อิทธิกร เทพมณี จากนักวิเคราะห์การเงินสู่ผู้บุกเบิกโปรตีนจากแมลง เมื่อรายงานวิกฤตอาหารโลกเปลี่ยนเส้นทางชีวิต
จากนักวิเคราะห์การเงินที่เคยอ่านรายงานวิกฤตอาหารโลกของ FAO สู่การสร้างธุรกิจขนมน้องหมาจากโปรตีนแมลง โด่ง อิทธิกร เปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นทรัพยากรใหม่ ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
ใครที่เป็นทาสน้องหมาก็มักให้ความสำคัญกับโภชนาการของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหลัก ขนม หรืออาหารเสริมต่างๆ และจะยิ่งดีขึ้นไปอีก ถ้าอาหารเหล่านั้นไม่เพียงดีต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง แต่ยังดีต่อโลกด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ใจกล้า (Jaikla) แบรนด์ขนมน้องหมาโปรตีนสูงจากแมลง กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่ม Dog Lovers มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเบื้องหลังขนมชิ้นเล็กๆ นี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องโภชนาการ แต่ยังเกี่ยวข้องกับอนาคตของระบบอาหารโลกและการจัดการ ขยะอาหาร (food waste)
จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด มาจากคำถามง่ายๆ ของ โด่ง – อิทธิกร เทพมณี
“วิกฤตอาหารโลกจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า”
ในตอนนั้น โด่งทำงานเป็นนักวิเคราะห์การเงิน หลังเรียนจบ MBA ด้านการเงิน และเดินตามรอยพ่อกับพี่ชายที่อยู่ในสายอาชีพเดียวกัน แต่เมื่อทำงานมาได้ประมาณ 5-6 ปี เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ใน comfort zone มากขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยความที่เป็นคนชอบมองหาโอกาสใหม่ๆ โด่งจึงชอบอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับ Thematic Investment หรือธีมการลงทุนในอนาคต และวันหนึ่งก็ไปเจอรายงานของ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่พูดถึงความเสี่ยงของ Food Crisis
ตอนแรกเขาไม่ได้คิดว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบ เพราะเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก แต่เมื่ออ่านลึกลงไปก็พบว่า ประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้น คนชั้นกลางก็เพิ่มขึ้น และรูปแบบการบริโภคโปรตีนก็สูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ซัพพลายอาหารทั่วโลกอาจไม่เพียงพอในอนาคต
FAO เสนอแนวทางไว้ 2 ทางหลัก คือ โปรตีนจากพืช (plant-based protein) และ โปรตีนจากแมลง (insect-based protein)
โด่งมองว่า โปรตีนจากพืชมีคนทำอยู่ทั่วโลก แต่โปรตีนจากแมลงยังมีผู้เล่นไม่มาก และประเทศในเขตร้อนชื้นอย่างไทยกลับมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ เพราะแมลงเติบโตได้ดีในภูมิอากาศแบบนี้
นั่นทำให้เขาเชื่อว่า โปรตีนจากแมลงอาจเป็นธุรกิจแห่งอนาคต
แม้ในตอนนั้นเขาจะยังไม่มีความรู้เรื่องแมลงเลยแม้แต่น้อยก็ตาม
สร้างฮีโร่ตัวเล็กจากอาหารเหลือทิ้ง
เมื่อมองย้อนกลับไป โด่งยอมรับว่า การตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาเริ่มธุรกิจใหม่แทบจะเป็นการกระโดดออกจากชีวิตเดิมแบบกะทันหัน
เขาออกจากงานที่มั่นคงและมีรายได้ดี เพื่อมาเริ่มต้นสิ่งใหม่โดยยังไม่มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน สิ่งเดียวที่มีคือความเชื่อจากการวิเคราะห์ข้อมูลว่า โปรตีนจากแมลงจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตในอนาคต
“ผมเริ่มจากการมองโอกาสทางธุรกิจ ถ้าไม่มีโอกาสก็คงไม่ทำ และมันยังเป็นธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกด้วย แต่คนส่วนใหญ่จะมองข้าม เพราะรู้สึกขยะแขยง หรือดูไม่ศิวิไลซ์ที่จะต้องไปคุ้ยขยะอาหารเพื่อเลี้ยงแมลง” เขาเล่า
ทั่วโลกมีแมลงเพียง 6 สายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้ผลิตอาหารสัตว์ได้ และโด่งเลือก Black Soldier Fly (หนอนแมลงโปรตีน ตระกูลเดียวกับหนอนแมลงวันลาย) มีความสามารถกินขยะอินทรีย์ได้หลากหลายชนิด เช่น ขยะอาหาร และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีน พลังงาน โอเมก้า 3,6,9 มีกรดอะมิโนครบถ้วน
นอกจากนั้น แมลงยังมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น antimicrobial peptides ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรค จึงถือเป็น functional protein ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง
แต่ปัญหาคือ แมลงชนิดนี้กลับหาได้ยากในกรุงเทพฯ

โด่งพยายามถามผู้เชี่ยวชาญด้านแมลง หรือ นักกีฏวิทยา (Entomologist) จากหลายมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังไม่มีใครคุ้นเคยกับสายพันธุ์นี้มากนัก สุดท้ายเขาต้องเข้าไปศึกษาข้อมูลจากเว็บบอร์ดต่างประเทศ จึงพบว่าแมลงชนิดนี้มักอยู่ตามพื้นที่ป่า
บังเอิญว่าคุณพ่อมีบ้านอยู่ที่จังหวัดลำพูน เขาจึงเริ่มตระเวนหาตามชุมชนต่างๆ จนพบแมลงชนิดนี้ และนำกลับมาเลี้ยงในกรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นจาก ฟาร์มเล็กๆ หลังบ้าน
แม้ว่าพ่อแม่จะรู้สึกประหลาดใจที่เห็นลูกชายเอาทั้งแมลงและขยะอาหารเข้ามาในบ้าน แต่สุดท้ายก็เปิดโอกาสให้เขาได้ลองทำในสิ่งที่ตั้งใจ
จากขยะอาหารสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
ปัจจุบัน ใจกล้าเติบโตไปพร้อมกระแสความสนใจเรื่องความยั่งยืน โดยใช้แนวคิด circular economy เปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นทรัพยากรใหม่
ทีมงานของ Jaikla ออกไปรับ ขยะอาหารจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และกูร์เมต์ มาร์เก็ต รวมกันประมาณ 5 ตันต่อเดือน
โด่งเล่าว่า ในช่วงแรกต้องทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างหนัก เพื่อให้แต่ละแห่งช่วยคัดแยกเศษอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว และขนมปัง
“จริงๆ ยังมีอีกหลายแห่งที่อยากให้เราไปรับขยะอาหาร แต่เราต้องบริหารปริมาณให้สอดคล้องกับการผลิต” เขาบอก
ในแง่การเลี้ยงแมลงนั้นแทบไม่มีข้อจำกัด
“ฝั่งการเลี้ยงแมลงไม่มีปัญหา จะเลี้ยงมากแค่ไหนก็ได้ ยิ่งตลาดโตเท่าไร เราก็ยิ่งช่วยกำจัดขยะอาหารได้มากขึ้นเท่านั้น”
เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์
ในช่วงแรก โด่งต้องใช้เงินเก็บของตัวเอง ทั้งการขายกองทุน LTF และเครื่องดนตรี เพื่อนำมาลงทุนทดลองเลี้ยงแมลงและพัฒนาผลิตภัณฑ์
กว่าจะผลิตออกมาเป็น ขนมน้องหมาจากโปรตีนแมลง ได้จริง ใช้เวลานานเกือบหนึ่งปี
เพราะเป็นสินค้าที่ใหม่มากในตลาด เขาจึงเริ่มเดินสายเข้าประกวดในเวทีธุรกิจต่างๆ เพื่อหาเงินทุนและเครือข่าย เช่น โครงการ “ออมสิน จากร้อยสู่เงินล้าน” และ Banpu Champions for Change (BC4C)
ต่อมา Jaikla ยังคว้ารางวัลจากรายการ Win Win WAR Thailand Season 6 และได้รับการสนับสนุนจาก TED Fund ซึ่งช่วยให้สามารถทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้จริง
บริษัทได้เข้าร่วม Space-F ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ FoodTech ระดับโลกแห่งแรกของไทย และยังติด 1 ใน 10 สตาร์ทอัพจากโครงการของ Hong Kong Science and Technology Park
ปัจจุบัน Jaikla ส่งออกสินค้าไปยัง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
ธุรกิจที่ยังต้องสร้างความเข้าใจ
แม้ว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ โปรตีนจากแมลงยังต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับผู้บริโภค
“หลายคนยังไม่เปิดใจ เพราะรู้สึกขยะแขยงว่ามันทำจากหนอนแมลงที่กินเศษอาหาร” โด่งยอมรับ
บางครั้งสิ่งนี้ก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อย โดยเฉพาะในเรื่องการเข้าถึงเงินทุน
เขาเล่าว่า กองทุนในประเทศไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับธุรกิจประเภทนี้มากนัก ต่างจากหลายประเทศในยุโรปที่มีการลงทุนอย่างจริงจัง เช่น บริษัท Protix จากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากจนกลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตส่วนผสมจากแมลงสำหรับอาหารสัตว์และอาหารคน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องบริหารธุรกิจแบบ lean ให้มากที่สุด
“ผมพยายามทำให้ธุรกิจ lean ที่สุด บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ”
ก้าวต่อไปของ “ใจกล้า”
จริงๆ แล้วในช่วงแรกแบรนด์ใช้ชื่อว่า Laika ซึ่งตั้งตามชื่อน้องหมาที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศกับดาวเทียมสปุตนิกของรัสเซียในปี 1957
แต่เมื่อเตรียมส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ กลับพบว่าชื่อนี้ถูกจดทะเบียนไปแล้ว จึงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ และสุดท้ายก็กลายมาเป็น Jaikla – ใจกล้า
ชื่อที่เจ้าของแบรนด์ชอบมากจนเรียกตัวเองเล่นๆ ว่า “โด่ง ใจกล้า”
ปัจจุบันเขาพยายามเล่าเรื่องราวของแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดียด้วยตัวเอง เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ของคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและสัตว์เลี้ยง ซึ่งเขาเรียกว่า “ใจกล้าฮีโร่”
นอกจากการออกบูธตามงานต่างๆ เพื่อพบปะกับคนรักสัตว์แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมพาน้องหมาไปเที่ยวธรรมชาติ พร้อมแทรกความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไปด้วย
สำหรับแผนในอนาคต Jaikla กำลังพัฒนาขนมสำหรับน้องหมาพันธุ์เล็ก และอาหารสำหรับสุนัขวัยผู้ใหญ่ รวมถึงปรับสูตรให้รสชาติคุ้นเคยกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
“ถึงอย่างไร ผมก็จะสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด และอยากยกระดับการเลี้ยงแมลงให้กลายเป็นฮีโร่โปรตีนแห่งอนาคต และหวังว่าจะมีพันธมิตรและใจกล้าฮีโร่เข้ามาร่วมกันเปลี่ยนโลก”
เพราะสำหรับเขาแล้ว ขนมน้องหมาชิ้นเล็กๆ เหล่านี้ อาจเป็น อีกก้าวเล็กๆ ของการแก้ปัญหาขยะอาหาร และอนาคตของระบบอาหารโลก

