HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
20 ปี "Earth Hour" ปิดไฟให้โลกได้พัก(บ้าง)
by Ohnabelle
27 มี.ค. 2569, 16:24
  93 views

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคมนี้ 1 ชั่วโมงเต็มระหว่าง 20.30-21.30 น. เราจะพร้อมใจกันปิดไฟกันอีกครั้ง ให้โลกได้พักสักครู่ ในกิจกรรม Earth Hour  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 20 แล้ว  เราชวนคุณมาย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของกิจกรรมนี้กัน

 

 

เรื่องของวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องของเรา

จริงๆ แล้ว ประเด็นเรื่องโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการเริ่มพูดถึงกันตั้งแต่เมื่อ 50 ปีมาแล้วในช่วงทศวรรษที่ 70  ซึ่งในช่วงนั้นผลกระทบที่มีต่อธรรมชาติและผู้คนยังไม่ได้เห็นชัดเจนและรุนแรงเท่าที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่คนทั่วโลกก็ยังก้ำกึ่งระหว่างยอมรับกับปฏิเสธว่าปัญหานี้เกิดจากมนุษย์

 

จนกระทั่งสารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth ออกฉายในปี 2549 และได้รับรางวัลออสการ์ด้วย ทำให้นักดูหนังและคนจำนวนมากเริ่มตระหนักและยอมรับว่า การที่น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูง เกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม ภัยแล้ง สัตว์หลายชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์มากขึ้น ล้วนเป็นข้อพิสูจน์ว่าโลกร้อนขึ้นจริงๆ และสาเหตุสำคัญก็คือมนุษย์ที่ใช้ทรัพยากรของโลกกันอย่างไม่ยั้ง แถมสารคดีเรื่องนี้ยังให้แนวทางแก้ไขด้วยว่า ถ้าทุกคนร่วมมือกันจริงจัง ไม่ว่าจะประหยัดพลังงาน หันไปใช้พลังงานสะอาด เราจะสามารถร่วมกันบรรเทาปัญหานี้ได้

 

การเล่าเรื่องง่ายๆ ในรูปแบบสารคดีที่มีภาพมีกราฟิกดูง่ายประกอบ ช่วยเปลี่ยนมุมมองของคนที่เคยคิดว่าโลกร้อนเป็นแค่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ และหันมาตระหนักว่า นี่คือเรื่องของสังคม ที่เราทุกคนมีส่วนสร้างปัญหา เราจึงต้องเป็นผู้แก้ปัญหานั้นเอง

 

 

จากซิดนีย์สู่ทั่วโลก

นักคิดและนักสื่อสารกลุ่มหนึ่งที่นำโดย แอนดี้ ริดลีย์ ได้ก่อตั้ง Earth Hour โดยร่วมมือกับ WWF ออสเตรเลีย  ลีโอ เบอร์เน็ต และแฟร์แฟ็กซ์ มีเดีย  ร่วมกันจัดกิจกรรมเล็กๆ แต่สร้างพลังยิ่งใหญ่ ให้คนนับล้านคนได้ส่งเสียงบอกรัฐบาลที่ยังรี ๆ รอ ๆ อยู่ ว่าประชาชนอย่างพวกเขารู้ปัญหาและพร้อมจะร่วมกันแก้ไข

 

กิจกรรม Earth Hour จึงเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2550 ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  ซึ่งแม้จะเป็นครั้งแรกแต่ก็มีคนถึง 2.2 ล้านคนเข้าร่วมปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งถึงแม้ว่าจะลดการใช้พลังงานได้บ้าง แต่ที่สำคัญคือเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง ให้ได้เห็นว่าเมื่อทุกคนร่วมมือกัน เราจะลดการเบียดเบียนโลกได้ชัดเจน แม้ว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นเรื่องเล็กๆ แค่กดสวิตช์ปิดไฟเท่านั้น

 

จากวันนั้นเป็นต้นมา กิจกรรม Earth Hour ได้ขยายวงไปอย่างต่อเนื่องครอบคลุมคนใน 190 ประเทศและดินแดนต่างๆ ทั่วโลก สถานที่สำคัญระดับโลกหลายแห่งต่างเข้าร่วมกิจกรรมนี เช่น หอไอเฟล ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  โคลอสเซียมในกรุงโรม ประเทศอิตาลี  โอเปร่าเฮ้าส์ ที่ซิดนีย์ และสำหรับในประเทศไทยแลนด์มาร์คสำคัญอย่างพระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร  เสาชิงช้า และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ภูเขาทอง  รวมถึงห้างร้าน ศูนย์การค้า สถานที่สำคัญหลายแห่งก็เข้าร่วมกิจกรรมนี้เช่นกัน 

 

พลังเสียงของคนทั่วโลกนี้สะท้อนให้เห็นว่าในที่สุด มนุษย์ก็ตระหนักถึงปัญหา และพยายามหาทางให้โลกได้พักบ้าง  นอกจากนี้ Earth Hour ยังได้มีบทบาทสร้างการรับรู้และกระตุ้นการลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

 

 

Earth Hour เราทำอะไรได้บ้าง?

แน่นอนว่า ปิดไฟ เป็นกิจกรรมหลัก หรือหาทางลดการใช้ทรัพยากรของโลก หรือประหยัดพลังงานในทุกรูปแบบก็ได้เช่นกัน

 

นอกจากนี้เรายังสามารถแสดงพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้ด้วยกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ได้มากมาย โดยไม่ต้องรอทำใน 1 ชั่วโมงพิเศษนี้ เช่น ปลูกต้นไม้ หัดแยกขยะ ใช้เวลากับธรรมชาติ ทำกิจกรรมที่ส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติหรือความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ เพื่อหาโอกาสนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

 

...ทุกชั่วโมงมีความหมาย และทุกการกระทำรวมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

ABOUT THE AUTHOR
Ohnabelle

Ohnabelle

Work hard, Eat harder ศิษย์เก่าออสเตรเลียแต่วนเวียนกับเรื่องสวิตเซอร์แลนด์

ALL POSTS