HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เช็กอิน ‘นิกโก้ กรุงเทพฯ’ เปลี่ยนสุดสัปดาห์ให้กลายทริปญี่ปุ่นสุดลักชัวรี...ที่ทองหล่อ
by HBKK
14 ก.ค. 2569, 22:19
  44 views

 

เคยไหม? ที่บางวันกรุงเทพฯ ก็ดูเร่งรีบและมีชีวิตชีวาเสียจนเราตามไม่ทัน โดยเฉพาะบนถนนที่ไม่มีวันหลับใหลอย่าง ‘ทองหล่อ’ สุขุมวิท 55 ย่านที่เป็นศูนย์กลางของแสงสี พลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความวุ่นวายของการจราจร

 

 

แต่เชื่อเถอะว่า เพียงเราเลี้ยวรถเข้ามา หรือเดินผ่านทางเชื่อมพิเศษที่ใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 นาทีจากสถานี BTS ทองหล่อ เราจะพบกับมิติซ้อนทับที่เหมือนตัดสลับฉากจากความโกลาหลของกรุงเทพฯ ไปสู่ความเงียบสงบอันลุ่มลึกในแบบเกียวโตทันที!

 

 

ที่นี่คือ Hotel Nikko Bangkok (โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ) โอเอซิสลึกลับในสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ที่พร้อมจะโอบกอดคุณด้วยปรัชญา Omotenashi หรือศิลปะการต้อนรับด้วยหัวใจ

 

 

ถอดรหัสลับซากุระ และ โอริกามิ

 

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูหมุนเข้ามา กลิ่นอายความเรียบหรูสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสจะทำหน้าที่ประหนึ่งปุ่มกด Mute เสียงความวุ่นวายภายนอก สายตาจะถูกดึงดูดด้วยงานดีไซน์ที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นผนังกำแพงที่ได้แรงบันดาลใจจากการพับกระดาษอันประณีตแบบโอริกามิ (Origami) ลายซากุระที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียนในทุกดีเทล ไปจนถึงสัญลักษณ์ใบแปะก้วยยักษ์ บริเวณหน้าโรงแรมที่สื่อถึงการเติบโตอันมั่นคงและแข็งแรง

แต่ที่น่าทึ่งและทำให้เราอมยิ้มได้ คือเรื่องเล่าหลังบ้านที่แอบแฝงความจริงจังตามสไตล์ญี่ปุ่น โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งนี้คิดเผื่อไปถึงรากฐานชีวิตของผู้เข้าพัก ด้วยการฝังเสาเข็มเจาะลึกพิเศษกว่า 60 เมตร (เทียบเท่าตึก 20 ชั้น!) จำนวนถึง 124 ต้น เพื่อให้รากฐานแข็งแกร่งและทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากภัยธรรมชาติสูงสุด เป็นความหรูหราที่ไม่ได้โชว์แค่ภายนอก แต่ปกป้องเราจากฐานลึกที่คุณรู้สึกปลอดภัยในทุกวินาทีที่พักผ่อน

 

 

 

The Executive Sanctuary

ยูกาตะ วิวเมือง และอ่างอาบน้ำที่มีทีวีส่วนตัว

 

ใครต้องการเสพประสบการณ์ระดับ Ultra-Luxury เราขอแนะนำให้เลือกห้องพักประเภท Nikko Club หรือ Suite เพื่อรับเอกสิทธิ์การดูแลแบบ VIP ตั้งแต่ก้าวแรกด้วยบริการเช็กอินส่วนตัวที่ Executive Lounge

 

 

ห้องพักไฮไลต์อย่าง Nikko Grand Suite ที่เชื่อมต่อกับ Nikko Executive Suite คือนิยามของคำว่า วิถีเพนต์เฮาส์กลางทองหล่อ ด้วยพื้นที่ใช้สอยอันโอ่โถงประหนึ่งบ้านลอยฟ้า กระจกบานใหญ่แบบพาโนรามาเปิดรับวิวแสงสีของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่กว้างที่สุด ภายในมีมุมครัวและโต๊ะอาหารที่พร้อมสำหรับการจัดไพรเวทปาร์ตี้เล็กๆ

 

 

แต่ช่วงเวลาที่ฟินที่สุดของวันคือการเปลี่ยนมาสวมชุดยูกาตะ ที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ แล้วเดินเข้าไปเอนกายในอ่างอาบน้ำที่ตกแต่งอย่างประณีตด้วยสุขภัณฑ์อัจฉริยะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมเปิดทีวีส่วนตัวปลายอ่างอาบน้ำคลอไปกับการแช่น้ำอุ่น เป็นการสลัดความเหนื่อยล้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

 

ก่อนที่แสงสุดท้ายจะลับขอบฟ้า อย่าลืมขึ้นไปที่ Executive Lounge อีกครั้งเพื่อจิบค็อกเทลแก้วโปรด (Evening Cocktails) เคียงคู่ขนมหวานและของว่างรสเลิศ ขณะเฝ้ามองพระอาทิตย์ดวงกลมโตสีส้มลาลับตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ

 

Gastronomic Journey

 

 

เรื่องกินที่โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ ถือเป็น The Must ที่สร้างชื่อเสียงในหมู่นักกินชาวกรุงอย่างมาก เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นที่ The Oasis ห้องอาหารนานาชาติที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างอ่อนโยนพร้อมวิวสวนสีเขียวสบายตา เมนูอาหารเช้าที่นี่ไม่ได้มีแค่อเมริกันเบรกฟาสต์ธรรมดา แต่ยังมีไลน์อาหารญี่ปุ่นที่หมุนเวียนเปลี่ยนเมนูไปทุกวันเพื่อความสดใหม่ โดยคัดสรรผักออร์แกนิกส่งตรงจากสวนผักสวนครัวของโรงแรมเอง

 

 

เข้าสู่มื้อกลางวัน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการไปเยือนห้องอาหารฮิโช (Hishou) ที่ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ ไม้ไผ่ และเสื่อทาตามิ เพื่อเล่าเรื่องราวของคำว่า ‘ฮิโช’ ที่แปลว่า ‘การโบยบิน’ ที่นี่เสิร์ฟเมนูต้นตำรับที่หาทานได้ยากมากในไทยอย่าง โอบันไซ (Obanzai Buffet) เมนูโฮมเมดสไตล์เกียวโตดั้งเดิม ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนคุณแม่ชาวญี่ปุ่นแท้ๆ มาปรุงให้ทานถึงบ้าน ในราคาน่ารักจนคุณต้องขยี้ตาว่านี่คือราคาห้องอาหารในโรงแรม 5 ดาวจริงๆ หรือ? (เริ่มต้นเพียง 520++ บาทเท่านั้น!)

 

 

ดินเนอร์ลับโดย Private Chef

 

 

ความเอ็กซ์คลูซีฟขั้นสุดยามค่ำคืน ต้องยกให้กับ Private Chef Dinner (Western x Japanese) ประสบการณ์ดินเนอร์สุดลับที่เปิดรับเพียง “1 กลุ่มต่อคืนเท่านั้น” โดยมีสองขุนพลเชฟใหญ่อย่าง เชฟธนู (Executive Chef) เชฟตะวันตกมือรางวัลระดับประเทศ และ เชฟปาล์ม (Japanese Executive Chef) เชฟอาหารญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นแท้ๆ ยังยอมรับ แท็กทีมกันมารังสรรค์คอร์สเมนูพิเศษเฉพาะคุณและคนสำคัญเสิร์ฟแบบส่วนตัวดูแลอย่างใกล้ชิด เปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำสุดล้ำค่าที่เงินก็ซื้อบรรยากาศแบบนี้จากที่ไหนไม่ได้

 

 

จังหวะชีวิตที่ลงตัว

 

สำหรับนักเดินทางยุคใหม่ที่จังหวะชีวิตและการทำงานแยกกันไม่ขาด Curve55 คือ Co-working Space & Cafe บริเวณล็อบบี้ที่มีชีวิตชีวา เหมาะแก่การมานั่งจิบเอสเพรสโซร้อนๆ นั่งทำงาน หรือละเลียดชุด Afternoon Tea ยามบ่าย ท่ามกลางบรรยากาศเรียบหรูแต่ผ่อนคลาย

 

 

หากต้องการยืดเส้นยืดสาย เพียงกดลิฟต์ไปที่ชั้น 6 สระว่ายน้ำกลางแจ้งสีครามและห้องซาวน่ารอต้อนรับอยู่ให้เราได้นอนอาบแดดชิลๆ หรือจะเลือกเบิร์นแคลอรีที่ฟิตเนสเซนเตอร์ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงก็ย่อมได้

 

และสำหรับใครที่มองหาสถานที่จัดงานอีเวนต์ระดับลักชัวรี ที่นี่มี Fuji Grand Ballroom ห้องประชุมขนาดมหึมาบนชั้น 4 ที่เชื่อมโยงกับที่จอดรถมากกว่า 400 คันอย่างสะดวกสบาย ความโดดเด่นคือจอ LED ขนาดยักษ์กว่า 110 ตารางเมตร ที่มีความคมชัดระดับ 4K สูงที่สุดในย่านนี้ ทุกรายละเอียดของการตกแต่งและชื่อห้องประชุมย่อย เช่น อุเมะ, ซากุระ, ซึบาสะ ล้วนสอดแทรกเรื่องราวของพรรณไม้รอบภูเขาฟูจิอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างน่ารักและแยบคาย

 

 

บทสรุปของการพักผ่อน

 

Hotel Nikko Bangkok ไม่ใช่แค่โรงแรมที่ให้เรามานอนค้างคืนแล้วจากไป แต่คือประตูลับที่พาคุณหลบหนีความวุ่นวายของชีวิตเมืองใหญ่ มาดื่มด่ำกับวัฒนธรรม ประสบการณ์ และการบริการที่ประณีตใส่ใจในทุกอณูแบบญี่ปุ่นขนานแท้

 

ใครกำลังมองหาสถานที่สำหรับ Staycation ครั้งต่อไป ที่ที่จะตามใจประสาทสัมผัสด้วยความหรูหราที่ผ่อนคลาย และเดินทางสะดวกสบายที่สุดใจกลางทองหล่อ...คำตอบรอทุกคนอยู่ที่นี่

ABOUT THE AUTHOR
HBKK

HBKK

Live Every Day

ALL POSTS