เปิดโต๊ะอาหารตะวันออกกลาง @The Levant ค้นพบเสน่ห์ของเมนูฮาลาล แบบฉบับอาหรับต้นตำรับมาเอง
จากเลบานอนถึงปาเลสไตน์ ชวนเปิดโต๊ะอาหารตะวันออกกลางที่ “The Levant” ชั้น 24 เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์
เมื่ออาหารอาหรับไม่ได้มีแค่ฮัมมุสกับเคบับ แต่คือเรื่องราวของเครื่องเทศ ถ่านไฟ ขนมปัง และวัฒนธรรมการกินที่ชวนให้นั่งล้อมโต๊ะด้วยกัน

ใครกำลังมองหารสชาติใหม่ๆ ที่พาเราออกไปไกลกว่าความคุ้นเคย ลองเปลี่ยนมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นธรรมดาให้กลายเป็นทริปสั้นๆ สู่ดินแดนตะวันออกกลางกันสักมื้อ ที่ The Levant ห้องอาหารอาหรับบนชั้น 24 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์
ที่นี่หยิบเอาเสน่ห์ของอาหารจากแถบ Levant หรือดินแดนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ซึ่งครอบคลุมทั้งเลบานอน ซีเรีย จอร์แดน และปาเลสไตน์ มาถ่ายทอดผ่านเมนูที่มีทั้งความหอมของเครื่องเทศ ความสดของสมุนไพร ความมันนัวของทาฮินี ไปจนถึงกลิ่นควันจากเตาถ่าน

เบื้องหลังครัวคือ เชฟโมฮานนัด อับดุล ฮาดี คาเซ็ม เชฟชาวอาหรับที่มีประสบการณ์ในวงการอาหารมากกว่า 20 ปี ผ่านการทำงานทั้งในซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทย และบราซิล จึงไม่ใช่แค่การทำอาหารตามสูตร แต่เป็นการนำประสบการณ์จากหลายวัฒนธรรมกลับมาถ่ายทอดบนโต๊ะอาหาร
และที่สำคัญ The Levant ยังได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล อย่างถูกต้อง ทำให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงกรรมวิธีการปรุงอยู่ภายใต้มาตรฐานที่ชัดเจน

เริ่มมื้อด้วย “เมซเซ่” แล้วจะเข้าใจว่าทำไมอาหารอาหรับถึงเหมาะกับการกินเป็นกลุ่ม วัฒนธรรมการกินของโลกอาหรับมีเสน่ห์ตรงการได้แบ่งปันอาหารหลายๆ อย่างบนโต๊ะเดียวกัน และเมนูที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีที่สุดก็คือ เมซเซ่ (Mezze) อาหารจานเล็กที่วางเรียงกันให้หยิบชิมไปเรื่อยๆ
บนโต๊ะของ The Levant จึงมีตั้งแต่ Babaganoush มะเขือยาวย่างบดที่มีกลิ่นหอมจากไฟ ผสานความนัวของทาฮินี น้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก ไปจนถึง Mutabbal ที่เพิ่มความครีมมี่ด้วยโยเกิร์ต
แน่นอนว่าขาด Hummus ไม่ได้ ถั่วชิกพีบดเนียนผสมทาฮินีและน้ำมันมะกอก เสิร์ฟคู่ขนมปังให้ตักกินเพลินๆ หรือถ้าอยากได้รสที่เข้มขึ้นอีกหน่อย ลอง Muhammara ดิปพริกแดงย่างบดกับวอลนัทและน้ำเชื่อมทับทิม ที่มีทั้งความหวาน เปรี้ยว และกลิ่นหอมของถั่วอยู่ในคำเดียว

ส่วนสายของทอดต้องไม่พลาด Falafel ถั่วชิกพีบดปรุงรสแล้วทอดจนด้านนอกกรอบ ข้างในยังคงเนื้อสัมผัสนุ่มแน่น เป็นอีกเมนูที่เหมาะกับการหยิบมากินเล่นระหว่างรอจานหลัก

จากดิปบนโต๊ะ สู่กลิ่นหอมจากเตาถ่าน
ถัดจากเมซเซ่คืออีกหนึ่งเสน่ห์ของอาหาร Levantine นั่นคือ เมนูย่าง เพราะกลิ่นควันจากถ่านช่วยดึงรสชาติของเนื้อและเครื่องเทศออกมาได้อย่างชัดเจน
เมนูที่น่าสนใจมีทั้ง Lamb Kofta เนื้อแกะบดเสียบไม้ย่างถ่าน และ Chicken Kofta ที่ใช้ไก่บดปรุงรสก่อนนำไปย่าง รวมถึง Lamb Shish Kebab เนื้อแกะเสียบไม้ที่ผ่านความร้อนจากเตาถ่านจนได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว
ใครไม่ใช่สายเนื้อก็มี ปลาฮามูร์ย่าง ให้เลือก หรือจะไปทางเมนูที่คุ้นเคยขึ้นอีกนิดอย่าง Chicken Shawarma ไก่หมักเครื่องเทศแล้วย่าง ก่อนเสิร์ฟพร้อมข้าวและซอสกระเทียม
อีกเมนูที่กินง่ายและเหมาะกับมื้อสบายๆ คือ Chicken Shawarma Sandwich ไก่หมักย่างเสิร์ฟในขนมปังพิต้า หรือ Shish Kebab Sandwich ที่นำเคบับเนื้อแกะย่างมาอยู่ในรูปแบบแซนด์วิช
อย่าเพิ่งรีบลุก เพราะของหวานก็เป็นอีกเหตุผลที่ควรเผื่อท้อง
หลังจากเจอทั้งเครื่องเทศ เนื้อย่าง และรสชาติจากทาฮินีแล้ว ถึงเวลาปิดมื้อด้วยของหวานสไตล์ตะวันออกกลาง Kunafa คือหนึ่งในเมนูที่อยากให้ลอง แป้งฟีลโล่กรอบสอดไส้ชีส ราดด้วยน้ำเชื่อม ให้สัมผัสทั้งกรอบ หอม และมีความเค็มนวลจากชีสตัดกับความหวานได้อย่างน่าสนใจ ส่วน Baklava มาในแบบที่คนรักขนมหวานน่าจะคุ้นเคย แป้งฟีลโล่บางกรอบสลับชั้นกับถั่วและน้ำเชื่อม เป็นคำเล็กๆ ที่กินคู่กับเครื่องดื่มสไตล์อาหรับแล้วเข้ากันดี
ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของ The Levant ที่ไม่ได้พยายามทำอาหารอาหรับให้กลายเป็นอาหารที่เข้าใจง่ายจนเสียตัวตน แต่เลือกถ่ายทอดรสชาติและวัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิมให้คนกรุงเทพฯ ได้ลองสัมผัสในบรรยากาศที่ร่วมสมัย


The Levant เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 12.00–22.00 น.
คนมีเวลาน้อยอย่างเราบางทีการเดินทางไปต่างประเทศก็เป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าเริ่มยุ่งยากเรื่องตั๋วเครื่องบิน ลองพาตัวเองมาที่เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กดลิฟต์ชั้น 24 แล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ก็ได้พบกับรสชาติจากอีกซีกโลกได้แล้ว
