นักวิทยาศาสตร์จุฬาฯ คว้าทุนโลก วิจัย “แช่แข็งไข่ปะการัง” ความหวังใหม่กู้วิกฤตทะเลไทย
นักวิทยาศาสตร์จุฬาฯ คว้าทุนระดับโลก เดินหน้าวิจัย “แช่แข็งไข่ปะการัง” ความหวังใหม่ฟื้นฟูแนวปะการังไทย ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อนและการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศทางทะเล
ปะการัง คือหัวใจของระบบนิเวศทางทะเล ทั้งยังเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนชายฝั่งและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่การฟื้นฟูปะการังให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เพียงต้องใช้เวลา แต่ยังต้องอาศัยองค์ความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในยุคที่ปะการังไม่ได้เผชิญแค่ภาวะฟอกขาว หากยังรวมถึง “ความสามารถในการสืบพันธุ์ที่ลดลง” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ
ในปัจจุบัน การฟื้นฟูปะการังมีทั้งการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Fragmentation) ซึ่งทำได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำ และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มอัตราการรอดของตัวอ่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้า ทั้งการผสมพันธุ์ปะการังในห้องปฏิบัติการ และความสำเร็จในการแช่เยือกแข็งสเปิร์มปะการัง

ความก้าวหน้านี้ต่อยอดสู่หมุดหมายใหม่ เมื่อ ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ กลายเป็นคนไทยคนแรกและหนึ่งใน 7 นักวิทยาศาสตร์ของโลกที่ได้รับรางวัล Pew Marine Fellowship 2026 พร้อมทุนสนับสนุนเพื่อเดินหน้าวิจัย “การแช่แข็งไข่ปะการัง” ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จมาก่อน
ดร.สุชนา อธิบายว่า งานวิจัยไม่สามารถให้ผลลัพธ์เชิงใช้งานได้ทันทีในระยะสั้น แต่มีคุณค่าในระยะยาว งานวิจัยปะการังที่เริ่มต้นมากว่า 20 ปีก่อน เคยถูกมองว่าไกลตัว ทว่าปัจจุบันกลับกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการอนุรักษ์
เมื่อเปรียบเทียบวิธีการฟื้นฟู
- การปักชำกิ่งปะการัง แม้ทำได้ง่าย แต่มีข้อจำกัดด้านพันธุกรรม
- การสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ มีอัตรารอดเพียง 0.001%
- การผสมในห้องเพาะ เพิ่มอัตรารอดเป็น 50%

ก้าวสู่ “Frontier Research” ของโลก
ทุนจากองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลก The Pew Charitable Trusts มูลค่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ระยะเวลา 3 ปี) ไม่เพียงสนับสนุนการวิจัย แต่ยังเปิดโอกาสให้เข้าร่วมเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลระดับนานาชาติ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 200 คนทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการแช่แข็งสเปิร์มปะการังร่วมกับนักวิจัยไต้หวัน ขณะที่ “การแช่แข็งไข่ปะการัง” ยังคงอยู่ในขั้นทดลอง และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายประเทศและหลายสาขาวิชา ซึ่งหากสำเร็จ จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์ปะการังท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน
นอกจากนี้ แนวทางของ Pew ยังให้ความสำคัญกับ “การมีส่วนร่วมของสังคม” ไม่ใช่เพียงการสร้างความรู้ แต่รวมถึงการให้ชุมชนมีบทบาทในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
ขยายองค์ความรู้สู่ภาคปฏิบัติ
งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากความร่วมมือกับกองทัพเรือ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเริ่มที่แสมสารเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และปัจจุบันได้ขยายสู่ฐานทัพเรือทับละมุ จังหวัดพังงา และเกาะสมุย
ศูนย์เพาะเลี้ยงแสมสารสามารถผลิตปะการังได้ราว 3,000 ต้นต่อปี เพียงพอต่อการฟื้นฟูในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยยังถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมแก่หน่วยงานและผู้สนใจ เพื่อขยายผลอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการเพาะเลี้ยงต้องเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเซลล์สืบพันธุ์ที่แข็งแรง และควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการสร้างความเครียดต่อปะการัง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของการสืบพันธุ์
สถานการณ์ปะการังไทย: ความเสี่ยงที่ยังต้องเฝ้าระวัง
ประเทศไทยมีแนวปะการังรวมกว่า 149,182 ไร่ แต่จากการสำรวจล่าสุด พบว่าพื้นที่บางแห่ง เช่น เกาะหนู-เกาะแมว มีอัตราการตายสูงถึง 50–60% จากผลกระทบน้ำจืดและตะกอนหลังน้ำท่วมใหญ่
แม้ทะเลอันดามันตอนบนยังคงมีความสมบูรณ์ แต่ก็เริ่มพบสัญญาณผิดปกติ เช่น การเปลี่ยนสีของเนื้อเยื่อ ร่องรอยการกัดกิน และการเจาะไช ซึ่งอาจพัฒนาเป็นโรคในอนาคต
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าสำรวจ ร่วมมือกับภาคเอกชน และใช้ข้อมูลวงจรการสืบพันธุ์เพื่อวางแผนฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ
#EcoLife #ปะการัง #วิจัยไทย #MarineScience #CoralReef #ClimateChange #Sustainability
