HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
จะหนีอย่างไรเมื่อภัยมา? ถ้าเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์กราดยิง ไฟไหม้ จลาจล หรือวางระเบิด
by ซัมเมอร์
25 ก.พ. 2563, 20:09
  368 views

วิธีสงบจิตใจในภาวะวิกฤติ เมื่ออยู่ท่ามกลางความเป็นความตาย

        จะหนีอย่างไรเมื่อภัยมา? ถ้าเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์กราดยิง ไฟไหม้ จลาจล หรือวางระเบิด เราจะเอาตัวรอดออกมาได้ไหม?

        ในฐานะจิตแพทย์ ผศ.นพ. ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร แนะนำว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เรารอดคือ สติ ก่อนอื่นต้องคุมสติให้ได้ เพื่อคิดหาทางว่าจะวิ่งหนี ซ่อน หรือสู้ ซึ่งฟังดูไม่น่าจะยาก แต่คุณหมอก็ได้พบจากประสบการตรงว่า เมื่อภัยมาถึงตัว สติอาจหนีไปก่อนเราเสียอีก

        ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2017 ระหว่างเรียนที่อังกฤษ คุณหมอพาครอบครัวไปดูคอนเสิร์ตอาเรียน่า กรานเด ที่แมนเชสเตอร์ แล้วออกมาก่อนคอนเสิร์ตเลิกเพราะกลัวไม่ทันรถไฟ ถึงทางเดินข้างนอกมีเสียงดัง “ตึ้ง” คุณหมอก็หยุดคิดว่าลำโพงดัง หลังจากนั้นสองสามวินาทึจึงได้ยินเสียงคนตะโกนให้วิ่ง ก็จูงมือลูกสาวสองคนวิ่งลงบันได วิ่งให้ไกล ยังไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร ออกมาข้างนอกเห็นคนร้องไห้ตะโกนแต่ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้น พอถึงถนนก็เริ่มเดิน ไม่ถึงกับขาดสติ ยังวิ่งได้แต่ก็รู้สึกแปลกๆ  ตอนหยุดวิ่งแล้วเดินจะไปที่รถไฟ เมืองดูแปลกไป ถนนก็เงียบผิดปกติ ไม่เหมือนความเงียบที่เราเคยเจอ มารู้ทีหลังว่ามีการวางระเบิด คนตายยี่สิบสองคน

        อะไรทำให้สติหายในยามคับขัน? อธิบายด้วยประสาทวิทยาได้ว่า เมื่อมีสิ่งเร้าเข้ามาสู่ตัวเรา สมองส่วนที่เป็นตัวรับคือทาลามัส แล้วส่งต่อไปสองส่วน ที่แรกคืออมิกดาลา เป็นสมองส่วนที่เกี่ยวกับความกลัว อีกส่วนคือส่วนคิด  สองส่วนได้รับข้อมูลไม่พร้อมกัน เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น สมองส่วนอมิกดาลาหรือส่วนความกลัวรับข้อมูลเร็วกว่า ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์และร่างกาย สะดุ้งผวา เราสะดุ้งเสียงดังโดยไม่รู้ว่าคืออะไรก็ได้ เพราะว่าอมิกดาล่าทำงานเร็วกว่าราวครึ่งวินาทีก่อนที่สมองส่วนการรับรู้จะประมวลผล ถ้าประมวลได้เร็วก็จะมากดอมิกดาล่า แต่ปฏิกิริยาความตื่นเต้นจะยังอยู่ต่อสักพัก

         ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่หยุด อมิกดาลาจะถูกกระตุ้นต่อเนื่องจนส่วนคิดทำงานแทบไม่ทัน เราจะอยู่ในสภาพขาดสติ สิ่งที่เจอในผู้ประสบเหตุก็คือระบบประสาทอัตโนมัติทำงานเกินปกติ ส่งสัญญาณไป หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เหงื่อออก ตื่นตัว สภาวะการรับรู้จะเริ่มแปรปรวน เวลาอยู่ในสภาพนั้นนาน ๆ บางทีจะเหมือนลอย เราอยู่ที่ไหน เป็นใคร รอบตัวคืออะไร เกิดอะไรขึ้น การรับรู้ตัวจะน้อยลง และอันที่เป็นปรากฏการณ์ในทางจิตเวชคือสติหลุดไปเลย รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้นมาแล้วก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วก็งง เหมือนมันกระโดดข้ามไปจากตรงนั้น

        ในสถานการณ์น่ากลัวจริงๆ อมิกดาลาจะทำงานเยอะมาก ถ้าถึงขั้นที่อมิกดาลาไฮแจ็ค ก็คือความกลัวคอนโทรลสมอง นึกอะไรไม่ออก ลดโอกาสรอดเพราะอารมณ์ครอบงำหมดแล้ว

         ทีนี้ จะดึงสติกลับคืนมาได้อย่างไร ถ้าดูวงจร พอเกิดเหตุกระตุ้น อมิกดาล่าส่งสัญญาณไป แล้วจะเกิดระบบประสาทอัตโนมัติทำงานเยอะทำให้เบลอ ต้องกลับมาที่เบสิก ที่ลมหายใจของเรา การรับรู้ลมหายใจเรียกสติได้มาก กลับมาอยู่ที่ลมหายใจ รับรู้ลมหายใจ และหายใจให้ถูกวิธี การหายใจที่ดีเวลาตึงเครียด หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ หายใจเข้าธรรมดา หายใจออกให้ทำปากจู๋ แล้วค่อยๆ พ่นลมออกมา เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้ร่างกายสงบลง แล้วอารมณ์มีแนวโน้มที่จะสงบตามได้

         นอกจากนี้ มีอีกเทคนิคหนึ่ง ที่เรียกว่า “กราวน์ดิ้ง” กลับมาสู่ปัจจุบัน จากที่ล่องลอยอยู่ เทคนิคที่ดึงกลับมาปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ประสาทสัมผัส ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ลองหันไปดูรอบๆ ตัว แถวที่เรานั่งมีคนกี่คน ผู้ชาย ผู้หญิงกี่คน ลองนับดู เท้าเหยียบพื้นแรง ๆ ให้รู้ว่าตอนนี้เราเหยียบพื้นอยู่ ขยำสิ่งที่อยู่ในมือ ดมกลิ่น เคี้ยว มีหลายวิธีที่จะทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน แล้วสมองส่วนคอร์เท็กซ์ ส่วนที่คิดได้จะกลับมาทำงาน พอสงบระดับหนึ่งจะเริ่มเก็บข้อมูล รู้ตัวว่าที่เรานับมีกี่คน เห็น     

        จะหนีอย่างไรเมื่อภัยมา? ทางออกตรงไหนบ้าง ประมวลผลแล้วใช้กลยุทธ์ เราจะวิ่งหนี หรือซ่อน หรือสู้ สุดท้ายจะต้องคิด ถึงแม้ทีแรกจะวิ่งหนีโดยอัตโนมัติจากอมิกดาลา แต่พอซ่อนแล้วเราจะต้องคิด ว่าต่อไปจะทำอะไร

        การฝึกและการเตรียมตัว ก็ช่วยได้ ปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับสติมากขึ้นในลักษณะที่ไม่ใช่ศาสนา เป็น mimdfulness ฝึกการรู้ตัว ฝึกโยคะก็ทำให้รู้ร่างกายตัวเอง เวลาเราฝึกสติ เราต้องการให้สมองส่วน default mode network ทำงานน้อยลง สมองส่วนนี้เหมือนเวลาเราเรื่อยเปื่อย ดูนั่นนี่ทำให้เราไม่รู้ตัว

         สมัยนี้มีกิจกรรมบางอย่างที่ทำให้เรารู้ตัวน้อยลง เช่นเราอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ไถไปเรื่อย สมมุติฉากเป็นรถไฟฟ้า ผู้โดยสารสักสิบคน มีโจรถืออาวุธพร้อมยิงขึ้นมา แล้วชูป้ายให้เวลาหนีสองนาที คนจะตายเยอะเพราะมัวแต่ก้มดูโทรศัพท์อยู่  เราไม่ค่อยมีสติ และเราก็ถูกทำลายสติมากขึ้นเรื่อยๆ

        วิธีอื่นๆ ที่ช่วยได้คือออกกำลังกาย ทำให้ประสาทอัตโนมัติแข็งแรงขึ้น ทนต่อสิ่งเร้าได้มากขึ้น หัวใจเต้นช้า อาการตื่นตระหนกน่าจะน้อยลง ซ้อมหนีภัยก็มีข้อดีคือป้องกันได้ แต่อาจจะทำลายบรรยากาศและทำให้กังวล อย่างไรก็ตาม การซ้อมช่วยให้เราเตรียมตัว อาจจะซ้อมแบบหนีไฟก็ได้ ถ้าได้อยู่ในบรรยากาศจำลองของการที่อมิกดาลาถูกกระตุ้น โดยซ้อมอย่างจริงจังไม่ใช่ขำๆ เมื่อเกิดเหตุเราอาจจะทำไปโดยอัตโนมัติ

        ทั้งหมดนี้เราทำเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอด อาจจะเป็นเรื่องของโชค แต่เราก็ใช้โอกาสให้ถึงที่สุดด้วย.

       ข้อมูลจากงานเสวนาเรื่อง Escape and Survive in Mass Shooting
จัดโดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สามารถชมวีดีโอได้ คลิกที่นี่

 

ABOUT THE AUTHOR
ซัมเมอร์

ซัมเมอร์

เขียนหนังสือ แปลหนังสือ เป็นคอลัมนิสต์พลอยแกมเพชร หลงไหล K-pop และติดตามวงการแฟชั่น

ALL POSTS