HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ไว้อาลัยแด่แฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ "คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์"
by ขเจน
21 ก.พ. 2562, 13:22
  534 views

          “I like the attitude of animals in the forest, you know, they disappear. I hate the idea of being heavily remembered.”

           นั่นคือคำพูดที่คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์พูดไว้ครั้งหนึ่งตอนที่คาร์ลให้สัมภาษณ์กับซูซี่ เมนเคส นักข่าวและนักวิจารณ์แฟชั่นระดับตำนานที่ปัจจุบันไปทำงานอยู่ที่โว้ค อันที่จริงคาร์ลแสดงความคิดเห็นแบบนี้บ่อยครั้งเวลาคนมาชวนเขาคุยด้วยคำถามทำนองว่า เขาอยากเป็นที่จดจำอย่างไร และอยากทิ้ง legacy อะไรไว้เบื้องหลังบ้าง คำถามแบบนี้มีมาถามเขาบ่อยด้วยความที่คาร์ลอายุไม่น้อยแล้ว แต่ไฟสร้างสรรค์กลับไม่เคยหดหาย เขายังคงมีพลังที่จะทำงานอยู่เบื้องหลังแบรนด์ใหญ่มากในโลกแฟชั่นถึงสองแบรนด์ คือ Chanel และ Fendi โดยยังไม่รวมแบรนด์ Karl Lagerfeld ของตัวเองอีกหนึ่งแบรนด์

           โดยส่วนตัว ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนคลับผลงานการออกแบบของคาร์ล แต่เรานึกกลัวเสมอว่า วันนี้จะต้องมาถึง วันที่คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์จากโลกนี้ไป คาร์ลเป็นคนที่ทำงานหนักมาก ขนาดว่าอายุ 85 แล้ว แต่เขาไม่เคยหยุดทำงาน คาร์ลยังคงทำให้ทุกคนต้องว้าวกับโชว์ Chanel ในทุกฤดูกาล เขายังคงทำงานกับซิลเวีย เฟนดิ กำกับดูแลการออกแบบเฉพาะเสื้อผ้าสุภาพสตรีของ Fendi เหมือนอย่างที่ทำมาตั้งแต่ปี 1965 เขายังมีแบรนด์ของตัวเองในความดูแล เขามีงาน collaboration กับแบรนด์อื่น ๆ เขามีงานถ่ายภาพและงานอื่นๆ อีกมากมาย ว่ากันว่าปีๆ หนึ่ง คาร์ลทำงานแฟชั่นออกมาราวๆ 14 คอลเลคชั่นซึ่งเยอะมาก และแม้ดีไซเนอร์หลายคนจะออกมาบ่นอุบว่า การทำงานสร้างสรรค์มากขนาดนี้มันมากเกินไป แต่คาร์ลกลับมาบอกว่า ถ้าทำงานนี้แล้วมันหนักไปก็แปลว่าคุณอาจจะไม่ชอบมัน ลองไปทำอย่างอื่นไหม อันที่จริงเขาเคยพูดไว้ด้วยซ้ำว่า ถ้าตัวเขาหยุดทำงาน เขาก็คงตายไปแล้ว

           แต่ความจริงที่ทุกคนต้องประจักษ์แน่นอนก็คือ ท้ายแฟชั่นโชว์ฤดูกาลที่ผ่านๆ มาในช่วงปีสองปีมานี้ ทุกครั้งที่คาร์ลออกมา take a bow เขาเดินช้าลงมาก (คนอายุเกือบจะ 90 จะให้กระฉับกระเฉงตลอดยังไงไหว) ในโชว์กูตูร์ของ Chanel ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว คาร์ลไม่ได้มา take a bow ด้วยซ้ำ โดยทางชาแนลประกาศว่าเพราะเขา “รู้สึกเหนื่อย” จึงให้ Virginie Viard สตูดิโอไดเรกเตอร์ของ Chanel ซึ่งทำงานเหมือนเป็นมือขวาของคาร์ลมา 30 กว่าปีออกมาโค้งคำนับรับเสียงปรบมือและดูแลแขกและสื่อที่มาชมแฟชั่นโชว์แทนคาร์ล (ชาแนลแต่งตั้งเธอคนนี้ขึ้นมาทำงานแทนคาร์ลแล้วในถ้อยแถลงเรื่องการเสียชีวิตของคาร์ลที่ออกมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์)

          ถ้าจะพูดว่าใครเป็นไอคอนในวงการแฟชั่น คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์คือคนๆ นั้นอย่างไม่มีข้อกังขา และถ้าจะพูดว่ามีอะไรที่ถือเป็น the end of an era อย่างแท้จริง ก็ต้องบอกว่า การจากไปของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์นี่แหละที่ตรงความหมายกับคำนี้อย่างชัดเจนที่สุด

           เราคงไม่ต้องจาระไนประวัติของคาร์ลมากไปกว่านี้เพราะทุกสื่อน่าจะลงให้อ่านกันหมดแล้ว สิ่งที่เราอยากพูดถึงในท้ายที่สุดนี้มากกว่าก็คือ เรา ในฐานะคนสนใจแฟชั่น ขอไว้อาลัยให้กับการจากไปของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ด้วยความเคารพ

            การที่เรายก quote ข้างบนสุดมาพูดถึงก่อนเป็นอย่างแรกในบทความชิ้นนี้ก็เพื่อจะบอกว่า มุมมองของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ แฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ที่ไม่ได้อยากให้ใครต้องมาจดมาจำเขา เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเราโดยส่วนตัวมากๆ ให้ไม่ยึดติดและรู้จักปล่อยวางเสียบ้างกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต และถึงแม้ว่าคาร์ลจะไม่ได้อยากเป็นที่จดจำใหญ่โตมากมาย แต่ใครเล่าจะไม่จดจำดีไซเนอร์ชาวเยอรมันผู้ยิ่งใหญ่คนนี้

        Au revoir, monsieur Lagerfeld!

Story by ขเจน

ABOUT THE AUTHOR
ขเจน

ขเจน

ทำงานเขียนในบริษัทพีอาร์ แต่ว่าบ้าหนังและชอบแฟชั่นจนพาตัวเองออกเดินทางแรดอะราวด์ไปทั่วโลกเพื่อดูหนังและชาบูดีไซเนอร์ที่ชอบ แต่ทุกคนคิดว่าหาเรื่องไปช้อปปิ้งมากกว่า #เอิ่ม

ALL POSTS