จากหอศิลป์แห่งชาติสู่ MONA Bangkok เมื่อเอกชนกำลังไปไกลกว่าภาครัฐ
จากหอศิลป์แห่งชาติที่ยังไร้ทิศทาง สู่การมาของ MONA Bangkok บทความวิเคราะห์นโยบายศิลปะไทย บทบาทรัฐ และอนาคตระบบนิเวศวัฒนธรรมไทย
การเปิดตัวโครงการ MONA Bangkok ทำให้วงการศิลปะไทยกลับมาตั้งคำถามอีกครั้งว่า เหตุใดประเทศไทยจึงยังไม่มีหอศิลป์แห่งชาติที่ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ ทั้งที่แนวคิดนี้ถูกวางรากฐานมาตั้งแต่กว่าทศวรรษก่อน
เมื่อปี พ.ศ. 2554 มีการประชุมเรื่อง "ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย: จากพื้นที่สร้างสรรค์สู่เวทีนานาชาติ" โดยผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น นิธิ สถาปิตานนท์, เพชร โอสถานุเคราะห์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ และจิระนันท์ พิตรปรีชา ต่างให้ข้อเสนอแนะในการวางนโยบายสาธารณะ และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย
โครงการ Mega Project นี้ เริ่มในสมัยนายกทักษิณ ชินวัตร โดยการจัดซื้อพื้นที่ดิน 35 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่บริหารทางศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ และศูนย์กลางแลกเปลี่ยนมรดกวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Cultural Gateway) นับว่าเป็นการวางรากฐานอนาคตได้อย่างสวยหรู ประกอบด้วย หอศิลป์ร่วมสมัย หอสมุดดิจิทัล โรงละคร โรงแสดงคอนเสิร์ต และกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)เป็นแหล่งหลอมรวมศิลปะและวัฒนธรรม ติดกับศูนย์วัฒนธรรมสาธารณรัฐประชาชนจีน และ อสมท. บนถนนรัชดาภิเษก
หลายคนให้ความหวังกับหอศิลป์ร่วมสมัยแห่งใหม่ ถึงกับเปรียบเทียบกับ National Gallery Singapore, Mori Art Museum, Tate Modern และ Centre Pompidou แต่การเผชิญอุปสรรคมากมาย ตั้งแต่น้ำท่วมครั้งใหญ่ ผู้รับเหมาทิ้งงาน ไปจนถึงการเมืองที่เปลี่ยนขั้วและการรัฐประหาร ส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้า ที่สำคัญคือระบบราชการที่ไม่กล้าตัดสินใจ ส่งผลกระทบต่อนโยบายสาธารณะด้านศิลปะ และการบริหารจัดการของกระทรวงวัฒนธรรมที่ล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย
เวลาผ่านไปกว่า 10 ปี หอศิลป์ร่วมสมัยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น หอศิลป์แห่งชาติ แต่ปราศจากการจัดแสดงงานศิลปะถาวร เพราะถูกให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ การที่สำนักปลัด (วธ.) ไม่โอนงานให้หน่วยงานรับผิดชอบ คือสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) งบประมาณประจำปีจึงถูกจำกัด ที่สำคัญ กระทรวงวัฒนธรรมไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาหอศิลป์แห่งนี้ ซึ่งขาดบุคลากรและทิศทางการทำงาน เมื่อสังคมตั้งข้อสงสัย ก็จะมีสารพัดข้อแก้ตัวเป็นชุด ๆ
ช่วงปลายรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ได้มีการเตรียมงบมหาศาล เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ผลักดันให้การพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยฟื้นคืนชีพ บทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งพัฒนาศิลปะประเพณีควบคู่กับศิลปะร่วมสมัย เพื่อเพิ่มเสน่ห์ของความเป็นไทยและขยายเศรษฐกิจ รัฐบาลปัจจุบันได้สั่งการควบรวมกระทรวงวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยวจะส่งผลดีและผลเสียหายควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนของนโยบายหอศิลป์แห่งชาติก็ยังคงคลุมเครือ ซับซ้อน คำถามที่ต้องตอบสังคมคือ แล้วหอศิลป์แห่งชาติ ถนนเจ้าฟ้า ซึ่งกำกับดูแลโดยกรมศิลป์ จะมีอยู่หรือไม่ และผลงานมหาศาลที่มีคุณค่าจะถูกโอนมาอยู่ที่หอศิลป์แห่งชาติหรือไม่ บทบาทของศูนย์หอศิลป์ภายใต้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ยังจะมีบทบาทอย่างไร ส่วนหอศิลป์ที่ถนนราชดำเนินจะถูกยกเลิกหรือไม่
กระทรวงวัฒนธรรมจำเป็นต้องชี้แจงประเด็นสำคัญเหล่านี้ เพราะที่ผ่านมา การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและการบริหารจัดการหอศิลป์ร่วมสมัยยังมีข้อบกพร่องเป็นอย่างมาก
หันมาดูภาคเอกชนที่รอความล่าช้าของภาครัฐไม่ไหว จึงได้สร้างหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยขึ้นมา เช่น MOCA, DIB Contemporary, Bangkok Kunsthalle, MoNViC และ MAIIAM จนกลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เป็นจุดดึงดูดด้านศิลปะร่วมสมัยให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม นอกจากนี้ ยังช่วยเติมเต็มระบบนิเวศด้านศิลปะที่ภาครัฐไม่สามารถสร้างได้
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการศิลปะฮือฮากับข่าวการเปิดตัว MONA (Museum of Old and New Art) ที่จะมาลงทุนสร้าง MONA Bangkok ควบคู่กับโครงการกระเช้าไฟฟ้าเชื่อมฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร โดย Asset World Corp (AWC)

David Walsh เจ้าของและผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ MONA เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาตัดสินใจสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่รวบรวมผลงานเก่าและใหม่ พร้อมพลิกโฉมรูปแบบการนำเสนอ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่และท้าทาย ภายใต้แนวคิดเรื่อง "Sex and Death" Walsh หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทีมงานของเขาจะมีโอกาสสร้างความแปลกใหม่ที่ฮือฮาให้กับ MONA Bangkok ซึ่งจะจัดแสดงผลงานของศิลปินระดับโลกควบคู่กับศิลปินไทย คาดว่าจะได้เห็นภายในอีก 2–3 ปี
การจัดเสวนาสาธารณะและการรับฟังความคิดเห็นของกระทรวงวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หอศิลป์แห่งชาติเป็นเพียงส่วนหนึ่งของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงภายใต้การควบรวมกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลอย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศทางศิลปะและสังคมไทย
เมื่อวัฒนธรรมถูกนำมาผนวกรวมกับการท่องเที่ยว เมื่อ 20 ปีก่อน กระแสต่อต้านการควบรวมส่งผลให้แนวคิดดังกล่าวต้องระงับไป แต่ในรัฐบาลชุดนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรมกับกระทรวงการท่องเที่ยว โดยไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียหรือประชาชน ความโกลาหลอาจกำลังจะตามมา
ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็น หอศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อมาแข่งขันกับพิพิธภัณฑ์ MONA Bangkok.
MONABangkok #หอศิลป์แห่งชาติ #ศิลปะร่วมสมัย #CulturalPolicy #views
