เมื่อสิ้น “แสงสว่างประดุจเพชร”
ตลอด 47 พรรษาในพระชนม์ชีพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระเกียรติและพระราชกรณียกิจไว้มากมาย สมกับพระนาม “พัชรกิติยาภา” ที่ได้รับพระราชทานเมื่อแรกประสูติ ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ได้รับการสรรเสริญเป็นแสงสว่างประดุจเพชร
ทรงเป็นแสงสว่างให้กับผู้ที่ก้าวพลาด ติดอยู่ในความมืดมิดมากที่สุดในชีวิต ต้องถูกจองจำ ด้วย “โครงการกำลังใจ” โครงการที่เกิดจากความเชื่อมั่นในคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน ความเคารพในสิทธิมนุษยชน และความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือให้ผู้ที่เคยต้องโทษ ได้มีโอกาสได้กลับเข้ามาอยู่ในสังคม ได้ใช้ชีวิตในแสงสว่างอีกครั้งอย่างมีศักดิ์ศรี
โครงการกำลังใจ เน้นการฝึกอบรมทักษะต่างๆ เพื่อเตรียมให้ผู้ที่พ้นโทษ สามารถสร้างอาชีพ หาเลี้ยงตัวเองได้เมื่อพ้นโทษ รวมทั้งการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
ประกายแสงเล็ก ๆ สู่มาตรฐานสหประชาชาติฉบับแรกเพื่อผู้ต้องขังหญิง
จากโครงการเล็กๆ ในเมืองไทย ได้ขยายสู่ระดับนานาชาติ เมื่อพระองค์ทรงผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิงเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาแห่งสหประชาชาติ (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice) เมื่อปี พ.ศ. 2552
พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า เรือนจำทั่วโลกส่วนใหญ่ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ต้องขังชายเป็นหลัก ทำให้ผู้ต้องขังหญิงซึ่งมีความต้องการเฉพาะด้าน เช่น การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร และการดูแลสุขภาพ ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม จึงควรมีกฎเกณฑ์ที่คำนึงถึงความแตกต่างทางเพศโดยเฉพาะ
และนี่ได้นำมาสู่การที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับรอง “ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช้การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง” ในปี 2553 ซึ่งต่อมาถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “Bangkok Rules” เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทยและการผลักดันขององค์ท่าน และนับเป็นมาตรฐานสหประชาชาติฉบับแรกที่มุ่งคุ้มครองและตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก
แสงแห่งกำลังใจ
ชีวิตของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ จึงได้แสงสว่างอันอบอุ่นมาหล่อเลี้ยงให้ความหวัง ได้รับการดูแลสุขภาพและการปฏิบัติพิเศษโดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์และมีบุตรอ่อน มีพื้นที่ให้นมบุตรและดูแลเด็ก เจ้าหน้าที่ที่ดูแลต้องผ่านการฝึกอบรมให้เข้าใจความต้องการเฉพาะของผู้หญิง
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมมาตรการทางเลือกแทนการจำคุกสำหรับผู้กระทำผิดที่ไม่ได้มีเจตนาอาชญากรรมร้ายแรง โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านความยากจนหรือความรุนแรงในครอบครัว
แสงพระเกียรติแห่งราชวงศ์
นอกจากพระราชกรณียกิจในฐานะที่ทรงเป็นนักกฎหมาย ยังทรงมีพระราชภารกิจด้านอื่นมากมาย โดยเฉพาะการทหาร
ในปีพ.ศ. 2564 เมื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบวงสรวงเนื่องในเทศกาลตรุษจีน เป็นครั้งแรกที่ประชาชนได้เห็นพระองค์ทรงไว้พระเกศาสั้น ซึ่งในภายหลังพระองค์ได้ทรงเล่าว่าทรงมีพระเกศาหนามาก ดูแลยาก เมื่อต้องถวายงานในฐานะราชองครักษ์ ต้องทรงฝึกหนัก การตัดพระเกศาสั้นจึงคล่องตัวกว่ามาก และทำให้ประชาชนได้ตระหนักถึงพระราชภารกิจในด้านการทหาร

แม้จะมีพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า เป็นสตรี แต่ทรงสามารถฝึกอย่างหนักร่วมกับทหารทั่วไปได้เป็นอย่างดี และได้รับพระราชทานยศพลเอกหญิงเมื่อพ.ศ. 2564 และพลเอก (พิเศษ) หญิง ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ พ.ศ. 2568
“เพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่นำแสงแห่งกำลังใจไปสู่ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเสมอ ไม่ว่าจะเป็นครัวพระราชทานยามเกิดภัยพิบัติ ถุงยังชีพที่ส่งถือมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งแทบทุกครั้งพระองค์จะทรงลงครัว หรือประทับเรือนำถุงยังชีพไปพระราชทานถึงมือประชาชนด้วยพระองค์เอง
พระปรีชาสามารถด้านการกีฬา ทรงมีไม่น้อยเช่นกัน กีฬาขี่ม้า โปโล หรือวิ่งทั้งระยะสั้นและมาราธอนก็ทรงเข้าร่วมและมักเป็นผู้นำหน้ากลุ่มอยู่เสมอ
การฝึกสุนัขเป็นพระปรีชาอีกด้านหนึ่งที่ทรงทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยทรงโปรดสุนัขเป็นทุนเดิม และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ มีความแข็งแกร่งพอที่จะฝึกสุนัขตัวใหญ่แรงเยอะได้
สิ้นแสงสว่างประดุจเพชร
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประชวรหมดพระสติเนื่องจากพระอาการทางพระหทัย และประทับอยู่ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ทรงมีพระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี และสิ้นพระชนม์ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569
พระราชกรณียกิจและพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้คนตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ย่อมทำให้ยังทรงเป็น “ผู้ได้รับการสรรเสริญเป็นแสงสว่างประดุจเพชร” สมพระนาม “พัชรกิติยาภา” สืบไป
น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
Happeningbkk.com

