HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
อาการปวดไหล่ ยกแขนขึ้นไม่สุด สัญญาณเตือนภาวะไหล่ติด
by HappBKK
7 พ.ย. 2562, 02:54
  221 views

        เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น มักเกิดปัญหาเกี่ยวกับข้อตามมา ร่างกายเกิดความเสื่อม หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นกับข้อ เช่น ข้อแตก ข้อหัก ร่างกายจะดึงแคลเซียมออกมาเพื่อไปซ่อมแซมกระดูกส่วนที่เสื่อมนั้น อาทิ บริเวณข้อต่างๆ รวมถึงข้อไหล่ จนเกิดเป็นหินปูนหรือแคลเซียมเกาะกระดูก ( (Calcific Tendonitis) ส่งผลให้กลายเป็นกระดูกงอกทับเส้นเอ็นข้อไหล่๖(Impingement syndrome) ทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน ซึ่งหากมีความผิดปกตินี้เกิดขึ้นที่บริเวณข้อไหล่ อย่าวางใจปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อเร่งรักษา

        นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์  เปิดเผยว่า อาการปวดไหล่เป็นปัญหาที่พบได้มากและบ่อยขึ้น โดยอาจเกิดเป็นครั้งคราวหรือเรื้อรัง หากมีอาการปวดไหล่ระหว่างเอื้อมหยิบของจากที่สูง เอื้อมมือไปรูดซิบด้านหลังเสื้อไม่ได้ ล้วงกระเป๋ากางเกงด้านหลังลำบาก ยกแขนเพื่อสวมเสื้อผ่านทางศีรษะไม่ได้ หรือ ยกแขนขึ้นสระผมตัวเองลำบาก ฯลฯ เป็นสัญญาณอันตรายเสี่ยงภาวะไหล่ติด ซึ่งสาเหตุเกิดจากเส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบ เกิดการบวมและหนาตัวขึ้นเมื่อยกแขนหรือไขว้มือด้านหลังจะทำให้เส้นเอ็นถูกยืดและกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดจนผู้ป่วยไม่กล้ายกแขนขึ้นเหนือศีรษะหรือเคลื่อนไหวหัวไหล่ ซึ่งยิ่งหลีกเลี่ยงจะยิ่งทำให้เอ็นรอบข้อไหล่หนาตัวมากขึ้นองศาการเคลื่อนไหวจะน้อยลงและหากไม่ใช้แขนข้างที่เป็นไหล่ติดเป็นเวลานานกล้ามเนื้อแขนข้างนั้นจะฝ่อลีบลง

        ภาวะไหล่ติดมักพบในผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 ถึง 60 ปี โดยเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุที่หัวไหล่ แขนหัก ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดที่หัวไหล่ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งมีแนวโน้มเกิดอาการไหล่ติดมากเป็น 2 เท่าของคนปกติ

อาการภาวะไหล่ติด

        นายแพทย์สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวว่า อาการของภาวะไหล่ติด แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 มีอาการเจ็บหรือปวดขณะเคลื่อนไหวหัวไหล่และปวดมากขึ้นเมื่อพยายามยกแขนขึ้นเหนือศีรษะแต่ยังไม่รู้สึกถึงภาวะข้อไหล่ติดโดยเป็นมากในเวลากลางคืนและเวลาล้มตัวนอน
  • ระยะที่ 2 อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง ข้อไหล่ติดแข็ง การเคลื่อนไหวของหัวไหล่ลำบาก รู้สึกตึงรั้งกล้ามเนื้อรอบๆหัวไหล่จนถึงต้นคอ
  • ระยะที่ 3 การเคลื่อนไหวของข้อไหล่น้อยลง จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่เมื่อถึงระยะที่ไหล่ติดมากๆ ร่างกายจะเริ่มฟื้นฟูอาการไหล่ติดจะค่อยๆลดลง

        โดยปกติอาการไหล่ติดสามารถหายได้เองภายใน 2 – 3 ปี แต่สร้างความลำบากต่อการใช้ชีวิตและทำให้รู้สึกทรมานจากอาการปวด จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้อาการหายไปได้เอง การรักษาจะรักษาตามอาการ โดยระยะที่ 1 จะให้ทานยาหรือฉีดยา ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ใช้วิธีกายภาพบำบัดภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพบำบัด ทั้งนี้หากอาการรุนแรงและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลนานกว่า 6 เดือน แพทย์อาจจะรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งการรักษาภาวะไหล่ติดมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ข้อไหล่ขยับได้มากขึ้น ลดอาการเจ็บปวด ลดการยึดของข้อไหล่ และผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

แนวทางรักษา

        น..นพ.พรเทพ ม้ามณี  ศัลยแพทย์ด้านการผ่าตัดผ่านกล้องข้อเข่าและข้อไหล่ และแพทย์เวชศาสตร์การกีฬา ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย (BASEM) โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) หรือ FIFA MEDICAL CENTRE OF EXCELLENCE กล่าวถึงการรักษาว่าแบ่งออกเป็น 

  1. ไม่ต้องผ่าตัด สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยมีกระดูกงอกทับเอ็นข้อไหล่ในระยะเริ่มต้น และไม่มีอาการของข้อไหล่ฉีกขาดร่วมด้วย โดยจะใช้วิธีทานยา ฉีดยา หรือทำกายภาพบำบัด ร่วมกับลดกิจกรรมที่กระทำต่อข้อไหล่ ออกกำลังกายเพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อฝ่อตัวจากการไม่ได้ใช้งาน บางรายใช้เวลาในการรักษาไม่นาน บางรายรักษาไม่หายทนทรมารต่อความเจ็บปวด หากทำทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้นอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด
  2. การผ่าตัดผ่านกล้อง ปัจจุบันวิวัฒนาการทางด้านการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้นทำให้การผ่าตัดไม่น่ากลัวเหมือนในอดีต เทคโนโลยีการรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery : MIS) ปัจจุบันถือป็นมาตรฐานการรักษาโรคข้อไหล่ที่ยอมรับทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระดูกงอกทับเอ็นข้อไหล่ ร่วมกับมีปัญหาเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดร่วมด้วย ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง เสียเลือดน้อย โอกาสติดเชื้อหลังผ่าตัดต่ำ และลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเปิดแบบในอดีต เทคโนโลยี MIS ผ่าตัดผ่านกล้องยังสามารถกรอกระดูกที่งอกกดทับเอ็นข้อไหล่ ผ่าตัดแต่งเนื้อเอ็นที่ขาดให้เรียบ และเย็บซ่อมเอ็นหุ้มข้อไหล่ที่ฉีกขาด ถือเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยคนไข้สามารถทำกายภาพขยับไหล่ได้ตั้งแต่วันแรกหรือวันที่สองหลังผ่าตัด ลดการบาดเจ็บจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดแผลกว้างเพื่อเข้าไปเย็บเส้นเอ็นเล็กๆ เส้นเดียวที่หัวไหล่ ซึ่งกว่าแผลจะหายและคนไข้เริ่มขยับได้ต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์ ขณะที่การผ่าตัดผ่านกล้องจะเป็นเพียงการเจาะรูเล็กๆ เพื่อส่องกล้องเข้าไปกรอกระดูกที่งอกบริเวณที่เกิดปัญหาได้อย่างตรงจุด คนไข้รักษาตัวในโรงพยาบาลไม่นาน ฟื้นตัวไว ข้อไหล่กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
  3. ยังมีการรักษาด้วยคลื่นกระแทกความถึ่สูง (Radial shockwave) เป็นเครื่องบำบัดรักษาอาการเจ็บปวดจากการอักเสบและมีการสะสมของหินปูนที่เอ็นกล้ามเนื้อไหล่ เพิ่มประสิทธิภาพในการสลายแคลเซียม และเพิ่มกระบวนการไหลเวียนเลือด คลื่นกระแทกสามารถส่งผ่านจากภายนอกร่างกายเข้าไปยังตำแหน่งเป้าหมาย ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณไหล่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวข้อไหล่ให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้เร็วขึ้น

ป้องกัน เพื่อลดการเกิดภาวะกระดูกงอกทับเส้นเอ็นข้อไหล่ได้โดย

  1. ไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลไปถึงข้อต่างๆ
  2. รับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วน โดยเฉพาะโปรตีน พืชผัก ผลไม้
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายแบบเต้นหรือแกว่งแขนไปมา เนื่องจากอาจทำให้เอ็นข้อไหล่ทำงานมากขึ้นเกิดการอักเสบหรืออาจฉีกขาดได้

       สำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือผู้สูงอายุคือ การเดินไปมาพอให้มีเหงื่อออกประมาณ 15 นาที การบริหารยืดข้อไหล่อย่างช้าๆ และยืดให้สุดจะช่วยเพิ่มพิสัยในการเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้ดีขึ้น เช่น การใช้มือไต่ผนัง การรำกระบอง รำมวยจีน เป็นต้น หรือในกรณีที่เป็นนักกีฬาก็จะมีเทคนิคในการวอร์มอัพร่างกายของกีฬาแต่ละชนิด ซึ่งควรปฏิบัติให้ถูกต้องในระยะเวลาพอสมควรอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกปวดข้อไหล่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังที่อาจจะเกิดขึ้นได้

[บทความประชาสัมพันธ์]

ABOUT THE AUTHOR
HappBKK

HappBKK

Live Every Day

ALL POSTS