผัดมาม่าหอยเชลล์ เต้าหู้ผัดพริกเกลือ ข้าวผัดเกลือ ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มอย่าง น้ำวุ้นใบเตยหอมเบาๆ น้ำลำไยหวานกำลังดี และน้ำกระเจี๊ยบสีแดงสดชื่น
บทสรุป “หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่” สตรีทฟู้ดที่โตขึ้นอย่างงดงาม
ร้านนี้คือหลักฐานว่า “การยกระดับ” ไม่จำเป็นต้องละทิ้งความเป็นตัวเอง หลุยส์วาณิชย์ นำเสนอสตรีทฟู้ดในรูปแบบที่พรีเมียมขึ้น แต่ยังเต็มไปด้วยความจริงใจ วัตถุดิบดีขึ้น บรรยากาศดีขึ้น แต่รสชาติยังคงเป็นรสที่ทำให้คนคิดถึงวันเก่าๆ
นี่คือร้านที่เหมาะทั้งกับคนที่เคยเป็นแฟนร้านบรรทัดทอง และคนที่กำลังมองหาความอร่อยแบบไทยแท้ที่ละเมียดกว่าเดิม
ตามมาเช็กอินให้ฟินแบบเราได้ทุกวัน ตั้งแต่ 10.00–22.00 น. ที่ชั้น 4 (Eatelier) สยามพารากอน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB: หลุยส์วาณิชย์