HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เติมความสดชื่นให้กับร่างกายอย่างไร ภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัด!!
by Dae Warunee
27 พ.ค. 2567, 15:43
  194 views

'ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะวิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัด

สภาวะโลกร้อนในปัจจุบันส่งผลให้อุณภูมิของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส หากร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ จนทำให้มีความร้อนสะสมสูงจนเกินไป อาจทำให้เป็นโรคที่มาจากความร้อนชนิดต่างๆ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด (Heat Stroke) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล แนะ “วิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัด” กับผลิตภัณฑ์ Time to Refresh, Eastern Orchard Essential Oil และEastern Orchard Aromatherapy Shower Gel พร้อมเชิญชวนเหล่าเซเลบริตี้ร่วมเผยวิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายเมื่อเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด อาทิ คุณภาสิริ ตั้งคารวคุณ, คุณธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และคุณกมลพร วงศ์รักมิตร

แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล
​​​​​​

แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล แนะวิธีดูแลสุขภาพและเติมความสดชื่นให้กับร่างกายภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัดว่า “ช่วงสภาพอากาศที่ร้อนจัดแบบนี้ แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อสุขภาพของเราทั้งภายในและภายนอก ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายร่างกาย อารมณ์แปรปวนหงุดหงิดง่าย ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียไม่สดชื่น และสามารถก่อให้เกิดโรคลมแดด (Heat Stroke) โดยเฉพาะคนที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน หากร่างกายมีอุณหภูมิสะสมสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และอวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลวจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ โรคลมแดด (Heat Stroke) สามารถแบ่งตามสาเหตุทีเกิดได้ 2 ประเภท คือ

·      โรคลมแดดที่ไม่ได้เกิดจากการใช้กำลังกายหนัก (Classic Heat Stroke or Non–exertional Heat Stroke) เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงนานเกินไป ส่วนมากมักพบในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศร้อนและการขาดน้ำ (Dehydration) ได้ รวมถึงผู้ที่มีการใช้ยารักษาโรคบางชนิดที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ หรือทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นได้อย่างเต็มที่ เช่น ยากลุ่มกระตุ้นการหดตัวของหลอดเลือด (Vasoconstrictors) ยาลดความดันหรือรักษาโรคหัวใจ (Beta – Blockers) ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) และยาทางจิตเวชบางกลุ่ม (Antidepressants, Antipsychotics และ Psychostimulants) หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

·    โรคลมแดดที่เกิดจากการใช้กำลังกายหนัก (Exertional Heat Stroke) เกิดจากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจากการทำงานหรือการออกกำลังกายอย่างหนักในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง มักเกิดกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน รวมถึงการสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาและมากเกินไป จนเหงื่อระเหยและระบายความร้อนได้ยาก มักเกิดร่วมกับสภาวะร่างกายขาดน้ำ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 อาการของโรคลมแดดที่อาจสังเกตหรือตรวจเช็คได้ด้วยตนเอง คือ อุณหภูมิร่างกายจะสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ได้แก่ ลุกลี้ลุกลน พูดช้า สับสน ชัก เพ้อ หมดสติ ต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติ ตัวอย่างเช่น การอยู่ในสถานที่ร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังและหน้าเปลี่ยนเป็นสีออกแดง เหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ รวมถึงมีอาการปวดศีรษะ บางรายมีปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ โรคลมแดดหากปล่อยทิ้งไว้ให้มีอาการโดยที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกได้มากกว่า 2 ชั่วโมง จะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่ออวัยวะภายใน อาทิ หัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ โดยหากได้รับการรักษาล่าช้าก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

กลุ่มเสี่ยงที่มักเกิดอาการโรคลมแดด (Heat Stroke) เมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด

·      เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ช้า ไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่าย

·      ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินค่ามาตรฐานหรือมีภาวะเป็นโรคอ้วน

·      ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน เช่น ออกกำลังกาย นักกีฬา  เกษตรกร เป็นต้น

·      ผู้ที่ทำงานออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานแล้วออกมาเจอกับอากาศร้อนจัด จนร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับสภาพอากาศได้ทัน

·    ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าคนปกติ และในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนอาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้

·    ผู้ที่ตั้งครรภ์ โดยจะมีความเสี่ยงและมีโอกาสเกิดอาการเป็นลมแดดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หากอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัด จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูง ทำให้ร่างกายขับเหงื่อมากกว่าปกติ จนเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดข้น และกระตุ้นให้การหลั่งฮอร์โมนอ็อกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งส่งผลต่อการคลอดก่อนกำหนดได้

ส่วนวิธีดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่สภาวะอากาศที่ร้อนจัด เพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดด สามารถปฏิบัติดังนี้

·    ดื่มน้ำหรือจิบน้ำในระหว่างวันให้มากๆ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้รู้สึกกระหาย เพื่อชดเชยเหงื่อที่ถูกขับออกมาตามผิวหนัง ช่วยในการระบายความร้อนให้กับร่างกาย และป้องกันการเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ

·    ลดอุณหภูมิของร่างกายด้วยการอาบน้ำที่อุณภูมิปกติ (ประมาณ 32 องศาเซลเซียส) เนื่องจากน้ำเป็นตัวกลางนำความร้อนที่ดีในการช่วยลดความร้อนให้กับร่างกาย โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential oil) เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย (Aromatherapy)

·    ระหว่างวันสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเย็นที่ผสมน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) หรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมพ่นละอองน้ำ เพื่อช่วยระบายความร้อน

·    หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือต้องการความสดชื่นในระหว่างวัน สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการให้ความสดชื่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) ได้

·    หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้น้ำในร่างกายถูกขจัดออกได้มากกว่าปกติ แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ที่ไม่ผสมน้ำตาลแทน เพราะน้ำผลไม้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย แต่ยังให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ในระหว่างที่ร่างกายเสียเหงื่อได้ด้วย

·    สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ อาทิ ผ้าลินินหรือผ้าฝ้าย ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีดำ เพราะสีดำจะดูดความร้อนได้มากกว่าสีอื่นๆ รวมถึงไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เพราะทำให้การระบายเหงื่อได้ไม่ดี”

ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลก และเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม 74 สาขา ใน 16 ประเทศ รวมถึงสปาอีก 19 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป

การใช้ประโยชน์จากกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) เป็นศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) เพื่อสร้างความผ่อนคลาย ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 6,000 ปี ตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน และอียิปต์ มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหย นอกจากจะช่วยเรื่องการนอนหลับแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างสมาธิในการทำงาน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายโดยสามารถเลือกเปลี่ยนกลิ่นได้ตามอารมณ์ความต้องการ รวมถึงใช้มอบเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษได้อีกด้วย

เมื่อร่างกายได้รับกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential oil) กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่

·      Dopamine (โดพามีน)              สร้างความพึงพอใจ รักใคร่ และความยินดี

·      Endorphin (เอ็นโดฟิน)            คลายความเครียด และความวิตกกังวล

·      Enkephalin (เอนเคฟาลีน)         ลดความเจ็บปวด ส่งเสริมให้มีอารมณ์ดี

·      Serotonin (เซโรโทนิน)              ช่วยให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลาย

นอกจากนี้กลิ่นยังส่งผลต่อสมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส” (Hypothalamus) ควบคุมสารเคมีและฮอร์โมนเพศ สมองส่วน Frontal Lobe ควบคุมความตั้งใจ สมาธิและความจำ รวมทั้ง Reticular System ช่วยผสมผสานการทำงานของร่างกายและจิตใจ กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติไม่เพียงสร้างความพึงพอใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงคุณค่าในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและอารมณ์ตามคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด อ้างอิงตามหลักการของกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) การใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างความผ่อนคลาย ปรับสมดุลอารมณ์และความรู้สึก สามารถใช้ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลากหลายรูปแบบ อาทิ

·      Time to Refresh ขนาด 15 g. ราคา 500 บาท ผลิตภัณฑ์สำหรับเติมความสดชื่นระหว่างวันด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 8 ชนิด อาทิ Menthol, Eucalyptus, Peppermint, Lemon Peel Oil, Rosemary, Clove, Black Pepper และ Nutmeg เนื้อบางเบา สูตรเย็น มอบคุณค่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วย Organic Shea Butter, Organic Cocoa Butter, Organic Jojoba Oil และ Organic Argan Oil

·      Eastern Orchard Essential Oil ขนาด 10 ml. ราคา 990 บาท และขนาด 50 ml. ราคา 2,050 บาท กลิ่นหอมที่ได้แรงบัลดาลใจจากกลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้ เปี่ยมความสดชื่นรื่นรมย์ด้วยส่วนผสมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ อาทิ Japanese Yuzu และ Lemon ผสานกลิ่นหอม ของดอก Brazilian Neroli และ Jasmine มอบความรู้สึกมีชีวิตชีวาในทุกประสาทสัมผัส สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง Electric Aroma Diffuser สำหรับรังสรรค์บรรยากาศความหอมภายในบ้านได้อย่างมีรสนิยม

·    Eastern Orchard Aromatherapy Shower Gel ขนาด 320 ml ราคา 650 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว เพื่อผิวสะอาดนุ่มอย่างมีสุขภาพดี ช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว อุดมไปด้วยวิตามินอีใน Rice Bran Oil ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนซ์ทรงประสิทธิภาพ Organic Grape Seed Oil เพิ่มความกระจ่างใสของผิว Organic Argan Oil มอบความชุ่มชื้นแก่ผิวและป้องกันการระคายเคือง พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นรื่นรมณ์จากส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ อาทิ Japanese Yuzu, Brazilian Neroli, Jasmine และ Lemon

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพและวิธีเติมความสดชื่นให้ร่างกายตนเองในสภาวะอากาศร้อนจัด เริ่มที่ คุณไนล-ภาสิริ ตั้งคารวคุณ เล่าว่า “ไนลเป็นคนที่ไม่ชอบสภาพอากาศร้อน เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ ยิ่งช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อนจัดก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โดยจะพกน้ำดื่มและจิบตลอดทั้งวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากจนเกินไป (Dehydrated) และน้ำยังช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกายของเราด้วย หากวันไหนที่ต้องออกไปเผชิญอากาศร้อนจัดข้างนอก เมื่อกลับถึงบ้านไนลก็จะอาบน้ำทันที เพื่อทำให้ร่างกายสดชื่นด้วย Eastern Orchard Aromatherapy Shower Gel เป็นประจำ ที่ชอบตัวนี้เพราะกลิ่นหอมสดชื่นจากส่วนผสมของ Japanese Yuzu และ Lemon ผสานกลิ่นหอมของดอก Brazilian Neroli และ Jasmine ทำให้ความรู้สึกสดชื่นมากๆ ทุกครั้งหลังการอาบน้ำค่ะ”

ต่อมา คุณเอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า “ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดแบบนี้ เอยจะมีการเตรียมตัวก่อนที่ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างระมัดระวัง โดยจะเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งๆ สวมใส่สบาย ไม่หนา และในระหว่างวันจะพยายามดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้อาจทำให้เราเป็นลมแดดหรือ Heat Stroke ได้ ดังนั้นเอยจึงต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพและสังเกตอาการของตัวเอง โดยในระหว่างวันหากรู้สึกว่าร่างกายมีอุณหภูมิสูงจนเกินไปก็จะหาผ้าชุบน้ำเย็นที่ผสม Eastern Orchard Essential Oil มาเช็ดตามตัว นอกจากเป็นการลดอุณหภูมิแล้วกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติยังช่วยคืนความสดชื่นให้กับเอยได้เป็นอย่างดี  ส่วนที่บ้านและที่ทำงานเอยก็จะสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมสดชื่นด้วย Eastern Orchard Essential Oil ซึ่งใช้งานร่วมกับเครื่องกระจายกลิ่นหอม Electric Aroma Diffuser เพราะถือว่าเป็นการชาร์จพลังให้กับตัวเอง ทำให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นตลอดวันได้เป็นอย่างดี”

ปิดท้ายที่ คุณหมิว-กมลพร วงศ์รักมิตร เล่าว่า “ช่วงนี้หมิวเองกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง จึงต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ยิ่งในช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้ ทำให้คนท้องเสี่ยงต่อการเกิดอาการเป็นลมแดดได้ง่ายกว่าคนทั่วๆ ไป ส่วนตัวก็จะพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัด และมักจะพกพัดลมแบบพกพาติดตัวเอาไว้เวลาออกไปข้างนอกอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ร่างกายเรารู้สึกร้อนจนเกินไป นอกจากนี้หมิวก็จะมีผลิตภัณฑ์ Time to Refresh เป็นเจลบาล์มสูตรเย็นที่มอบความสดชื่น ใช้แล้วช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เพราะขณะตั้งครรภ์ก็มักมีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถช่วยคุณแม่แบบเราๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ”

สร้างความสดชื่นผ่อนคลายให้กับร่างกายและจิตใจในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดกับผลิตภัณฑ์  Time to Refresh, Eastern Orchard Essential Oil และ Eastern Orchard Aromatherapy Shower Gel ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 5 (Tower 2) โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น G และ 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, สาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, ชั้น G (The Jungle Zone และ The Botanica zone) ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ABOUT THE AUTHOR
Dae Warunee

Dae Warunee

นักกฎหมายที่หยั่งรากบนเส้นทางสายนักเขียน เซียนเรื่องกินเที่ยว หวังเก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์

ALL POSTS