CF-Hotels พาเปิดหลังบ้าน 3 โรงแรมดังในกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนความยั่งยืนให้วัดผลได้จริง
CF-Hotels โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พาไปเจาะลึก 3 โรงแรมสีเขียวกับโมเดลจัดการสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้จริง และตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวยั่งยืนที่กำลังมาแรงทั่วโลก

การท่องเที่ยวยั่งยืน กำลังเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก ขณะที่นักเดินทางยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกที่พักที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ใช่เพียงในแง่ภาพลักษณ์ แต่ต้องสามารถแสดงผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นได้จริง

ภารกิจลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
แพลตฟอร์ม CF-Hotels หรือ Carbon Footprint Hotels โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงพาคณะสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม CF-Hotels Media Visit เยี่ยมชม 3 โรงแรม 3 สไตล์ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับประกาศนียบัตรด้านความยั่งยืนจาก CF-Hotels ประจำปี 2568 เพื่อเจาะลึกเบื้องหลังนโยบาย นวัตกรรม และระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถดำเนินการได้จริง ตั้งแต่โรงแรมระดับกลางอย่าง Modena by Fraser Bangkok โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Waldorf Astoria Bangkok ไปจนถึงโรงแรมสายเวลเนสอย่าง Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok

เบื้องหลังทั้งหมดเชื่อมโยงกับ CF-Hotels แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมและก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่พัก ซึ่ง ททท.พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการท่องเที่ยวไทย และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม

Modena by Fraser Bangkok
โรงแรมสีเขียวเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินให้เกิดประโยชน์
Modena by Fraser Bangkok เป็นโรงแรมระดับกลางที่ออกแบบภายใต้แนวคิดทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นคือการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Energy Recovery System) ผ่านการติดตั้ง “ระบบท่อดักลมเย็น” เพื่อหมุนเวียนพลังงานความเย็นที่เกิดจากระบบปั๊มความร้อนสำหรับผลิตน้ำร้อน กลับมาใช้ในระบบท่อส่งลมบริเวณลิฟต์ผู้เข้าพัก ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ โรงแรมยังติดตั้งระบบไฟส่องสว่างแบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ใช้หลอดไฟ LED และอุปกรณ์ประหยัดพลังงานในพื้นที่ต่างๆ ของอาคาร

ในส่วนของอาหาร Modena by Fraser Bangkok มีการปลูกผักสวนครัวเพื่อนำมาใช้ในห้องอาหาร ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งวัตถุดิบระยะไกล ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมการบริโภคอาหารสดใหม่ ขณะที่ของใช้ภายในห้องพักก็เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว พร้อมส่งเสริมให้ผู้เข้าพักลดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และมีระบบคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ

“สำหรับเรา ความยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากโปรเจกต์ใหญ่ ๆ แต่เริ่มจากคนของเรา พนักงานของเราในทุกๆ วัน ตั้งแต่การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ไปจนถึงการให้บริการด้วยความรับผิดชอบ” คุณปิยะลักษณ์ เพ็ญคุณาพร ผู้จัดการทั่วไป Modena by Fraser Bangkok กล่าว

Waldorf Astoria Bangkok
โรงแรมหรูหราที่มาพร้อมความรับผิดชอบ
Waldorf Astoria Bangkok โรงแรมระดับ 5 ดาว ใจกลางย่านราชประสงค์ ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ภายใต้กลยุทธ์ Travel with Purpose ของเครือฮิลตัน

หนึ่งในโครงการสำคัญคือการร่วมกับบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) ในโครงการ “เก็บกล่องสร้างบ้าน” โดยนำกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นแผ่นหลังคาสำหรับผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส ปัจจุบันโรงแรมได้ส่งมอบกล่องใช้แล้วกว่า 90,530 กล่อง
อีกด้านหนึ่ง โรงแรมยังร่วมมือกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประเทศไทย เพื่อนำอาหารส่วนเกินจากไลน์บุฟเฟต์ไปส่งต่อให้ชุมชน โรงเรียน และผู้ด้อยโอกาส ช่วยลดปัญหา Food Waste และสร้างประโยชน์ทางสังคม โดยสามารถบริจาคอาหารส่วนเกินได้แล้วกว่า 12.8 ตัน หรือคิดเป็นมากกว่า 50,000 มื้ออาหาร
ด้านพลังงาน โรงแรมติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมการเปิด-ปิดไฟและระบบปรับอากาศอัตโนมัติ รวมถึงเลือกใช้หลอดไฟ LED ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้กว่า 39% เมื่อเทียบกับปี 2567

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลและบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ รวมถึงเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน เช่น ไข่จากระบบ Cage-Free และปลาแซลมอนจากแหล่งประมงที่ยั่งยืน

“ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นแนวคิดสำคัญที่ถูกปลูกฝังอยู่ในวัฒนธรรมการทำงานของทีมงานทุกคน” คุณเซบาสเตียน พิซาโน ผู้จัดการทั่วไป Waldorf Astoria Bangkok กล่าว

Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok
โรงแรมที่ทำให้เรื่องสุขภาพและความยั่งยืนเดินไปด้วยกัน
Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok รีสอร์ตใจกลางถนนวิทยุ เลือกนำแนวคิดความยั่งยืนมาผสานเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่ Sleep Well, Eat Well, Meet Well และ Live Well
ในมิติ Sleep Well ห้องพักทุกห้องได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรอง Green Globe Certification พร้อมระเบียงส่วนตัวและหน้าต่างบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ

ด้าน Eat Well รีสอร์ตพัฒนาเมนูอาหารเพื่อสุขภาพและเมนูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมมือกับ Humane Society International ในการส่งเสริมเมนูมังสวิรัติและ Plant-based รวมถึงร่วมกับ Klimato ในการคำนวณ Food Carbon Footprint ของอาหารแต่ละเมนู นอกจากนี้ ยังสนับสนุนผลผลิตท้องถิ่นจากเกษตรกรไทย และร่วมมือกับมูลนิธิ SOS ประเทศไทย ในการส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพแก่ผู้ด้อยโอกาส
สำหรับ Meet Well ศูนย์ประชุม BDMS Connect Center ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED และ ASEAN MICE Venue Standard โดยออกแบบให้ใช้แสงธรรมชาติ ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ใช้หลอดไฟ LED และเลือกใช้พรมอัปไซเคิลที่ผลิตจากขวดพลาสติก PET รีไซเคิลกว่า 202,850 ขวด ขณะที่สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำสามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 45%
ในส่วนของ Live Well รีสอร์ตทำงานร่วมกับ BDMS Wellness Clinic เพื่อพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพครบครัน

นอกจากนี้ ยังลงทุนในเทคโนโลยีด้านพลังงานและทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความเย็นแบบ Magnetic Bearing Oil-Free ที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 60,000 หน่วยต่อเดือน หรือการปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำที่ช่วยประหยัดน้ำได้หลายพันลูกบาศก์เมตรต่อปี
ส่วนด้านการจัดการของเสีย รีสอร์ตร่วมมือกับ Corsair International ประเทศไทย นำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการอัปไซเคิลเป็นน้ำมันชีวภาพ โดยในปี 2568 สามารถผลิตน้ำมันชีวภาพได้ถึง 657 ลิตร ขณะที่ขยะอาหารถูกนำเข้าสู่ระบบผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ ช่วยลดปริมาณขยะอาหารได้ถึง 70% และเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นทรัพยากรที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
CF-Hotels เครื่องมือสำคัญสู่อนาคตการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
CF-Hotels หรือ Carbon Footprint Hotels เป็นโครงการที่ ททท. ริเริ่มตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมและก๊าซเรือนกระจกสำหรับธุรกิจโรงแรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และสอดคล้องกับแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
นอกจากช่วยให้โรงแรมสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว รวมถึงใช้ประกอบการขอรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนทั้งในประเทศและระดับสากล
ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบที่เติบโตขึ้นทั่วโลก ตัวอย่างจากทั้ง 3 โรงแรมสะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจโรงแรมยุคใหม่ ที่สามารถวัดผลได้จริง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
