HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
“ความหลากหลายทางชีวภาพ” ไม่ใช่แค่เรื่องของป่า แต่เป็นอนาคตของเมือง ธุรกิจ และคน
by HBKK
25 พ.ค. 2569, 15:14
  116 views

เนื่องในวันความหลากหลายทางชีวภาพสากล (International Day for Biological Diversity) ที่ผ่านมา HappeningBKK มีโอกาสได้เข้าร่วม Workshop: Biodiversity Collage และวงพูดคุย Media Roundtable กับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าด้วยเรื่อง Biodiversity หรือความหลากหลายทางชีวภาพ ที่หลายคนอาจเคยได้ยินบ่อยขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าจริงๆ แล้วเกี่ยวอะไรกับชีวิตประจำวันของเรา

คำตอบคือ เกี่ยวโยงกันแทบทุกเรื่อง!!

เอาเป็นว่าตั้งแต่อากาศที่หายใจ อาหารที่กิน น้ำที่ใช้ ไปจนถึงเศรษฐกิจและธุรกิจในอนาคต ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกับระบบนิเวศที่กำลังเปราะบางขึ้นเรื่อยๆ

ปีนี้ วันความหลากหลายทางชีวภาพสากล ใช้ธีม “Acting locally for global impact” หรือการลงมือทำในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างผลลัพธ์ระดับโลก ซึ่งฟังดูแล้วก็เหมือนเป็นสิ่งที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ทำมาตลอดหลายสิบปี ผ่านแนวคิด “ปลูกคน ปลูกป่า” ที่ไม่ได้มองธรรมชาติแยกออกจากผู้คน แต่เชื่อว่าการฟื้นฟูป่าจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าคนในพื้นที่ยังไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีพอ

 

 

สิ่งที่เราชอบมากใน Workshop Biodiversity Collage คือการทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องที่จับต้องได้ ผ่านกิจกรรมที่ชวนให้เห็นว่าโลกธรรมชาติสัมพันธ์กับชีวิตเรามากกว่าที่คิด เช่น ถ้าความหลากหลายทางชีวภาพลดลง จะกระทบตั้งแต่ห่วงโซ่อาหาร ระบบน้ำ ภัยพิบัติ ไปจนถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจในอนาคต จะว่าพินาศแบบราพณาสูรก็ว่าได้

ตอนนี้ Biodiversity จึงไม่ได้เป็นแค่ประเด็นของนักอนุรักษ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของภาคธุรกิจทั่วโลก

ธรรมชาติพัง = ชีวิตเราสั่นคลอน

ในวง Media Roundtable มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พูดถึงการต่อยอดงานอนุรักษ์สู่ “ทุนธรรมชาติ” หรือ Natural Capital ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ทั้งในมิติของชุมชน สิ่งแวดล้อม และธุรกิจที่ต้องปรับตัวกับโลกยุค Climate Crisis

 

 

ตลอดกว่า 38 ปีของโครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย บนพื้นที่กว่า 91,779 ไร่ ไม่ได้แค่ฟื้นคืนผืนป่า แต่ยังกลายเป็นพื้นที่ที่พบพันธุ์ไม้กว่า 1,459 ชนิด และสัตว์ป่าอีกมากกว่า 1,177 ชนิด รวมถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า การพัฒนาเศรษฐกิจกับการรักษาธรรมชาติอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป

 

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ การพูดถึง Biodiversity Credit หรือ “เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ” ซึ่งอาจกลายเป็นกลไกเศรษฐกิจใหม่ในอนาคต คล้ายกับคาร์บอนเครดิตที่หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญ รวมถึงการผลักดันพื้นที่ดอยตุงสู่การเป็น OECM หรือพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตอนุรักษ์ ภายใต้เป้าหมายระดับโลก 30x30 ที่ต้องการปกป้องพื้นที่ธรรมชาติทั้งบนบกอย่างน้อย 30% และในน้ำอย่างน้อย 30% ภายในปี 2030

 

ฟังดูอาจเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก แต่จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะสุดท้าย Biodiversity ไม่ได้หมายถึงแค่ “สัตว์หายาก” หรือ “ป่าไกลเมือง” แต่หมายถึงคุณภาพชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้ รวมถึงอนาคตที่เราจะยังมีอากาศดีๆ น้ำสะอาด และอาหารที่ปลอดภัยหรือไม่

 

จบ Workshop และการแลกเปลี่ยนความรู้ครั้งนั้นทำให้เรารู้ว่าบางทีการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ อาจไม่ใช่การกู้โลกหรือช่วยบรรดาสรรพสัตว์อย่างที่หลายคนคิดกัน แต่เป็นการช่วยรักษาอนาคตของมนุษย์เองต่างหาก

ABOUT THE AUTHOR
HBKK

HBKK

Live Every Day

ALL POSTS