Jai Craft Design ส่งต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่นผ่านสีสันบนลายผ้า
งานศิลปะที่สื่อสารถ่ายทอดเรื่องราว ความสุข แรงบันดาลใจจากผู้สูงอายุไปสู่ลูกค้า
นับวันเราจะเห็นประชากรผู้สูงวัย หรือคนที่เกษียณอายุจากการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับมีพื้นที่น้อยมากที่สนับสนุนให้คนเหล่านี้ได้ใช้ศักยภาพให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและสังคม จนนำไปสู่ความเสี่ยงให้เป็นโรคซึมเศร้ากันทั่วบ้านทั่วเมือง แบรนด์ใจคราฟท์ดีไซน์ (Jai Craft Design) จึงเกิดขึ้นด้วยความคาดหวังให้เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสธุรกิจให้กับผู้สูงอายุรุ่นใหม่
กว่า 3 ปี ที่ แอน - ณภัทร กิอาสซี่ ผันตัวเองจากโปรดิวเซอร์โฆษณา มาสร้างแบรนด์ ใจ คราฟท์ ดีไซน์ เชื่อมการทำงานร่วมกันระหว่างคนสองรุ่น สนับสนุนและให้โอกาสผู้สูงอายุในชุมชนเมืองได้เรียนรู้ และมีพื้นที่แสดงออกถึงศักยภาพในด้านความคิดสร้างสรรค์ผ่านงานศิลปะ โดยผลงานจะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับทั้งนักออกแบบ และผู้ใช้ไปพร้อมกัน
แอน อธิบายว่า แบรนด์ ใจ ใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารถ่ายทอดเรื่องราว ความสุข แรงบันดาลใจที่อยู่รอบตัวนักออกแบบที่เป็นผู้สูงอายุ และส่งต่อคุณค่าและเรื่องราวเหล่านั้นไปยังลูกค้า เราจึงไม่เรียกว่า 'สินค้า' แต่มันคือ งานศิลปะที่ผ่านกระบวนการคิด ความร่วมมือของคนต่างเจนเนอเรชั่นที่มาร่วมสร้างสรรค์ด้วยหัวใจ

จุดประกายไอเดียจากพ่อ
ทุกครั้งที่ถูกถามที่มาที่ไปของแบรนด์ แอนก็เล่าให้ฟังได้อย่างขึ้นใจว่า จุดเริ่มต้นและเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตมนุษย์เงินเดือน เกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อ - ชูศิษฏ์ เขียวชะอุ่ม (ศิษย์เก่าเพาะช่าง)เกษียณอายุราชการ แล้วกลับมาจับพู่กันวาดรูปสีน้ำเกือบทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก จนวันหนึ่ง พ่อมาเสนอว่า บริษัทโฆษณาที่แอนบริหารอยู่ในขณะนั้นต้องการคนวาดรูปหรือเปล่า เพราะมีเวลาว่างแล้ว ซึ่งแอนก็ไม่สนใจ แถมยังบอกพ่อว่า เดี๋ยวนี้เค้าไม่ได้วาดด้วยมือกันหรอก เพราะเค้าวาดด้วยคอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว
แอนยอมรับว่า ตนเองมีความรู้สึกเหยียดวัย หรือมีอคติเรื่องของวัย เพราะรู้สึกว่าเทคโนโลยีไปไกลมากแล้วและคนสูงวัยตามไม่ทันแน่นอน แต่คุณพ่อก็ยังคงนั่งวาดรูปต่อไป จนกระทั่งผ่านไปเกือบปี แอนจึงเริ่มเปิดใจและให้ความสนใจการวาดภาพของพ่ออีกครั้ง
ขณะเดียวกัน แอนเริ่มรู้สึกอิ่มตัวหลังจากทำงานในวงการโฆษณามา 9 ปี แม้จะเป็นงานที่สนุกและทำให้ได้เรียนรู้เยอะ แต่เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะสามารถทำอย่างอื่นได้มั๊ย หรือจะเป็นได้แค่โปรดิวเซอร์ เธอคิดว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าไม่อยากลุกขึ้นไปทำงาน ก็แสดงว่า ถึงเวลาที่ต้องคิดและถามตัวเองว่าทำไม และจะทำอะไรต่อไป มันเหมือน passion ค่อยๆ หมดไป
ประกอบกับความตั้งใจที่อยากหาโปรเจ็คให้พ่อทำ ในที่สุด แอนก็มาลงตัวกับไอเดียในการนำภาพวาดของพ่อมารังสรรค์เป็นผ้าพันคอ เพราะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแคนวาส และเป็นสิ่งที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ว่าจะใช้เป็นผ้าพันคอ หรือศิลปะตกแต่งบ้าน อยากให้คนรู้สึกว่า ศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราได้ ซึ่งแอนมองว่า ไม่ได้เป็นการทำผ้าพันคอ แต่สร้างงานศิลปะที่เอามาสวมใส่ได้ หรือที่เรียกว่า wearable art
การทำงานของคนต่างวัยที่ผสานทักษะด้านโฆษณากับศิลปะวาดภาพทำให้เกิดเป็นคอลเลคชั่นแรก The Floral collection inspired by nature ออกสู่ตลาดในปี 2017 โดยภาพแรกจากฝีมือพ่อเป็นรูปใบไม้ ซึ่งกลายเป็นลายคลาสิกที่ยังได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้
แอนตั้งชื่อแบรนด์ว่า "ใจ" เพราะพ่อทำงานจากใจ ความตั้งใจที่แอนอยากทำให้พ่อก็ทำจากใจ เป็นชื่อที่จดจำง่าย เข้าถึงง่าย และใจในภาษาอินเดียมีความหมายว่า ชัยชนะ (Victory)
เปิดไอเดียชุมชนสูงอายุในเมือง
จากความสำเร็จในการทำงานร่วมกับคุณพ่อ และศิลปินเดี่ยวสูงอายุอีกหลายท่านจนรังสรรค์เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และของตกแต่งบ้าน มาแล้ว 6 คอลเลคชั่น แอน คิดอยู่ในใจมาตลอดว่า ทำยังไงจะให้ผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการมากกว่านี้ ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุเยอะๆ ทำให้แอนเกิดจากแนวคิดที่ต้องการผลิตงานศิลปะร่วมกับผู้สูงอายุในชุมชนเมือง ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ผู้สูงอายุในชนบท เนื่องจากมีรายได้น้อย แต่จริงๆ แล้ว ผู้สูงอายุในชุมชนเมืองก็มีปัญหา เพราะไม่มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันมากนัก ต่างจากผู้สูงอายุในต่างจังหวัดที่มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ หรือกินข้าวด้วยกัน พบปะเสวนากัน
มีผู้สูงอายุหลายคนอยู่ตามลำพัง ต้องประสบกับภาวะความเครียด อาการเหงา ซึ่งล้วนส่งผลต่อสภาพจิตใจ ผู้สูงอายุจึงควรมีการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การพบปะสังสรรค์ การมีเพื่อนเข้าสังคม การมีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ เพื่อเพิ่มทักษะความสามารถ และสร้างความคิดสร้างสรรค์จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้สูงอายุ
แอนมองว่า ศิลปะไม่ใช่เป็นแค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นเรื่องของจิตใจ ช่วยเยียวยาโรคซึมเศร้าจากการเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน การดูถูกตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า หรือไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ด้วยเหตุนี้ แอนจึงริเริ่มแนวคิดการจัดเวิร์คช้อปให้กับกลุ่มผู้สูงวัยในชุมขนเมือง โดยนำร่องที่ชุมชนวัดไชยทิศ จรัญสนิทวงศ์ 37 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่างของชุมชนน่าอยู่ และการสร้างความสุขในชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชนเมือง
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ตัวเองทำไม่ได้เพราะไม่ใช่ศิลปิน แต่แอนรู้สึกว่า ศิลปะกับผู้สูงอายุเป็นอะไรที่ไปกันได้ดี ศิลปะก็คือเครื่องในการสื่อสารอย่างหนึ่ง ทุกคนสามารถทำงานศิลปะได้ ไม่เกี่ยวกับเพศ วัย ถ่ายทอดสิ่งที่แต่ละคนอยากสื่อสารออกมาเป็นภาพวาดเท่านั้นเอง
คอลเลคชั่นล่าสุด
หลังจากจัดเวิร์คช้อปไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยการให้ผู้สูงอายุชุมชนวัดไชยทิศได้ทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ในการออกแบบลวดลายผ้าพิมพ์ โดยเริ่มปูพื้นตั้งแต่ความเข้าใจในศิลปะ ความรู้เบื้อนต้น เช่น โทนสี และประโยชน์ที่ผู้สูงอายุจะได้รับจากกิจกรรมร่วมกับแบรนด์ ใจ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการทำงานศิลปะโดยจะใช้คอลลาจอาร์ตเข้ามาช่วย ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคการตัดแปะกระดาษ
ทุกวันนี้ งานคอลลาจได้รับการยอมรับว่า เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า เพราะทำให้ศิลปินมีอิสระในการนำเสนอผลงานออกมาในรูปแบบใดก็ได้โดยที่ไม่ต้องยึดติดอยู่กับวัสดุรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง คอลลาจไม่ได้มีสไตล์หรือแนวทางที่ตายตัว ในขณะที่งานศิลปะแขนงอื่นๆ มักถูกควบคุมด้วยเทคนิคหรือวัสดุ คอลลาจจึงเป็นวิธีการที่ดีสำหรับทั้งศิลปินและผู้เริ่มต้นทำงานศิลปะ ที่ไม่จำเป็นต้องสั่งสมประสบการณ์ หากแต่ใช้แค่เพียงความต้องการที่จะทดลองสิ่งใหม่ให้ตรงตามความคิดและทัศนคติของตัวศิลปินเท่านั้นเอง
ผลจากกิจกรรมเวิร์คช้อปครั้งนี้ ถูกนำไปผ่านการกระบวนการออกแบบอีกหลายเดือนจนสร้างสรรค์มาเป็นคอลเลคชั่นที่ 7 ในชื่อว่า Happiness of Urban Society หรือ ความสุขของคนชุมชนเมือง สะท้อนให้เห็นมุมมองความสุข ความคิดสร้างสรรค์ของผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชนเมือง ผ่านงานศิลปะสไตล์ Collage Art
ขณะนี้ คอลเลคชั่นใหม่ออกวางจำหน่ายแล้วที่ Siam Discovery Ecotopia ชั้น 4 และไอคอนสยาม โซนไอคอนคราฟท์ ชั้น 5 และจะนำเสนอในรูปJai Pop-up Shop ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โอเพ่น เฮ้าส์ ชั้น 6 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ถึง 5 มกราคม 2563
นอกการจัดจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ (www.jaicraftdesign, FB/IG: jai.craftdesign) แอน ยังเปิดรับผลิตชิ้นงานให้กับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการนำผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่น Happiness of Urban Society ไปเป็นของขวัญของที่ระลึก โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะกลับไปสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผู้สูงอายุ วัดไชยทิศ จรัญสนิทวงศ์ 37 อีกด้วย
แอน กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ในอนาคต ตั้งใจจะจัดเวิร์คช้อปกับชุมชนอื่นๆ ที่มีความพร้อมและเปิดรับไอเดียใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาส และเปลี่ยนทัศนคติที่หลายคนมองข้ามความสามารถ หรือคิดว่าผู้สูงอายุเป็นภาระของสังคม ให้หันกลับมาสนใจ และเปิดพื้นที่ในการแสดงผลงานมากขึ้น จนทำให้เป็นกลุ่มสังคมที่เข้มแข็ง แอนอยากให้คุณพ่อเป็นจุดเริ่มต้น และแรงบันดาลใจให้กับผู้สูงอายุท่านอื่นๆ ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง และได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก โดยไม่มีอายุมาปิดกั้น โอกาส และความสามารถ