5 เรื่องต้องรู้ เกี่ยวกับ Heat Stroke รับมือหน้าร้อนที่ไม่ค่อยจะน่ารัก
เข้าใจภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด สังเกตอาการเตือนก่อนและขณะเป็น การปฐมพยาบาล และวิธีป้องกันก่อนสาย
เรื่องแรกที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Heat Strok
1 ภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด คืออะไร?
โรคลมแดด เป็นเรื่องใกล้ตัวคนไทยในช่วงฤดูร้อน โดยกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอุณหภูมิสูงที่สุดในฤดูร้อนปี 2024 จะอยู่ราวที่ 43.0-44.5 องศาเซลเซียส ทำให้เราต้องเฝ้าระวังภาวะลมแดด โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางแจ้ง นักกีฬา ทหาร คนที่ออกกําลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากในสภาพอากาศร้อนชื้นและดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้นมาก การถ่ายเทของอากาศไม่ดี จะทำให้อุณหภูมิร่างกายของเราเพิ่มสูงขึ้นจนอาจเป็นลมแดดได้ กลุ่มเสี่ยงภาวะนี้คือ ทารก เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคลมแดดแม้ว่าจะไม่ได้ทํากิจกรรมที่ใช้แรงก็ตาม
ทั้งนี้ อันตรายของโรคลมแดดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจนําไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อวัยวะภายในได้รับความเสียหายหรือล้มเหลว หรือแม้กระทั่งทำให้เสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาล การวินิจฉัย และรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที

2 อาการเตือน “ฮีทสโตรก”
อาการก่อนเป็นฮีทสโตรก สังเกตได้จาก
- วิงเวียนศีรษะ มึนงง
- หัวใจเต้นเร็วแต่เบา หายใจเร็วกว่าปกติ
- คลื่นไส้ อาเจียน (บางคน)
- กระหายน้ำมาก
- หน้าแดง ตัวร้อนจัด และเหงื่อออกมาก
เมื่อรู้อาการร่างกายว่าเรากำลังเป็นฮีทสโตรก สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หยุดทำกิจกรรมทุกอย่างแล้วเข้าที่ร่มทันที จากนั้นทำร่างกายให้เย็นด้วยการเปิดพัดลม แต่กรณีเข้าห้องที่มีแอร์ ให้เปิดพัดลมร่วมด้วย ขณะเดียวกันให้จิบน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาบ่อยๆ แต่ไม่ควรดื่มรวดเดียว และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเข็ดตามด้วยการเช็ดย้อนรูขุมขน
3 เมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะฮีทสโตรก อาการจะมีดังนี้
- อุณหภูมิในร่างกายจะค่อย ๆ สูงขึ้นจนถึงระดับ 40 องศาเซลเซียส
- ผิวหนังจะเริ่มแห้ง แดงและร้อนจัด
- รูขุมขนจะปิดทันที จนไม่สามารถระบายเหงื่อและความร้อนได้
- เกิดอาการตะคริว กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหรือเกร็ง
- เริ่มไม่มีแรง หน้ามืด อ่อนเพลีย
- ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
- ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
- เป็นลม หมดสติ
- ฮีทสโตรกเป็นอันตรายอย่างมากกับผู้ที่มีภาวะโรคไต หรือไตวาย
ทั้งนี้ คนรอบข้างหรือใกล้ชิด สามารถสังเกตอาการของคนที่เริ่มจะมีอาการฮีทสโตรก โดยจะเริ่มมีอาการหงุดหงิดจากความร้อน พูดจาสับสนไม่รู้เรื่อง และมีอาการมึนงง
4 การปฐมพยาบาลฮีทสโตรก ทำยังไง?
- รีบนำเข้าที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทสะดวก อาจเปิดพัดลมหรือใช้พัดช่วย เพื่อพัดให้เกิดความเย็น
- ให้นอนราบ ยกเท้าสูงสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
- หากผู้ป่วยอาเจียน ให้นอนตะแคงจนหายจากอาเจียนแล้วค่อยนอนหงาย
- คลายเสื้อให้หลวม เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดา ด้วยการเช็ดย้อนรูขุมขน
- ให้ดื่มน้ำหรือเกลือแร่
- ในระหว่างปฐมพยาบาลข้อที่ 1-5 ให้คนอื่นติดต่อรถพยาบาลหรือโทร 1669 เพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
5 วิธีป้องกันฮีทสโตรก มีวิธีอะไรบ้าง?
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีอากาศร้อนจัด
- จิบน้ำบ่อย ๆ หรือดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในวันที่อากาศร้อน
- สวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดี และป้องกันแสงแดดได้
- หากออกกำลังกาย ต้องดื่มน้ำให้เยอะ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่เสี่ยงต่อการขาดน้ำ เช่น กาแฟ และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- อย่าให้เด็กและผู้สูงอายุอยู่ในรถยนต์ที่ปิดสนิทตามลำพัง
