เมื่อ AI เข้ามาช่วยในห้องแล็บ เพิ่มโอกาสวางแผนรักษามะเร็งให้เหมาะกับแต่ละคน
AI และพยาธิวิทยาดิจิทัลช่วยวิเคราะห์ชิ้นเนื้อมะเร็งอย่างไร รู้จักบทบาทในการสนับสนุนการวินิจฉัยและวางแผนรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน
การวินิจฉัยมะเร็งไม่ได้จบลงเพียงการตรวจพบความผิดปกติ แต่เส้นทางในการรักษาและดูแลผู้ป่วย ยังเพิ่งเริ่มต้นเพราะแพทย์ยังต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นมะเร็งชนิดใด มีลักษณะอย่างไร ระยะไหน เพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรเลือกแนวทางรักษาแบบใดจึงจะเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน
คนสำคัญที่จะช่วยหาคำตอบเหล่านี้ คือ พยาธิแพทย์ ซึ่งหมายถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ชิ้นเนื้อ รูปแบบของเซลล์ที่ผิดปกติ หรือตัวบ่งชี้อื่นๆ และช่วยให้ทีมรักษาเข้าใจโรคได้ชัดเจนขึ้น แต่ปริมาณงานตรวจที่เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนบุคลากรมีจำกัด กลายเป็นโจทย์สำคัญของระบบสาธารณสุข
AI และพยาธิวิทยาดิจิทัล (Digital Pathology) จึงได้รับความสนใจในฐานะเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สองสมาคมวิชาชีพ ได้แก่ ราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย และมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จึงได้จับมือกันส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยและการรักษามะเร็งแบบแม่นยำ (Precision Oncology) เพื่อช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยและตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน
AI ช่วยได้อย่างไร
ผศ.นพ.สุชิน วรวิชชวงษ์ ประธานราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า AI สามารถช่วยได้ใน 3 กิจกรรมหลักของห้องแล็บ คือ การวิเคราะห์ภาพ การจัดทำเอกสาร และสนับสนุนการวิจัย
ในด้านการวิเคราะห์ภาพนั้น AI ช่วยได้มากในการสแกนและค้นหาบริเวณที่มีความผิดปกติ การนับหรือประเมินสัดส่วนเซลล์ที่ผิดปกติ ค้นหาตัวบ่งชี้บางอย่าง รวมทั้งวิเคราะห์และสรุปข้อมูลเหล่านี้ได้ค่อนข้างแม่นยำและใช้เวลาน้อยกว่าการใช้คนทำแบบเดิม ยิ่งวิเคราะห์ได้เร็วมากขึ้น ผู้ป่วยก็มีโอกาสได้รับการรักษาเร็วขึ้นเช่นกัน แพทย์เองก็จะเข้าใจโรคและมองเห็นทางเลือกในการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยได้ชัดเจนขึ้น
เรื่องการทำงานเอกสาร เช่น การทำรีพอร์ต การจัดการเอกสารต่างๆ เมื่อให้ AI ช่วยแบ่งงานส่วนนี้ไปทำ แพทย์จึงหันมาโฟกัสกับงานอื่นที่สำคัญมากขึ้นได้
สำหรับการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา AI ยังช่วยทำ coding หรือจัดหมวดหมู่ข้อมูลและวิเคราะห์ได้เป็นระบบ ช่วยให้ต่อยอดงานวิจัยได้สะดวก และเพิ่มโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมการรักษาต่อไป
การรักษาแม่นยำมากขึ้น
ข้อมูลจากองค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer: IARC) ภายใต้ GLOBOCAN 2022 ประเมินว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 183,541 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็ง 118,829 รายในปี 2022
ปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และมะเร็งชนิดต่างๆ ในผู้ป่วยแต่ละรายที่มีความแตกต่างกัน ทำให้แนวทางการรักษามะเร็งแบบแม่นยำ (Precision Oncology) มีความสำคัญมากขึ้น
รศ.พญ.จารุวรรณ เอกวัลลภ นายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย อธิบายว่า การรักษามะเร็งแบบแม่นยำ เป็นการรักษาเฉพาะบุคคล จึงไม่สามารถใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการรักษาเดียวกันหรืออันที่ใหม่ที่สุดมาใช้กับทุกคน
การตัดสินใจวางแผนการรักษานั้น ต้องอาศัย 2 ปัจจัยสำคัญ คือ ข้อมูล และประสบการณ์ของแพทย์ ในด้านข้อมูล แพทย์ต้องอาศัยทั้งผลตรวจทางพยาธิวิทยา ข้อมูลระดับโมเลกุล ลักษณะของโรค ชนิด และระยะของโรค รวมถึงข้อมูลเฉพาะของผู้ป่วย เช่น สุขภาพโดยรวม ความสามารถในการเข้าถึงการรักษาและยา เป็นต้น เมื่อมีข้อมูลที่ครบ ต่อไปก็ขึ้นกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ที่จะประมวลข้อมูล และตัดสินใจเลือกการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึงการทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) เพื่อดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุดในทุกด้าน
จะใช้ AI ต้องดูอะไรบ้าง
AI จะกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะนอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแปลผลเชิงปริมาณ เช่น การนับจำนวนหรือประเมินสัดส่วนเซลล์มะเร็งแล้ว ปัจจุบันตัวบ่งชี้ทางชีวภาพชนิดใหม่บางตัวจำเป็นต้องอาศัย AI ในการวิเคราะห์ เพื่อช่วยทำนายการตอบสนองต่อยารักษามะเร็งอีกด้วย
ความท้าทายสำคัญเมื่อจะนำ AI มาใช้ คือ ต้นทุน โดยเฉพาะเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีต้นทุนค่อนข้างสูง ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้เริ่มมีการพัฒนา AI เองในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ซึ่งถ้าสำเร็จและทดสอบแล้วว่าสามารถนำมาใช้กับงานพยาธิวิทยาได้จริง จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
อีกประเด็นสำคัญคือ การใช้งานที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย ความถูกต้อง และความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน จำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการใช้งาน การคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง และการใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประเมินและติดตามผลเมื่อใช้งานจริงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
คนตัดสินใจสุดท้ายยังคงเป็นแพทย์
แม้ว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจด้านพยาธิวิทยา แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการรักษามะเร็งแม่นยำและพยาธิวิทยา เห็นตรงกันว่า AI เป็น “ผู้ช่วย” ที่ดี แต่ AI จะไม่สามารถเข้ามาแทนที่แพทย์ได้ เพราะการรักษา ยังต้องอาศัยความชำนาญ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ ในการรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ และตัดสินใจเลือกแนวทางและยาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนอยู่ดี
MAIN PHOTO: ภาพประกอบสร้างด้วย AI
#AIทางการแพทย์ #พยาธิวิทยาดิจิทัล #การรักษามะเร็ง #การแพทย์แม่นยำ y #PrecisionOncology #HappeningBKK
