HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
บู้ซือ อาจอ : ศิลปินหญิงชาวอาข่าผู้เขียนชีวิตด้วยภาษาศิลปะ
by ปิ่นอนงค์ ปานชื่น
21 พ.ค. 2569, 01:01
  46 views

บู้ซือ อาจอ ศิลปินหญิงชาวอาข่า กับนิทรรศการ The Preservation of Fire ที่ Bangkok Kunsthalle และการใช้ศิลปะบอกเล่าวัฒนธรรมอาข่าที่กำลังเลือนหาย

ชื่อ “บู้ซือ” หมายถึง “คนไกล”
เด็กสาวชาวอาข่าที่อพยพลี้ภัยสงครามจากเมียนมาร์มาเชียงรายเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้เรื่องศิลปะแต่อย่างใด รู้แต่เพียงว่าการวาดรูปช่วยระบายความรู้สึกกดดันภายในใจได้เป็นอย่างดี 

บู้ซือ อาจ้อบู้ซือ ไม่รู้เลยว่าจากรูปวาดบนเศษกระดาษในวันนั้นจะพาเธอเดินทางไปสู่เส้นทางศิลปะในวันนี้ วันที่ผลงานของเธอได้ร่วมแสดงในเวทีระดับโลก เช่น  Singapore Biennale, Thailand Biennale, เทศกาล Bangkok Art Biennale (BAB 2024) และนิทรรศการเดี่ยว "The Preservation of Fire" ที่กำลังจัดแสดงอยู่ที่ Bangkok Kunsthalle ขณะนี้ (15 พ.ค. – 1 ธ.ค. 2569)

เรื่องราวของบู้ซือ คนไกล อาจไม่ได้บันทึกไว้ด้วยภาษาอาข่า เพราะชาติพันธุ์อาข่าไม่มีภาษาเขียน แต่บู้ซือได้เขียนเรื่องราวของเธอด้วยภาษาของศิลปะตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา และยินดีที่จะแบ่งปันบางช่วงบางตอนของชีวิตและศิลปะให้เราได้ทำความรู้จักกับ “คนไกล” ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

เด็กร่าเริงบนภูเขาสู่เด็กสาวในเมืองใหญ่

“บู้ซือเติบโตในหมู่บ้านบนดอยในเมียนมาร์ บ้านอยู่ใกล้กับแม่น้ำ ได้เล่นน้ำทุกวันทำให้เป็นเด็กร่าเริงอารมณ์ดี ทุกคนในหมู่บ้านนามสกุลเดียวกันคือ อาจอ พ่อมีที่ดินเยอะมากเราไม่เคยคิดว่าจะย้ายไปไหนเพราะว่าครอบครัวเราเกิดและโตที่นี่ 

สุดท้ายก็ต้องหนีเพราะถูกยึดที่ดิน ผู้หญิงในหมู่บ้านถูกรังแก พ่อมีแต่ลูกสาวพวกเราจึงต้องอพยพมาอยู่เชียงราย เรียกว่าเป็นกลุ่มที่มาช้าไปเพราะไม่เคยคิดว่าจะย้ายมา ทรัพย์สินโดนยึดหมดไม่มีเงินติดตัวมาเลย ทำให้ต้องลงมาในเมืองทำงานเป็นลูกจ้างขายส้มตำ ขายข้าวแกง ขายรองเท้า ขายก๋วยเตี๋ยว”

จากชีวิตที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สู่สังคมเมือง ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก

เจ๊เขาบอกว่าให้ไปหยิบโค้กมาให้หน่อย บู้ซือไม่รู้ว่าโค้กคืออะไร พอหยิบผิดเจ๊ก็ด่า เราก็เครียดมากพอเจอกระดาษเลยวาดรูป วาดไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่วาดเป็นรูปหน้าคนโศกเศร้า ตอนนั้นบู้ซือเหมือนเป็นโรคซึมเศร้าด้วย รู้สึกว่าโลกนี้มันน่าเบื่อ ไม่อยากมีชีวิตแล้ว อยากจะตาย"

ศิลปินอาข่า บู้ซือ อาจ้อ
 "กลืนเลือดกลืนเนื้อ" - แนวคิด ชีวิตของผู้คน ทุกวันนี้ มันมีเรื่อง อะไรไม่รู้ มากมาย วิ่งพุ่งเข้ามาชน เหมือนแสงแดด ที่ร้อนแรง จะขยับหนีก็ไม่ได้ ทำให้เรารู้สึก มากกว่าเข้าใจ  (ภาพจาก FB : Busui Ajaw)

จนวันหนึ่งคุณสยาม (สยาม พึ่งอุดม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสมุดไท โรงเรียนสอนศิลปะเด็กแห่งแรกๆของไทย) มากินข้าวแกงแล้วเห็นบู้ซือวาดรูปเยอะมาก เขาบอกว่าสวยดีนะแล้วขอซื้อรูปไป 200 บาท บู้ซือดีใจมากเพราะทำงานทั้งวันได้เงินร้อยเดียว 

จากนั้นก็วาดรูปเต็มห้องเลย เห็นอะไรก็วาด เพราะเราไม่มีเงินซื้อเฟรม ซื้อสี มีเศษผ้าเก่า ผ้าม่านเก่าๆก็วาดรูปลงบนนั้น พี่อังกฤษ (อังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปิน ภัณฑารักษ์ และเจ้าของอังกฤษแกลเลอรี่) มาเห็นเข้าบอกว่าที่บ้านมีผ้าเก่าเยอะมากเดี๋ยวส่งมาให้”

พอรูปวาดของบู้ซือมีจำนวนมากขึ้น อังกฤษจึงรวบรวมไปจัดแสดงที่อังกฤษแกลเลอรี่ ชั้นบนของร้านเจ๊สหรส ร้านเกาเหลาเลือดหมูชื่อดังของเขาในจังหวัดเชียงราย

ผ้าอาข่าที่นิทรรศการ Bangkok Kunsthalle
ผ้าปักอาข่า ที่เปรียบเสมือนบันทึกวิถีชีวิตของอาข่าตั้งแต่เกิดจนตาย

นิทรรศการศิลปะครั้งแรก

“ขายได้หมดดีใจมาก อาจารย์เทพศิริ สุขโสภา(ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2560) มาเห็นงานแล้วบอกว่าคนนี้วาดรูปดีมีอนาคตไกล อาจารย์ส่งสีมาให้และมาช่วยสอนเรื่องการผสมสี เพราะบู้ซือไม่รู้ว่าถ้าเอาสีแดงกับสีเหลืองมาผสมกันจะออกมาเป็นสีส้ม  

ส่วนคุณสยามซึ่งเป็นครูมาตลอดชีวิตก็ช่วยสอน แต่วิธีสอนของเขาสอนเหมือนไม่สอน อยากให้สนุกกับการวาดรูปมากกว่า บู้ซือได้เห็นหนังสือศิลปะที่เขาสะสมเห็นงานของปิกัสโซ่ทำให้รู้ว่างานศิลปะเป็นอย่างนี้นะ จากนั้นก็มาวาดรูปจริงจังและพัฒนาตัวเองจากหนังสือที่คุณสยามสะสมไว้”


นิทรรศการศิลปะครั้งแรก ทำให้บู้ซือได้เรียนรู้ว่าการทำงานศิลปะช่วยทำให้เกิดสมาธิ และช่วยบำบัดความตึงเครียด เศร้าหมองที่อยู่ในจิตใจออกไปได้

หลังจากได้มาวาดรูป บู้ซือก็ไม่ได้คิดเรื่องอยากตายอีกต่อไป” 

นิทรรศการศิลปะครั้งล่าสุด

จากภาพวาดรูปบุคคลที่สะท้อนความรู้สึกและอารมณ์ที่อยู่ภายใน บู้ซือพัฒนาฝีมือและแนวทางการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง 

“ยิ่งทำงานศิลปะยิ่งเข้าใจชีวิต ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีกิเลส รู้สึกถึงความว่างเปล่าทำให้หันมาสนใจเรื่องวัฒนธรรมอาข่ามากขึ้น ถ้าโลกยังไม่แตกลูกหลานต้องได้รู้ว่าปู่ย่าตายายของเขาอยู่กันมาอย่างไร” 

บ้านอาข่าในนิทรรศการ "The Preservation of Fire" ที่บางกอก คุนส์ฮาเลอ

ด้วยเหตุนี้บู้ซือจึงย้ายบ้านอาข่าที่เจ้าของบ้านกำลังจะรื้อทิ้งแล้วสร้างบ้านคอนกรีตหลังใหม่ขึ้นแทนที่ นำมาสร้างขึ้นใหม่บนชั้น 2 ของบางกอก คุนส์ฮาเลอ ในนิทรรศการครั้งล่าสุดที่มีชื่อว่า "The Preservation of Fire"เพื่อบอกเล่าถึงบ้านแบบดั้งเดิมของชาวอาข่าที่กำลังจะหายไปโดยมีค่านิยมในการสร้างบ้านสมัยใหม่เข้ามาแทนที่

นอกจากนี้ยังผ้าทอของชาวอาข่า ที่เปรียบเสมือนนำบันทึกที่บอกเล่าวิถีชีวิตของชาวอาข่าตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต มาจัดแสดงที่ชั้น 1 ของอาคาร

ผ้าอาข่าในนิทรรศการ "The Preservation of Fire" 

“บู้ซืออยากรักษาและจุดประกายให้เห็นความสำคัญของ “ราก” วัฒนธรรมของอาข่า บู้ซืออยากให้ลูกได้เห็นบ้านอาข่าแบบดั้งเดิมที่ปู่ย่าตายายเคยอยู่  ไม่อยากให้คนอาข่าลืมรากเหง้าของตัวเอง บู้ซือดีใจที่พี่ๆน้องๆชาวอาข่าที่ช่วยรื้อบ้านจากห้วยน้ำอุ่น เชียงราย มาสร้างใหม่ที่บางกอก คุนส์ฮาเลอ พวกเขาบอกว่าจะไม่รื้อบ้านเก่าของพ่อแม่ทิ้งแล้ว เพราะเขาได้เข้าใจและเห็นคุณค่าของบ้านที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของปู่ย่าตายาย และก็ดีใจที่ผู้เข้าชมนิทรรศการให้ความสนใจกับวัฒนธรรมของเรา”

Akha Artist บู้ซือ อาจ้อ
"แด่ความตายอันสวยงาม" -แนวคิด จงฉลองให้กับความตาย และอาลัยเศร้า กับการเกิด (ภาพจาก FB : Busui Ajaw)

ศิลปะ ธรรมะ และความว่างเปล่า

บู้ซือในวัยใกล้สี่สิบ และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะมานานร่วมยี่สิบปี หากมองย้อนกลับไปเธอบอกกับเราว่า

“ถ้าเราคิดแบบมนุษย์ทั่วไป ชีวิตสบายขึ้น ถ้ามองแบบธรรมะคือ เฉยๆ ไม่มีอะไรที่สวยหรู ดี รวย จน พร้อมที่จะเป็นความว่างเปล่า 

การทำงานศิลปะเหมือนกับการทำสมาธิ  เมื่อเรามองเห็นตัวเอง เราก็จะเห็นโลก เห็นธรรมชาติ เห็นผู้คน ทำให้เราไม่ยึดมั่นถือมั่น มันก็เป็นแค่เรื่องราวของอดีต เป็นแค่ชีวิต”

แต่เราเชื่อว่าบทสนทนานี้น่าจะทำให้เราได้รู้จักผู้หญิงชื่อบู้ซือที่หมายถึงคนไกลได้ใกล้ชิดกว่าที่ผ่านมา

 

 #บู้ซืออาจอ #BusuiAjaw #AkhaArtist #BangkokKunsthalle #ThePreservationOfFire #ContemporaryArtThailand #OffTheRadar

ABOUT THE AUTHOR
ปิ่นอนงค์ ปานชื่น

ปิ่นอนงค์ ปานชื่น

เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน มัน ขม ชื่นชมในทุกรสชาติของอาหารและชีวิต

ALL POSTS