HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เมื่อผมไปร่วมพิธีมิสซาที่โตโก
by โลจน์ นันทิวัชรินทร์
21 มี.ค. 2562, 18:37
  465 views

         พวกเราชอบท่องเที่ยวแบบแวะไปเรื่อยๆ กันครับ ประสบการณ์การเดินทางที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งสอนเราว่า “แวะไปเลย... ถ้าอยากแวะ” ไม่เช่นนั้นอาจจะกลับมาเสียดายภายหลังได้ ดังนั้นตอนสาย ๆ ของวันอาทิตย์วันหนึ่งที่ผ่านมาไม่นานนี้เอง ขณะที่ผมและพี่ๆ น้องๆ ออกเดินทางออกจากเมืองปาลีเม่ (Kpalimé ) ไปยังกรุงโลเม่ (Lomé) เมืองหลวงของประเทศโตโกนั้น ระหว่างทางเราพบว่ามีพี่ๆ น้องๆ ชาวโตโกมากมายหลายคนพากันแต่งตัวกรุยกรายสวยงามเดินสวยๆ หล่อๆ ไปตามถนนเป็นแถวทิว อ๋อ... วันนี้วันอาทิตย์ พวกเขาคงจะไปโบสถ์กันแน่ๆ

 

         “ใช่ ใช่ ใช่... เขาไปโบสถ์กัน” ลุงโคฟี่ (Kofi) ไกด์ใจดีของเราช่วยยืนยันคำตอบ

         “อย่างนี้เรียกว่าไปพิธีมิสซาวันอาทิตย์ไหมครับลุงโคฟี่?” พวกเราถามด้วยความอยากรู้ เพราะเราล้วนเป็นพุทธศาสนิกชนที่อาจไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและดีพอ ลุงโคฟี่นั้นเป็นคริสตศาสนิกชน เราจึงอาจขอความกระจ่างจากลุงได้ “ความจริงคำว่ามิสซานั้นหมายถึงการแสดงความขอบคุณ และพิธีมิสซาก็มีหลายรูปแบบหลายวาระนะ สำหรับพวกเราที่เป็นคริสตศาสนิกชนไม่ว่านิกายไหน ๆ ในพระบัญญัติมีก็มีระบุไว้ว่าจงแสดงความขอบคุณต่อพระเจ้าพร้อมหยุดทำงานในวันอาทิตย์... ก็อาจเรียกได้ว่าการไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ก็คือการไปร่วมขอบคุณพระเจ้า หรือมิสซานั่นเอง” ลุงโคฟี่ช่วยอธิบาย

แวะโบสถ์นี้กันเถอะ

      “งั้นเราไปแวะที่โบสถ์สักแห่งจะได้ไหมคะลุง? เราอยากร่วมพิธีมิสซากับพี่ๆ น้องๆ ชาวโตโกด้วยค่ะ” น้องหนิงรีบเสนอไอเดียเด็ด

      “ที่โตโกมีคนนับถือศาสนาคริสต์หลายนิกาย พวกยูอยากไปลองฟังเทศน์แบบไหนกันล่ะ?” ลุงโคฟี่เปิดประเด็นชวนขบคิด

        ยากล่ะสิ... พวกเราไม่มีความรู้ในเชิงลึกทางด้านนี้กันเลย แต่เราคิดว่าถ้าไปร่วมในพิธีที่มีการร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเพราะๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเรา “ผมนึกถึงสารคดีหรือภาพยนตร์ที่เคยเห็นว่ามีคนร่วมกันร้องเพลงไป พร้อมกับโยกตัวตามเพลงไปในเวลาสวดสรรเสริญพระเจ้าน่ะครับ ผมคิดว่าน่าสนใจมาก ๆ ครับ ไม่ทราบว่าพิธีสวดลักษณะนี้พอจะหาได้ในโตโกบ้างไหมครับลุง?” ผมเป็นตัวแทนกลุ่มสรุปความต้องการให้กับลุงโคฟี่ ซึ่งลุงรับปากว่า “จะลองดูนะ”

โบสถ์เพนเทอคอสต์ นั่งกันแน่นมาก

         รถตู้ของเราวิ่งผ่านโบสถ์ไปหลายโบสถ์ แต่ลุงตีตี้ (Teetee) ก็ยังไม่จอดรถแวะที่โบสถ์ไหนสักที ขณะนั้นเวลาก็ล่วงเข้าไปสิบโมงกว่าแล้ว “คุณลุงแวะโบสถ์ไหนก็ได้ครับ พวกเราขอร่วมพิธีพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อเป็นประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นนะครับ... นะ..นะ” ผมรีบเสนอลุงด้วยอาการอ้อนเพราะกลัวจะพลาด และอีกไม่กี่วินาทีต่อมาลุงตีตี้ก็เลี้ยวรถชะแว้บเข้ามาจอดหน้าโบสถ์สีครีมหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่เขียนไว้ว่า L’Eglise de Pentecôte du Togo พร้อมกับที่ลุงโคฟี่อธิบายว่านี่คือโบสถ์ของชาวคริสต์นิกายแพนเทอคอสต์ (หรือ Pentecôteป็องเตอโก๊ต ในภาษาฝรั่งเศส) ใต้ชื่อโบสถ์มีตัวอักษรเขียนว่า Akepe – อาเกเป้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นชื่อเมือง เราลงจากรถและลุงโคฟี่ก็รีบเข้าไปเจรจากับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวนั้นเพื่อขออนุญาตให้พวกเราได้เข้าไปร่วมพิธีด้วย

       พี่ๆ น้องๆ ชาวโตโกแต่งตัวสวยงามแบบจัดเต็มมาโบสถ์กันคึกคัก แถวที่นั่งในโบสถ์แน่นมาจนเก้าอี้แถวสุดท้ายจนเราแอบถอดใจว่าคงไม่มีที่นั่งเหลือแล้วล่ะ และขณะที่ลุงโคฟี่ไปเจรจาอยู่นั้น เด็ก ๆ ก็เริ่มเสียสมาธิในการฟังเทศน์และเดินออกมาเล่นกับพวกเราหน้าโบสถ์ ผมชื่นชอบเด็กๆ ชาวโตโกมากๆ ครับ น้องๆ หนูๆ ประเทศนี้รับแขกมากๆ หลายคนไม่กลัวคนแปลกหน้ารี่เข้ามากล่าวทักทายด้วยคำว่า Bonjour พร้อมกับยอมเป็นดาราหน้ากล้องอย่างสนุกสนาน

เด็กๆ หน้าโบสถ์

        “ตามมาเลย ลุงเจรจากับทางโบสถ์ให้แล้ว” เสียงลุงโคฟี่ดังขึ้นมาอย่างดีใจในขณะที่เดินมาตามพวกเราพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ลุงบอกให้เรารีบเดินตามชายผู้นั้นเข้าโบสถ์โดยใช้ประตูด้านข้าง ผมรีบเข้าไปขอบคุณในความเมตตาของเขาที่ให้คนจากแดนไกลอย่างเราได้เข้าร่วมพิธีในวันนี้ “พระเจ้าสอนให้เรารักทุกคน มาเลย... มา มา ไม่ต้องกังวลนะครับ” เขาตอบ เก้าอี้ขาว 4 – 5 ตัวที่อยู่แถวหน้าสุดว่างเปล่าและตั้งอยู่ใกล้กับพระนักเทศน์ที่กำลังเดินเทศน์ไปมา และนั่นก็คือที่นั่งริงไซด์ประชิดติดขอบเวทีของพวกเรา

         “โอ้โห.... นั่งหน้าสุดเลยเหรอ? จะไหวเหรอเนี่ย?” ผมเริ่มตกใจ ขณะที่เดินเข้าไปในโบสถ์พร้อมกับที่สายตาทุกคู่กำลังมองมาที่เรา ผมกำลังเริ่มกังวลว่าเราอาจจะต้องนั่งไปจนจบพิธีซึ่งไม่รู้ว่ากินเวลาถึงกี่โมง แต่ผมทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากนั่งลงบนเก้าอี้วีไอพีนั้นพร้อมกับกับพี่ๆ น้องๆ และลุงโคฟี่

คริสตศาสนิกชนที่มาร่วมพิธีในโบสถ์

         พระนักเทศน์ท่านจะเทศน์เป็นภาษาเผ่าเอเว่ (Ewe) ซึ่งน่าจะเป็นชนเผ่าหลักที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ โดยมีผู้ชายอีกคนที่ผมขอเรียกว่า “ล่าม” ละกันนะครับ ผู้ทำหน้าแปลจากภาษาเอเว่ให้เป็นภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาของอดีตเจ้าอาณานิคมของประเทศโตโก เมื่อพระนักเทศน์ท่านเดินมาทางซ้าย ล่ามก็จะเดินตามท่านมาทางซ้าย เมื่อท่านไปทางขวาล่ามก็จะตามไปทางขวา ไม่ว่าท่านจะเดินหน้าหรือถอยหลังใด ๆ ก็ตามล่ามก็จะไปทางเดียวกับท่านโดยรักษาระยะห่าง 2 ฝ่ามือเยื้องไปด้านหลังเสมอ

เสื้อดำคือพระนักเทศน์ ส่วนเสื้อแดง-ชมพู คือผู้แปล

 

ผู้แปลคำสอน

          การแปลนั้นเป็นการแปลแบบคำต่อคำ ประโยคต่อประโยคแบบ simultaneous translation อย่างทันท่วงที ราวกับระบบล่ามในการประชุมของสหประชาชาติเลยทีเดียว แล้วไม่ใช่การแปลเท่านั้นที่ simultaneous นะครับ จังหวะการเดินและกิริยาอาการนั้นก็ simultaneous ด้วยเช่นกัน ถ้าพระนักเทศน์ท่านยกมือ ล่ามก็จะยกมือขึ้น และข้างเดียวกันด้วย ถ้าท่านชี้ไปข้างหน้า ล่ามก็จะชี้ตามโดยมีการดีเลย์เพียง 0.5 วินาทีเท่านั้น  พระนักเทศน์ท่านเทศน์แบบดุดันมากๆ เสียงดังฟังชัด และออกแนวตะโกนก้อง ซึ่งล่ามก็แปลด้วยสำเนียงและลีลาเดียวกันเป๊ะ ตรงไหนท่านเน้น หรือกระแทกเสียง ล่ามก็จะทำได้อย่างไม่มีข้อบกพร่องเลย เรียกว่ารักษาทั้งเนื้อหาและอารมณ์ได้ครบถ้วน

         ผมฟังภาษาฝรั่งเศสสำเนียง “โตโกแล็ส” ออกได้น้อยมาก ๆเพราะแตกต่างจากภาษาฝรั่งเศสดั้งเดิมไปมากพอสมควร ที่สำคัญคือมันรัวและเร็วมาก ๆ ที่ผมพอจับความและจังหวะได้คือช่วงที่ท่านกล่าวนำว่า “อาเมน” กับ “อาเลลูยา” ที่ผู้มาร่วมพิธีจะกล่าวคำสรรเสริญนี้ออกมาพร้อมกันทั้งโบสถ์ และพวกเราคนไทยพอจะมีส่วนร่วมได้บ้าง และทุกครั้งที่เรากล่าวอาเลลูยาหรืออาเมนไปกับเขา ผมแอบเห็นเขายิ้มอย่างเอ็นดูพวกเราไปด้วย

           ขอสารภาพว่าบางครั้งผมรู้สึกเหมือนเป็นเด็กมหาวิทยาลัยปีหนึ่งที่กำลังถูกพี่ว้ากเกอร์กระหน่ำว้ากใส่ในห้องเชียร์ ผมไม่เข้าใจเนื้อหา ผมจับได้แต่โทนเสียงที่ดุดัน และผมก็รู้สึกเช่นนั้น ผมแอบนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าเอามือถือขึ้นมาถ่ายภาพใดๆ เราทั้งหมดนั่งนิ่งๆ และซึมซับประสบการณ์นี้เอาไว้จนเวลาล่วงไปหลายนาที ในที่สุดลุงโคฟี่ก็ย่องมาแอบกระซิบว่าให้ผมนำเงินไปหยอดเพื่อบริจาคให้กับโบสถ์ที่กล่องด้านหน้า และกลับกันออกมากันได้แล้ว ผมจึงรีบทำตาม และหันไปยกมือไหว้สวัสดีแบบไทยๆ กับทุกคนในโบสถ์ก่อนเดินออกมาด้านนอกพร้อมพี่ๆ น้องๆ แน่นอนว่าทุกคนมองเราเป็นตาเดียว... แต่โชคดีว่าทุกคนมีรอยยิ้มที่เป็นมิตรให้กับเราด้วยเช่นกัน

         ที่ด้านหน้าโบสถ์นั้น เด็กๆ ยังจับกลุ่มรอเราอยู่ และก็วิ่งกรูมาถ่ายรูปกันอีกรอบก่อนที่เราจะอำลากันด้วยรอยยิ้ม

ไปล่ะนะ

      “เสียดายนะครับ...พวกเราไม่มีโอกาสบันทึกภาพหรือเสียงอะไรไว้เลยระหว่างที่ท่านกำลังเทศน์” ผมเปรยขึ้นมากับพี่ๆ น้องๆ ด้วยความที่เรานั่งหน้าสุด ใกล้กับพระนักเทศน์ที่สุด การกระทำเช่นนั้นจึงอาจไม่เหมาะสม “ไม่ต้องห่วงเลย... พี่แอบใช้ wifi กดจากมือถือ ยิงสัญญาณเข้ากล้องที่วางบนตักเพื่อบันทึกภาพมาได้เรียบร้อยแล้ว” พี่นนบอกพร้อมเปิดภาพให้ดูจำนวนหนึ่ง “หนิงก็เอา Go Pro ถ่ายคลิปมาได้สั้น ๆ เหมือนกัน...พอเก็บเอาไว้ดูได้ค่ะ” น้องหนิงบอก

          ดังนั้นภาพประกอบบทความนี้จึงใช้วิธีพิเศษเพื่อบันทึกมาให้คุณผู้อ่านได้ชมบรรยากาศของพิธีมิสซาในวันอาทิตย์ที่โบสถ์ในประเทศโตโกนี้นะครับ

          โตโกเป็นประเทศที่เศรษฐกิจไม่ดีเท่าไหร่ รายได้ประชากรนั้นตกอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อคนต่อปี ที่นี่จึงมีประชากรยากจนเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนร้านค้าตามหมู่บ้านที่เราเห็นก็สร้างจากดินหรืออิฐอย่างเรียบง่าย แต่ทุกหมู่บ้านล้วนมีโบสถ์ หรือมัสยิด.... และทั้งโบสถ์และมัสยิดล้วนเป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม ประณีต และสร้างด้วยวัสดุที่ดีที่สุดของทุกๆ หมู่บ้านเสมอ

          แบ่งปันประสบการณ์เที่ยวกันได้ที่ Facebook: Lode Nandhivajrin และ Instagram: lode_oak


รูป: ดวงฤทัย พุ่มชูศรี


ลูกคนกลางที่เกิดวันพฤหัส มีโลกส่วนตัวสูง แต่ชอบตะลุยโลกกว้าง
ขีด ๆ เขียน ๆ บันทึกเอามัน สีน้ำบ้าง ถ่ายรูปด้วยความหลงไหลด้วยฟิล์มบ้าง ดิจิตอลบ้างตามอารมณ์
ติดตามบันทึกการเดินทางประเทศไม่ธรรมดาที่ Facebook หน้า Nings Homemade และ IG : thursday_morning

Story by โลจน์ นันทิวัชรินทร์

 

ABOUT THE AUTHOR
โลจน์ นันทิวัชรินทร์

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่มีใครอยากไปเลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker

ALL POSTS